หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 10 ธันวาคม 2561 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
นักวิชาการมุสลิม
Send to friends Print this page

นัสรุดดีน อัล-ตูซี

ผู้ให้กำเนิดกฎตูซีคัปเปิล (Tusi-couple)

 

นัสรุดดีน อัล-ตูซี มีชื่อเต็มว่า อะบู ญะอฺฟัร มุฮัมมัด อิบนฺ มุฮัมมัด อิบนฺ อัล-ฮะซัน นัสรุดดีน อัล-ตูซี มีชื่อเสียงโด่งดังจากกฎตูซี คัปเปิล เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักการศาสนาและแพทย์ผู้โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในยุคของเขา เขายังเขียนหนังสือมากมายเกี่ยวกับพีชคณิต เลขคณิต ตรีโกณมิติ เรขาคณิต ตรรกะ เมตะฟิสิกส์ การแพทย์ จริยธรรม และศาสนา

เขาเกิดที่เมือง ตุส  ในคุรอซาน ของอิหร่านในปัจจุบัน เมื่อปี ค.ศ. 1201 เขาเป็นลูกชายของผู้พิพากษาชาวชีอะฮฺ เขาจึงศึกษาด้านศาสนาอย่างแตกฉาน นอกจากนี้ยังศึกษาด้านตรรกะ ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ ช่วงวัยรุ่นเขาศึกษาวิชาปรัชญา การแพทย์ และเมตะฟิสิกส์ที่เมือง นิชาปูร  เปอร์เซีย เป็นลูกศิษย์ของ กมาลุดดีน อิบนุ ยูนุส ต่อมาตูซีถูกจับโดยสมุนของอิสมาอีลี ฮะซัน บิน ซาบะฮฺ และถูกส่งไปที่อลามุต เขาอยู่ที่นั่นจนกระทั่งแบกแดดถูกพิชิตโดยกองทัพมองโกลที่นำโดย ฮูลากู ข่าน ในปีค.ศ.1258

ฮูลากู ข่าน พอใจในความเฉลียวฉลาดของตูซี จึงแต่งตั้งเขาให้เป็นเจ้าเมือง Auqaf ต่อมาในปีค.ศ.1262 เขาสร้างหอดูดาวที่ Meragha (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอาเซอร์ไบจัน) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอิลคาเนต (Ilkhanate) อัล-ตู ซีเป็นผู้อำนวยการของหอดูดาวแห่งนี้ซึ่งมีเครื่องมือที่ทันสมัย แห่งยุคที่นำมาจากแบกแดดและศูนย์กลางวิชาการอื่นๆ ของโลกมุสลิม มีทั้งวอลล์ควอแดรนท์ (wall quadrant) ขนาด 12 ฟุตทำมาจากทองแดง azimuth quadrant และ turquet ที่อัล-ตูซีประดิษฐ์ขึ้นมาเอง นอกจากนี้ยังมี Astrolabes ตัวอย่าง กลุ่มดาว วงโคจรของดาวและวงรี อัล-ตูซียังประดิษฐ์เครื่องมือดาราศาสตร์อื่นๆขึ้นมา เพื่อใช้ในหอดูดาวอีกด้วย และยังมีห้องสมุดขนาดใหญ่เพียบพร้อมด้วยหนังสือวิทยาศาสตร์หลายแขนง หอดูดาวแห่งนี้มิได้เป็นเพียงหอสังเกตการณ์ดวงดาวเท่านั้น แต่กลายมาเป็นศูนย์กลางวิชาการด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์หลายแขนง และปรัชญา

หนังสือที่โด่งดังที่สุดของอัล-ตูซี คือ อัล-ซิจ อิลข่าน หรือ ตารางดาราศาสตร์อิลข่าน (Al-Zij-Ilkhani หรือ Ilkhanid Tables) เขาอุทิศให้กับ ฮูลากู ข่าน เนื้อหาของหนังสือประกอบไปด้วยตารางการโคจรของเทหวัตถุบนท้องฟ้าที่แม่นยำมากและยังมีแคตตาลอกดวงดาว ตารางดังกล่าวได้มาจากการสังเกตการณ์ที่หอดูดาวตลอดระยะเวลา 12 ปีของเขาเอง เขาคำนวณการส่ายของอิควิน็อกซ์ (the precession of the equinoxes) ได้ 51' อัล-ตู ซีเป็นหนึ่งในนักดาราศาสตร์มุสลิมหลายคนที่ระบุถึงข้อบกพร่องของตำราของปโตเลมี บทวิจารณ์ทฤษฎีของปโตเลมีของอัล-ตูซีทำให้นักดาราศาสตร์รุ่นต่อมาพัฒนาโมเดล ท้องฟ้าจำลองใหม่และก็มาจบลงที่ผลงานอันโด่งดังของ โคเปอร์นิคัส (ค.ศ.1473-1543) การคิดค้นของอัล-ตูซีนำไปสู่การตั้งสมมติฐานการโคจรของเทหวัตถุบนท้องฟ้า ขึ้นมาใหม่ ซึ่งนักวิชาการจำนวนมากถือว่าเป็นผลงานที่ก้าวหน้าที่สุดในการอธิบายแบบ จำลองท้องฟ้าหลังจากสมัยของปโตเลมี (ค.ศ.100-170) จนถึงก่อนสมัยของโคเปอร์นิคัส

อัล-ซิจ อิลข่าน เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมในหมู่นักดาราศาสตร์จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 15

ในหนังสือบันทึกเหตุการณ์ดาราศาสตร์ของเขาที่ชื่อ Tadhkira Fi Ilm Al-Haya หรือ Memoir on Astronomy อัล-ตูซีได้ให้กำเนิดกฎคณิตศาสตร์อันโด่งดังในปัจจุบันคือ ตูซีคับเปิล (Tusi-couple) ซึ่งหมายถึง 2-cusped hypocycloid ที่ได้มาจากการหมุนของวงกลมรัศมี a ภายในวงกลมรัศมี 2a ผลลัพธ์ก็คือได้การเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง (Steinhaus 1999, p. 145; Kanas 2003) จุดมุ่งหมายของนาซีรฺ อัล-ตูซีจากงานชิ้นนี้คือ เขาต้องการหักล้างกฎของปโตเลมีที่ผิดพลาดอย่างมหันต์มากว่าพันปีแล้ว นักประวัติศาสตร์หลายรายระบุว่าโคเปอร์นิคัสคัดลอกผลงานของ Tusi-couple ไปใช้หลังจากที่เขาค้นพบงานเขียนชิ้นนี้ของอัล-ตูซี

Tusi-couple คืออะไร

Tusi-couple อธิบายว่า การเคลื่อนที่เป็นวงกลมสามารถทำให้เกิดการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงได้อย่างไร ทดลองให้รูปทรงกลมใหญ่ (รัศมี 2a) มีรูปทรงกลมเล็ก (รัศมี a) อยู่ข้างใน รูปทรงกลมเล็กจะสัมผัสกับรูปทรงกลมใหญ่เพียงจุดเดียว Tusi-couple บอกว่า หากรูปทรงกลมใหญ่หมุนแต่รูปทรงกลมเล็กหมุนไปด้านตรงข้ามด้วยความเร็วสองเท่า จุดสัมผัสวงจุดแรกจะเคลื่อนที่กลับไปกลับมาเป็นเส้นตรงบนเส้นผ่าศูนย์กลาง ของรูปทรงกลมใหญ่ ทฤษฎีนี้อธิบายว่า หากวางรูปทรงกลมให้เหมาะสม ทรงกลมลูกเล็กจะเคลื่อนที่สม่ำเสมอรอบๆ ทรงกลมใหญ่ และยังคงเคลื่อนที่ไปมาบนเส้นผ่าศูนย์กลางของทรงกลมใหญ่ เราสามารถทำได้โดยวางรูปทรงกลมให้เคลื่อนที่สม่ำเสมอรอบๆ แกนที่ผ่านศูนย์กลางของมัน ซึ่งเป็นการหักล้างกฎของปโตเลมีที่เชื่อกันมากว่าพันปี!! ตัวอย่างของ สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลักการ tusi-couple ได้แก่ การทำงานของลูกสูบของเครื่องจักรไอน้ำ ซึ่งเคลื่อนที่กลับไปกลับมาทั้งๆ ที่ล้อยังหมุนอยู่


 

หนังสือ Treatise on the Quadrilateral ของเขาเป็นหนังสือคณิตศาสตร์เล่มแรกของโลกที่แยกตรีโกณมิติออกมาต่างหาก ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของดาราศาสตร์อีกต่อไป สิ่งที่เขาทำให้วงการคณิตศาสตร์มากที่สุดคือการทำให้ตรีโกณมิติเป็นศาสตร์ อิสระแขนงใหม่ของคณิตศาสตร์ ผลงานคณิตศาสตร์ของเขามีดังต่อไปนี้

  • เขาเป็นผู้ริเริ่ม ตรีโกณมิติทรงกลม (Spherical Trigonometry) ซึ่งมีสูตรพื้นฐาน 6 สูตรเพื่อแก้สมการสามเหลี่ยมมุมฉากทรงกลม (spherical right-angled triangles)
  • เขาคิดค้นกฎของซายน์สำหรับสามเหลี่ยมธรรมดา คือ ถ้า a, b, และ c คือด้านของสามเหลี่ยมที่ตรงข้ามกับมุม A, B, และ C ตามลำดับแล้ว เราจะได้ความสัมพันธ์ดังนี้

a/sin A = b/sin B = c/sin C

  • เขาเขียนเรื่อง สัมประสิทธ์ทวินาม (binomial coefficients) ด้วย ซึ่งต่อมา ปาสคาล (Pascal) กลับได้ชื่อว่าเป็นคนแรกที่คิดค้นเรื่องนี้ (อีกแล้วครับทั่น!!) แต่จริงๆ แล้ว อัล-การาจี (Al-Karaji ค.ศ.953-1029) เป็นคนแรกที่คิดค้น สัมประสิทธ์ทวินาม หรือตาราง สามเหลี่ยมปาสคาล ขึ้นมาเมื่อ 600 ปีก่อนปาสคาลจะเกิด!
  • เขายังเขียนเรื่องรากที่ nth ของเลขจำนวนเต็ม
  • ด้าน สมการพีชคณิต เขาเป็นผู้ค้นพบจุดอ่อนของทฤษฎีของยูคลิด และในการพยายามปรับปรุงกฎของยูคลิด เขาตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องละทิ้ง perceptual space หลังจากนี้แล้วก็ใช้เวลาถึงศตวรรษที่ 19 ถึงจะมีผู้นำเรื่องนี้มาศึกษาต่อ คือ Gauss, Bolyai, Lobachevsky, และ Riemann

เขาเขียนบทวิจารณ์หรือไม่ก็แก้ไขหนังสือภาษาอาหรับที่แปลจากผลงานของนักปราชญ์กรีก

นาซีรฺ อัล-ตูซี ฟื้นฟูปรัชญาของ อิบนฺ ซินา (อวิเซนนา Avicenna) ขึ้นมาใหม่ ซึ่งหนังสือ อัคลักกิ-นัสรี หรือ จริยธรรมนัสรี (Akhlaq-i-Nasri หรือ Nasirean Ethics) ของเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนังสือด้านจริยธรรมที่สำคัญที่สุดและมีชื่อเสียงต่อมาอีกหลายศตวรรษ

ส่วนหนังสือ Tajrid-al-'Aqaid เป็นหนังสือปรัชญาอิสลามที่นาซีรฺ อัล-ตูซีเขียนได้อย่างวิเศษ เขายังเขียนกลอนอีกด้วย

นาซีรฺ อัล-ตูซี เขียนหนังสือไว้มากมาย มีทั้งภาษาเปอร์ซียและอาหรับ จอร์จ ซาร์ตัน (George Sarton) ระบุว่า หนังสือของนาซีรฺ อัล-ตูซี ที่ยังเหลืออยู่จนกระทั่งทุกวันนี้มี 64 เล่ม ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาละตินและภาษายุโรปอื่นๆ ในสมัยกลาง หนังสือ Shaq al-Qatta ของเขาถูกแปลเป็นภาษาละตินชื่อว่า Figura Cata

ลูกศิษย์คนสำคัญของ นาซีรฺ อัล-ตูซี ได้แก่ นิซาม อัล-อาราจ (Nizam al-Araj) ผู้เขียนวิจารณ์หนังสือ Almagest และ Qutb ad-Din ash-Shirazi ผู้ซึ่งอธิบายรุ้งกินน้ำด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์ได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นคนแรก

ผลงานของ นาซีรฺ อัล-ตูซี โด่งดังอยู่หลายศตวรรษ

ช่วงปลายของชีวิตการงานอันรุ่งโรจน์ เขาย้ายไปอยู่ที่แบกแดดและเสียชีวิตในวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ.1274 ที่เมือง Kadhiman ใกล้กรุงแบกแดด ประเทศอิรักในปัจจุบัน บนหลุมฝังศพของเขามีจารึกว่า "ผู้ช่วยเหลือศาสนาและประชาชน ชาห์แห่งเมืองวิทยาศาสตร์ - ลูกชายผู้แสนวิเศษของอาเซอร์ไบจัน"


ทุก วันนี้ นาซีรฺ อัล-ตูซี ยังอยู่ในความทรงจำของชาวอาเซอร์ไบจันไม่เสื่อมคลาย เขาเป็นที่รักและยกย่องของคนทั้งชาติ สถาบันหลายแห่งตั้งชื่อตามเขา ซึ่งรวมถึง The National Pedagogical institute ที่ บากู (Baku) และ หอดูดาวที่ Shemakha

แอ่งบนดวงจันทร์กว้าง 60 กม.ตั้งอยู่ด้านใต้ของบรรยากาศดวงจันทร์ถูกตั้งชื่อตามเขาว่า นาซีรฺเอ็ดดิน (Nasireddin) เพื่อรำลึกถึงผลงานอันวิเศษสุดด้านดาราศาสตร์ของเขา

 

โดย อัล-ฮิลาล


ลิงค์อื่นๆ :
  อาจารย์สมชัย นักดาราศาสตร์มุสลิมไทยได้กลับสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์แล้ว
  จุฬาราชมนตรี ตำแหน่งผู้นำมุสลิมของไทย
  โอมาร์ คัยยัม
  อะบูอับดุลลอฮฺ อัล-บัตตานี
  นัสรุดดีน อัล-ตูซี
  อบุลกอซิม อัซ-ซะฮฺรอวี
  ญะลาลุดดีน รูมี
  อับบาส อิบนฺ ฟิรฺนาส
  อิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ.) ปรมาจารย์แห่งวิทยาศาสตร์
  อิบนู บัตตูตา

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.