หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 20 ธันวาคม 2557 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
นักวิชาการมุสลิม
Send to friends Print this page

ท่านอิมามชาฟีอีย์


มุฮัมมัด บิน อิดรีซ บิน อับบาซ ชาฟิอีย์ ผู้ก่อตั้ง และเป็นอิมามสำนักคิดชาฟิอีย์ และเป็นอิมามท่านที่ 3 จากบรรดาอิมาม 4 ท่านของพี่น้องอะฮ์ลิซุนนะฮ์ ท่านถูกรู้จักในนาม "อิมามชาฟิอีย์" เมื่อกล่าวถึงสายตระกูลของท่านนั้นโยงไปถึง อับดุลมะนาฟ ซึ่งเป็นปู่ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ดังนั้น อิมามชาฟีอีย์ มีสายสัมพันธ์กับกุเรชทางสายเลือดของบิดาของท่าน

ท่านอิมามชาฟีอีย์ถือกำเนิดในเมืองหนึ่งของประเทศปาเลสไตน์ (กาซา หรืออะกะลาน) แต่บางรายงานกล่าวว่าท่านเกิดในประเทศเยเมน หรือซีเรีย เมื่อฮิจญเราะฮ์ศักราชที่ 150 (ค.ศ. 767) อิมามชาฟีอีย์ มีชื่อเต็มว่า มูฮัมมัด บิน อิดรีส บิน อัลอับบาส บิน อุสมาน บินชาฟีอ์ บิน อัสซาอิบ บิน อะบีด บินอับดุยะซีด อิบนิ ฮาชิม บิน อัลมุฎฎอลิบ บิน อับดุมะนาฟ วันที่ท่านถือกำเนิดเป็นวันเดียวกับวันที่ อะบูหะนีฟะฮ์ ผู้ก่อตั้งมัซฮับอานาฟีย์สียชีวิตพอดี มารดาของท่านมีนามว่า ฟาติมะฮ์ (อุมมุฮะบีบะฮ์) เป็นชาวเยเมน

อิมามชาฟิอีย์ได้สูญเสียบิดาสุดที่รักไปตั้งแต่ยังเด็ก มารดาของท่านได้พาท่านเข้านครมักกะฮ์ และพำนักอาศัยอยู่ในนครมักกะฮ์ ฐานะทางครอบครัวของท่านค่อนข้างยากจน แต่ท่านเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง เป็นผู้มีความสามารถ และมีความเฉลียวฉลาด สามารถท่องจำอัล-กุรอานตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากนี้ยังได้ท่องจำฮะดีซและจดบันทึกฮะดีซไว้เป็นจำนวนมาก และมีความชำนาญด้านภาษาอาหรับ


อิมามชาฟิอีย์ ได้เรียนวิชาฟิกฮ์ และฮะดีษในนครมักกะฮ์ และช่วงหนึ่งท่านไปยังประเทศเยเมนเพื่อร่ำเรียนบทกวี และไวยกรณ์ภาษาอาหรับ จนกระทั่งท่านมุซอับ บิน อับดุลลอฮ์ บิน ซุบัยร์ เสนอให้ท่านศึกษาวิชาฮะดีซ และฟิกฮ์ด้วย ท่านจึงเดินทางไปนครมะดีนะฮ์ตั้งแต่อายุได้ 20 ปี และเข้าศึกษาอย่างใกล้ชิดกับท่านมาลิก บิน อะนัส ผู้ก่อตั้งมัซฮับมาลิกีย์

อิมามชาฟีอีย์ ท่านเองได้กล่าวว่า ฉันเริ่มศึกษาวิชาการที่ชั้นเรียนตามบ้าน เริ่มศึกษาโองการอัล-กุรอาน และจดจำสิ่งเหล่านั้นจากอาจารย์จนหมดทุกเรื่อง วันหนึ่งอาจารย์ได้กล่าวกับฉันว่า "ไม่เป็นการอนุญาติสำหรับฉันที่จะรับสิ่งใดจากเจ้า" สิ่งนี้เองเป็นเหตุให้ฉันออกจากชั้นเรียนตามบ้าน และได้รวบรวมเก็บเศษเครื่องปั้นดินเผา เศษหนังสัตว์ และใบอินทผลัมที่มีความกว้าง เพื่อจดบันทึกรายงานฮะดีษ

ในที่สุดฉันได้เดินทางสู่นครมักกะฮ์ และไปพำนักอยู่กับชนเผ่าฮุเซล ซึ่งเป็นชนเผ่าที่มีภาษาพูดชัดถ้อยชัดคำมีสำนวนโวหารดีเยี่ยม ฉันได้อาศัยอยู่กับพวกเขานาน 17 ปี ฉันจะติดตามพวกเขาไปในทุกสถานที่ๆ พวกเขาโยกย้ายถิ่นฐานไป ช่วงสมัยที่ฉันกลับมายังนครมักกะฮ์ เป็นช่วงเวลาที่ฉันสามารถเรียนรู้ บทกวี ไวยกรณ์ และวิถีชีวิตของอาหรับได้มากที่สุด

จนวันหนึ่งมีชายหนึ่งจาก ซุบีรียาน ได้เอ่ยกับฉันว่า "เจ้าเป็นคนที่มีความสามารถสูง มีไหวพริบ พูดจาฉะฉาน แต่เป็นเพราะท่านไม่ได้ศึกษาในเรื่องของฟิกฮ์เลย ฉันจึงลำบากใจมากที่จะพาท่านไปพบกับท่านมาลิก"
ด้วยคำพูดนี่เองทำให้ฉันกลับไปเริ่มอ่าน และศึกษาหนังสือชือ "อัลมุวัฎเฎาะอ์" ของท่านมาลิก ซึ่งเดิมทีฉันก็มีหนังสือเล่มนี้อยู่ก่อนแล้ว จนจบภายใน 9 วัน หลังจากนั้นฉันได้เดินทางเข้านครมะดีนะฮ์เพื่อไปหาท่านมาลิก บิน อะนัซ และศึกษาต่อกับท่านในที่สุด

อิมามชาฟิอีย์ อยู่ที่นครมะดีนะฮ์จนกระทั่งท่านมาลิกได้อำลาจากโลกนี้ไป หลังจากนั้นท่านได้เดินทางต่อไปยังประเทศเยเมน เพื่อปฏิบัติภารกิจของท่าน ในเวลานั้นประเทศเยเมนมีผู้ปกครองที่ค่อนข้างอธรรม อยู่ภายใต้อาณัติของคอลีฟะฮ์ฮารูน อัรเราะชีด เคาะลิฟะฮ์ของราชวงค์อับบาซีย์

ผู้ปกครองของเยเมนกลัวว่าอิมามชาฟิอีย์ จะร่วมมือกับพวกอะลาวีย์เพื่อก่อกบฎ จึงได้มีคำสั่งให้จับกุมอิมามชาฟิอีย์ และนำตัวส่งไปให้ฮารูน อัรเราะชีด แต่ทว่าฮารูนได้ปล่อยตัวท่านในเวลาต่อมา

ท่านอิมามชาฟีอีย์ ได้เดินทางไปอียิปต์ระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นประมาณปี ฮ.ศ. ที่ 195 ท่านได้เดินทางไปยังแบกแดด และได้สอนหนังสืออยู่ที่นั่นประมาณ 2 ปีเศษ หลังจากนั้นท่านได้เดินทางกลับมายังนครมักกะฮ์อีกครั้ง และในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นั่นเอง ท่านได้เดินกลับไปยังแบกแดด และอยู่ที่นั่นได้ไม่นาน ประมาณปี ฮ.ศ. 200 ท่านก็ได้เดินทางต่อไปยังประเทศอียิปต์ ในที่สุดปลายเดือนรอญับท่านก็ได้อำลาจากโลกนี้ไป ณ เมืองฟะฏ็อฎ ประเทศอียิปต์นั่นเอง

อิมามชาฟิอีย์มีอายุรวมประมาณ 54 ปี ร่างของท่านถูกฝังไว้ในสุสานของบนีอับดุลฮะกีม ประเทศอียิปต์ ใกล้กับสุสานบรรดาชุฮะดา และเป็นสถานที่ซิยาเราะฮ์ของพี่น้องอะฮ์ลิซุนนะฮ์ สานุศิษย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอิมามชาฟิอีย์คือ ท่านอะฮ์มัด บิน ฮัมบัล อิมามผู้ก่อตั้งสำนักคิด ฮัมบะลีย์

 
อิมามชาฟีอีย์ มีผลงานด้านการเขียนไว้หลายเล่มมาก ซึ่งเป็นหนังสืออ้างอิงของพี่น้องอะฮ์ลุลซุนนะฮ์ ซึ่งจะขอนำมากล่าว ณ ที่นี้เป็นบางส่วน

1- الام  (อัลอุมม์)
2- المسند الشافعی (มุสนัด อิมามชาฟีอีย์)
3- السنن (อัส สุนัน)
4- کتاب الطهاره (กิตาบ อัต-เตาะฮาเราะฮ์)
5- کتاب استقبال القبله (กิตาบ อิสติกบาลุล กิบละฮ์)
6- کتاب ایجاب الجمعه (กิตาบ อิญาบุล ฮิกมะฮ์)
7- صلوة العیدین (เศาะลาตุล อีดัยน์)
8- صلوة الکسوف (เศาะลาตุล กุซู๊ฟ)
9- المناسک الکبیر (อัลมะนาซิกุล กะบีร)
10- کتاب الرساله الجدیده (กิตาบ ริซาละตุล ญะดีดะฮ์)
11- کتاب اختلاف الحدیث (กิตาบ อิคติลาฟุล ฮะดีษ)
12- کتاب الشهادات (กิตาบ อัช-ชะฮาด๊าต)
13- کتاب الضحایا (กิตาบ อัฎ-เฎาะฮายา)

 เนื่องจากศูนย์กลางศึกษาของท่านอยู่ที่แบกแดด และอิยิปต์ สำนักคิดชาฟิอีย์ จึงได้ถูกเผยแพร่ออกไปจาก 2 สถานที่นี้ โดยผ่านบรรดาสานุศิษย์และผู้ปฏิบัติตามท่าน ไปในประเทศอิสลามโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ซีเรีย โครอซาน และยังดินแดนที่ไกลโพ้นออกไป

ทุกวันนี้สำนักคิดชาฟิอีย์ มีอยู่ในประเทศอียิปต์ แอฟริกาตะวันออกและทางตอนใต้ ซาอุดิอารเบียทางตะวันตกและทางใต้ ประเทศอินโดนีเซีย บางส่วนในปาเลสไตน์ บางส่วนในเอเชียกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศคีร์กีซ

นักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของสำนักคิดชาฟิอีย์ได้แก่ ท่านนะซาอีย์, อบุลฮะซัน อัชอะรีย์, อบูอิสฮาก ชีรอซีย์, อิมามอัลฮะระมัยน์, อบูฮามิด เฆาะซาลีย์ และอิมามรอฟิอีย์

Source : taghrib.ir

 

ลิงค์อื่นๆ :
  อาจารย์สมชัย นักดาราศาสตร์มุสลิมไทยได้กลับสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์แล้ว
  จุฬาราชมนตรี ตำแหน่งผู้นำมุสลิมของไทย
  โอมาร์ คัยยัม
  อะบูอับดุลลอฮฺ อัล-บัตตานี
  นัสรุดดีน อัล-ตูซี
  อบุลกอซิม อัซ-ซะฮฺรอวี
  ญะลาลุดดีน รูมี
  อับบาส อิบนฺ ฟิรฺนาส
  อิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ.) ปรมาจารย์แห่งวิทยาศาสตร์
  อิบนู บัตตูตา
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.