หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 21 มิถุนายน 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
ขุมทรัพย์แห่งปัญญา
Send to friends Print this page

บทสนทนาระหว่างศิษย์กับอาจารย์

วันหนึ่ง อะบูฮะนีฟะฮ์ (ผู้ก่อตั้งมัซฮับ ฮะนะฟี) และเพื่อนร่วมห้องเรียนได้เข้าไปหาอาจารย์ของตน ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) และกล่าวว่า "โอบุตรแห่งศาสดาของพระองค์ เราเห็นลูกชายของท่าน มูซา อัลกาซิม นั้นยืนนมาซโดยมีคนเดินตัดหน้าผ่านไปผ่านมาแต่เขากลับ ไม่ยอมห้ามปราม ซึ่งมันเป็นการทำลายสมาธิในการนมาซ"

ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) จึงเรียกบุตรชายท่าน อิมาม มูซาอัลกาซิม (อ) มาและกล่าวว่า "อะบูฮะนีฟะฮ์ บอกว่าเจ้าปล่อยให้คนเดินตัดหน้าไปมาในขณะที่นมาซโดยไม่ทำการห้ามปรามกระนั้นหรือ?"
ท่านอิมามมูซา อัลกาซิม (อ )ตอบว่า "ถูกต้องใช่แล้ว เพราะว่าแท้จริงแล้วผู้ที่ข้ายืนอยู่เบื้องหน้า และกำลังเคารพภักดีต่อเขานั้น อยู่ใกล้ตัวของข้ามากกว่าผู้ใดเสียอีก เนื่องจากพระองค์ทรงดำรัสไว้ในอัลกุรอานบทอัลกอฟ โองการที่ 16 ว่า "เรานั้นอยู่ใกล้ยิ่งกว่ายิ่งกว่าเส้นเลือดที่ลำคอเสียอีก" ดังนั้นจึงไม่มีใครที่จะมาปิดกั้นระหว่างข้าและพระผู้เป็นเจ้าในนมาซได้"


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) จึงได้สวมกอดท่านอิมาม มูซากาซิม (อ) พร้อมกับกล่าวว่า "บิดามารดาขอพลีแด่เจ้า สมแล้วที่เจ้าคือผู้ที่จะรักษาใว้ซึ่งความรู้และความเร้นลับ ของพระผู้เป็นเจ้าและอิมามัต" หลังจากนั้นท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) ก็กล่าวกับอะบู ฮะนีฟะฮ์ว่า "ฉันได้ยินมาว่าเจ้าทำการ กิยาส(เปรียบเทียบ) ในการออกคำฟัตวากระนั้นหรือ?
อะบูฮะนีฟะฮ์ได้ตอบทันทีว่า "ใช่แล้ว"


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) "ถ้าเช่นนั้นระหว่างการฆ่า และการซินา (การผิดประเวณี) บทลงโทษอันใหนหนักกว่ากัน?" อะบูฮะนีฟะฮ์ : "บทลงโทษการฆ่านั้นหนักกว่า"
ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ): "ถ้าเป็นเช่นนั้นในกรณีการฆ่าทำไมพระองค์จึงสั่งให้เอาพยานมาแค่สองคน แต่ในกรณีซินา (การผิดประเวณี) ต้องมีพยานถึงสี่คน? ดังนั้นจงจำเอาไว้ว่า แท้จริงแล้วบทบัญัติของศาสนานั้นไม่สามารถได้มาจากการเปรียบเทียบหรือกิยาสได้"


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "โอ้ อะบูฮะนีฟะฮ์ การละทิ้งนมาซกับการละทิ้งการถือศีลอดนั้นอันไหนหนักกว่ากัน?"
อะบูฮะนีฟะฮ์ : "การละทิ้งนมาซนั้นสำคัญและหนักที่สุด"
ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "ถ้าเช่นนั้นทำไมสตรีที่ขาดนมาซในช่วงมีประจำเดือนจึงไม่จำเป็นต้องปฏบัติชดใช้ แต่ผู้ที่ขาดศีลอดในช่วงมีประจำเดือนนั้นต้องถือศีลอดชดใช้ ? ดั้งนั้นบทบัญญัติศาสนาจึงมาจากการ เปรียบเทียบหรือ กิยาสไม่ใด้"

ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) กล่าวต่อว่า : "ผู้หญิงกับผู้ชายใครอ่อนแอกว่ากัน?"
อะบูฮะนีฟะฮ์ : "ผู้หญิงออ่นแอกว่าผู้ชาย"
ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ): "ถ้าเช่นนั้นทำไมพระองค์จึงทรงกำหนดให้ผู้ชายรับมรดกมากกว่าผู้หญิง ซึ่งถ้าหากทำการเปรียบเทียบ แน่นอนว่าผลลัพธ์ของมันนั้นต้องออกมากลับกัน"


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "หากเจ้ามีความรู้จริงในบทบัญญัติของศาสนา ไหนลองบอกมาซิ ระหว่างอุจจาระ และอสุจิอะไรสกปรกกว่ากัน?"
อะบูฮะนีฟะฮ์ : "อุจจาระสกปรกกว่า"
ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "หากเป็นอย่างนั้นทำมัยอุจจาระนั้นจึงสามารถทำความสะอาดได้ด้วยน้ำเพียงเล็กน้อย หรือด้วยก้อนหิน ก้อนดิน แต่อสุจินั้นนอกจากล้างแล้วยังจะต้องมีการอาบน้ำ ฆุซุล (ยกฮะดัษ) อีกด้วย ซึ่งชัดเจนว่ามันขัดกับหลักของการเปรียบเทียบหรือกิยาส"

ในหนังสืออุศูล อัลกาฟี ได้บันทึกไว้ว่าท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) กล่าวกับอะบูฮะนีฟะฮ์ว่า "จงอย่าทำการเปรียบเทียบ เพราะคนแรกที่ทำการเปรียบเทียบ (กิยาส) นั้นคือ ชัยฏอนมารร้าย ในขณะที่พระองค์อัลลอฮ์ สั่งให้ทำการกราบกรานต่อศาสดาอาดัม (อ) แต่มันกลับกล่าวต่อพระองค์ว่า "โอ้พระผู้อภิบาล พระองค์สร้างฉันจากไฟแต่สร้าง อาดัม จากดิน" หลังจากนั้นเขาก็ทำการเปรียบเทียบระหว่างดินและไฟว่า "ฉันนั้นดีกว่า อาดัม เพราะถูกสร้างมาจากไฟ ส่วนอาดัมสร้างมาจากดิน" (บทอัศศอดโอการที่ 76)


ถ้าหากอิบลีสใด้ทำการเปรียบเทียบระหว่างรัศมีของไฟกับ รัศมีแห่งจิตวิญญาณในตัวของศาสดาอาดัม (อ) ก็จะรู้ถึงความแตกต่างและสูงส่ง ระหว่างรัศมีทั้งสองอย่างแน่นอน และจะเข้าใจว่ารัศมีอันบริสุทธิ์ของวิญญาณนั้นสูงกว่า รัศมีของไฟ


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "ได้ยินมาว่า สำหรับโองการที่พระองค์ทรงดำรัสว่า "แล้วในวันนั้นพวกเจ้าจะถูกสอบถามในเนี๊ยมัตที่ได้รับ (บทอัตตะกาษุร โองการที่8) เจ้าได้อรรถาธิบายโองการนี้ว่า "ในวันกิยามัตอัลลอฮ์จะทวงถามถึงน้ำเย็นๆ ในหน้าร้อน และอาหารอันโอชะที่ดื่มกิน"
อะบูฮะนีฟะฮ์ : ใช่ ฉันตัฟซีร (อรรถาธิบาย) ความหมายอย่างนั้นจริง


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : ฉันขอถามเจ้าว่า หากมีคนเชิญเจ้าไปบ้าน และเลี้ยงรับรองด้วยอาหารอันโอชาและน้ำเย็นๆ แต่หลังจากนั้นเขาได้มาลำเลิกบุญคุณกับเจ้า เจ้าจะกล่าวอย่างไร?
อะบูฮะนีฟะฮ์ : แน่นอนเขาเป็นคนตระหนี่


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : แล้วอัลลอฮ์เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวกระนั้นหรือ จนในวันกิยามัตถึงต้องมาทวงบุญคุณอาหารและน้ำเย็นจากมนุษย์?


อะบูฮะนีฟะฮ์ : ถ้าเช่นนั้นความหมายของ "เนี๊ยมัต (ความโปรดปราน)" ที่จะถูกทวงถามนั้นคืออะไรหรือ?


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ): มันคือความรักที่มีต่อเรา อะฮ์ลุลบัยต์ ลูกหลานของศาสดามุฮัมมัด (ศ)

โดย เชคอะลีฟารุก

 

 

ลิงค์อื่นๆ :
  อาหาร,ที่นอน และบ้านที่สมบูรณ์แบบในโลกนี้
  บรรดาผู้ซึ่งอิมามอะลี (อ) ปรารถนาที่จะพบเจอ ตอนที่ 1
  บรรดาผู้ซึ่งอิมามอะลี (อ) ปรารถนาที่จะพบเจอ ตอนที่ 2
  บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 13
  ชายหนุ่มรูปงามกับหญิงสาวผู้เลอโฉม
  สิ่งที่ต้องจดจำกับสิ่งที่ควรลืม
  นะฮ์ญุลบาละเฆาะฮ์สำหรับเด็ก บทที่ 7
  นักเดินทางกับต้นไม้
  ลูกที่เชื่อฟัง
  การให้เวลาวัดระดับความรัก

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.