หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 19 พฤษภาคม 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
ขุมทรัพย์แห่งปัญญา
Send to friends Print this page

ขอเพียงตั้งใจ โอกาสยังมี...


หนุ่มบ้านนอกยากจนคนหนึ่ง เสี่ยงโชคเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ทั้งที่มิได้มีความรู้อะไรเลย เนื่องจากเขาได้ทราบข่าวที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่ามีโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำลังรับสมัคร นักการภารโรง โดยไม่มีการจำกัดวุฒิการศึกษา เขาจึงออกเดินทางมากรุงเทพฯ ทันที


และกำลังเดินกางแผนที่ ซึ่งเพื่อนเขียนให้ และคอยสอบไปตลอดทาง ถึงที่ตั้งของโรงเรียนนั้น ซึ่งกว่าจะเจอก็เหงื่อตกไปหลายปี๊บทีเดียว และในที่สุดเขาก็ได้เจอกับเป้าหมายที่เขาตั้งใจไว้
เขาเร่งรีบเข้าไปในสถานที่นั้นทันที และเมื่อเข้าไปแจ้งความจำนงที่แผนกธุรการ จึงมีเจ้าหน้าที่มาเรียกให้นั่ง และยื่นใบสมัครมาให้เขากรอกรายละเอียด หนุ่มน้อยบ้านนอกก็ยิ้มแหยๆ ยกมือไหว้แล้วบอกอ่อยๆ กับเจ้าหน้าที่ว่า "ขอโทษครับพี่ผม... เอ่อ คือว่า...ผม...เอ่อ... อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ครับ"


เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวถึงกับอึ้ง และได้กล่าวแก่เขาว่า "อะไรกัน คุณคิดจะมาสมัครงานที่โรงเรียนแห่งนี้ ถึงแม้จะเป็นตำแหน่งแค่นักการภารโรง และไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาในการสมัคร แต่อย่างน้อยคุณก็น่าจะอ่านออก เขียนได้ บ้างแหละ"


หนุ่มบ้านนอกหน้าซีดยกมือไหว้เจ้าหน้าที่อย่างนอบน้อม และกล่าวว่า "ผมไม่รู้หนังสือจริงๆ ครับ แต่กรุณาช่วยรับผมไว้ทำงานหน่อยเถิดครับพี่ ให้ผมแบกหามกวาดถูอะไรก็ได้ ผมทำได้ทุกอย่างครับ"


เจ้าหน้าที่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็รีบตอบทันควันว่า "งั้นก็คงจะไม่ได้หรอก" และเจ้าหน้าคนนั้นก็เก็บใบสมัครกับปากกาที่ยื่นให้เด็กหนุ่มบ้านนอกคืนทันทีอย่างไม่มีเยื่อใย และกล่าวแก่เด็กหนุ่มบ้านนอกคนนั้นอีกว่า "คุณมาสมัครเป็นพนักงานของโรงเรียนนะครับ อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นรู้หนังสือบ้างสิ ถ้าไม่รู้อะไรเลยอย่างนี้ ก็เสียใจด้วยนะกลับไปเสียเถิด"


หนุ่มบ้านนอกเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ได้เดินออกจากโรงเรียนแห่งนั้นไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขามีความหวังว่าจะได้งานทำที่นั่นอย่างเงื่องหงอย และเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ในกรุงเทพฯ เขาก็ต้องจำใจกำเงินจำนวนสุดท้ายที่มีซมซานกลับบ้าน อย่างนกปีกหัก


แต่เมื่อกลับถึงบ้านแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองนั้นเพิ่งได้รับมรดกเป็นที่ดินสวนรกร้างมาจากพ่อผู้ล่วงลับไปแล้วผืนหนึ่งไม่มากมายนัก บวกกับความเจ็บใจที่เพิ่งได้รับมาจากกรุงเทพฯ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาจับจอบและเสียม เริ่มหักร้างถางพง ที่ดินสวนเก่าแก่ที่รกร้างนั้น และค่อยๆ ทำร่องปลูกผลไม้ไปทีละเล็กละน้อยอย่างฮึดสู้ชะตาชีวิต ด้วยความอดทน


หลายปีต่อมาสวนผลไม้ที่ลงแรงไว้นั้นออกผลอย่างงดงาม และสร้างผลกำไรมากทวีขึ้นทุกปีกระทั่งสามารถเก็บเงินซื้อที่ดินในแปลงข้างเคียงขยายอาณาเขตสวนของตนเอง จนกว้างขึ้น และกว้างขึ้น. . .หลายสิบปีต่อมาจากความขยันขันแข็ง ความมานะอดทน และประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้น


บัดนี้หนุ่มบ้านนอกคนนั้นก็กลายเป็นชายชราที่คนทั้งเมืองรู้จักในนามของ พ่อเลี้ยงสวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด และภูมิภาคนั้น อยู่มาปีหนึ่งเมื่อเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายมหาศาล และชำระบัญชีเรียบร้อยโดยฝีมือของลูกหลานที่เลี้ยงดู ให้การศึกษา และแจกงานการให้ทำในสวนนั้นแล้ว

เขาก็หอบเงินเป็นฟ่อนนั่งรถเข้ามาในตัวอำเภอเพื่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารเป็นครั้งแรกเมื่อแจ้งนาม และความจำนงกับธนาคารแล้วพนักงานถึงกับตื่นเต้นกันยกใหญ่ผู้จัดการสาขาถึงกับเดินมาต้อนรับด้วยตัวเองเลยทีเดียว


เมื่อพนมมือไหว้ลูกค้าใหญ่รายใหม่ อย่างนอบน้อมแล้วผู้จัดการก็ยื่นใบแบบฟอร์มเพื่อกรอกราละเอียดการเปิดบัญชีพร้อมปากกาปลอกทองให้กับพ่อเลี้ยงอย่างนอบน้อมที่สุด และกล่าวว่า "ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับทางเรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสบริการพ่อเลี้ยงในครั้งนี้ รบกวนกรอกใบเปิดบัญชีด้วยครับพ่อเลี้ยง"


พ่อเลี้ยงชราส่ายหน้าช้าๆ ยื่นปากกาปลอกทองคืนให้กับผู้จัดการพร้อมกับยิ้มให้ พลางกล่าวนิ่มๆ ว่า "พ่อหนุ่มช่วยกรอกรายการให้ลุงทีเถิดลุงอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้หรอก"


ผู้จัดการสาขาธนาคารรับปากกาคืนมาโดยอัตโนมัติแบบงงสุดขีดพลางค่อยๆ อ้อมแอ้มถามลูกค้ารายใหญ่อย่างเกรงใจสุดๆ ว่า "เอ่อ...ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยครับ......เอ่อ... ขออนุญาตเรียนถามพ่อเลี้ยงด้วยความเคารพนิดหนึ่งเถิดครับ คือ...พวกเราในจังหวัดนี้ก็ทราบกันดีอยู่ถึงชื่อเสียงของพ่อเลี้ยงในกิจการสวนผลไม้ที่ใหญ่โต และเจริญก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาคนี้แต่.....ว่า"


ผู้จัดการสาขาธนาคาร ต้องชะงักด้วยความเกรงใจ และในที่สุดก็หลุดปากถามออกมาด้วยความฉงนที่มิอาจเก็บไว้ได้จริงๆ จึงพูดต่อว่า "แต่.... ว่าพ่อเลี้ยงอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนหนังสือไม่ได้หรือครับ?"


ชรายิ้มให้ผู้จัดการสาขาของธนาคารอย่างใจดีและกล่าวว่า "ถ้าลุงอ่านหนังสือออก และเขียนหนังสือได้น่ะนะ" พร้อมทั้งถอนหายใจยาวก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผู้จัดการถึงกับอึ้งไปนานเลยว่า "ป่านนี้ ลุงก็คงได้เป็นภารโรงไปแล้วแหละ"


คุณค่าของเราไม่ได้ขึ้นกับสิ่งที่คนอื่นมองเรา แต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา โอกาสยังมีอยู่เสมอ ขอเพียงแต่มองไปรอบๆ ตั้งใจทำในสิ่งที่ทำได้ และทำให้เต็มความสามารถแล้วดอกผลจะตามมาเอง อินชาอัลลอฮ์

 

ลิงค์อื่นๆ :
  อาหาร,ที่นอน และบ้านที่สมบูรณ์แบบในโลกนี้
  บรรดาผู้ซึ่งอิมามอะลี (อ) ปรารถนาที่จะพบเจอ ตอนที่ 1
  บรรดาผู้ซึ่งอิมามอะลี (อ) ปรารถนาที่จะพบเจอ ตอนที่ 2
  บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 13
  ชายหนุ่มรูปงามกับหญิงสาวผู้เลอโฉม
  สิ่งที่ต้องจดจำกับสิ่งที่ควรลืม
  นะฮ์ญุลบาละเฆาะฮ์สำหรับเด็ก บทที่ 7
  นักเดินทางกับต้นไม้
  ลูกที่เชื่อฟัง
  การให้เวลาวัดระดับความรัก

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.