หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 24 มีนาคม 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
อิมามียะฮ์ เจอร์นัล
Send to friends Print this page

ครบรอบปีที่ 23 ฟัตวา (พิพากษา) ประหารชีวิต "ซัลมาน รุชดี"


อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : เมื่อวานนี้ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2555 ที่ผ่านมาคือเป็นวันครบรอบ 23 ปี ของการออกคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์ของท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ให้ซัลมาน รุชดี สิ้นสภาพความเป็นมุสลิม (ตกมุรตัด) และต้องได้รับโทษประหารชีวิตสถานเดียว


อะฮ์หมัด ซัลมาน รุชดี (อังกฤษ: Ahmed Salman Rushdie) ถือกำเนิดเมื่อ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2490 นักเขียนลูกครึ่งอินเดีย-อังกฤษ เกิดที่เมืองบอมเบย์ในครอบครัวมุสลิม

เมื่อเขามีอายุได้ 13 ปี เขาถูกส่งตัวไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ จนกระทั่งต่อมาได้กลายเป็นนักเขียนคนหนึ่งในประเทศอังกฤษ เขาได้ใช้ชีวิตหาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนบทความต่างๆ กระทั่งได้เป็นพลเมืองของประเทศอังกฤษในเวลาต่อมา


ตลอดระยะเวลาการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษ ซัลมาน รุชดี ได้ใช้ชีวิตเยี่ยงไม่มีหลักความเชื่อต่อศาสนาอิสลามแต่ประการใด และในที่สุดเขาก็ได้ประกาศให้โลกได้รู้ว่า เขาคือผู้ที่ปฏิเสธพระผู้เป็นเจ้า และเขาก็ได้ให้สำภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งต่อความเชื่อเช่นนั้นของเขา

ในที่สุดเขาได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่ง มีชื่อว่า The Satanic Verses หรือ โองการปิศาจ ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2531 ซึ่งเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาดูหมิ่นเหยียดหยามท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม กระทั่งมีการเดินประท้วงอย่างกว้างขวางในหมู่มุสลิมทั่วทั้งโลก


ในช่วงแรกพวกตะวันตกมีความพยายามที่จะทำให้หนังสือเล่มดังกล่าวของซัลมาน รุชดี เป็นหนังสือวรรณกรรมที่ดีเล่มหนึ่งของโลก เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกระเทือนต่อมวลมุสลิมทั่วโลก ทว่าแต่เริ่มแรกของการพิมพ์ และออกวางจำหน่ายหนังสือเล่มดังกล่าว ได้สร้างความโกรธเคืองแก่มวลมุสลิมทั่วทั้งโลกเสียแล้ว


ในวันนั้นมวลมุสลิมในอินเดีย ปากีสถาน และประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงซัลมาน รุชดี และได้ร่วมกันประณามซัลมาน รุชดี ทั่วทั้งโลก ผู้จัดพิมพ์ สำนักพิมพ์ ผู้จำหน่าย หนังสือเล่มดังกล่าวล้วนถูกประณามจากมวลมุสลิมกันถ้วนหน้า


อิมามโคมัยนี (รฎ.) ได้มีคำฟัตวา ซึ่งถือว่าเป็นคำฟัตวาประวัติศาสตร์ของโลกอิสลาม ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้คำฟัตวาสั่งประหารชีวิตซัลมาน รุชดี ยังคงศักดิ์สิทธิ์ตราบใดที่ซัลมาน รุชดี ยังมีลมหายใจอยู่ ในวันนั้นท่านอิมามโคมัยนีได้มีคำฟัตวาออกมาเกี่ยวกับซัลมาน รุชดี ว่า


ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานียิ่งเสมอ

"พวกเราล้วนมาจากพระองค์ และพวกเราจะหวนกลับคืนสู่พระองค์"


ข้าพเจ้าขอประกาศมายังมวลมุสลิมผู้ที่มีความกระตือรือร้นทั่วทั้งโลกว่า ผู้เขียนหนังสือ "โองการปีศาจ" ซัลมาน รุชดี ที่มีเนื้อหาดูหมิ่นเหยียดหยามเกียรติของศาสดามุฮัมมัด (ศ) อิสลามศาสนาอันบริสุทธิ์ขององค์อัลลอฮ์ (ซบ.) และพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน พระพจนารถของพระองค์ รวมถึงผู้จัดพิมพ์ ผู้จำหน่าย มีโทษสถานเดียว คือต้องถูกประหารชีวิต ขอให้พี่น้องมวลมุสลิมทั่วทั้งโลกหากมีผู้ใดพบเห็นไม่ว่าที่ใดก็ตามในโลกนี้ จงทำการประหารชีวิตพวกเขาเสียทันที เพื่อที่จะได้เป็นบทเรียนสำหรับคนอื่นๆ ที่คิดจะมาลบหลู่ดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม และบุคคลใดก็ตามที่เสียชีวิตในการปฏิบัติภารกิจนี้ เขาคือ "ชะฮีด" (ผู้พลีชีพในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า) อินชาอัลลอฮ์...


ในขณะเดียวกัน ถ้าหากบุคคลใดพบเห็นผู้เขียน ผู้จำหน่าย หนังสือเล่มดังกล่าวแล้ว แต่ตนเองไม่มีความสามารถที่จะปฏิบัติการประหารชีวิตพวกเขาได้ ขอให้เขาประกาศให้มวลมุสลิมได้รับทราบเพื่อที่มวลมุสลิมจะได้ร่วมกันสังหารชีวิตของพวกเขาในทันที


วัสลามุอาลัยกุม วะเราะฮ์มาตุลลอฮิวะบารอกาตุฮ์
ซัยยิดรูฮุลลอฮ์ มูซาวีย์ โคมัยนี
25 บะฮ์มัน 1367 (14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532)

ตั้งแต่วันนั้นเมื่อคำประกาศฟัตวา ของท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ออกมา สั่งลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวโทษฐานดูหมิ่นศาสนาอิสลาม และท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ซึ่งทำให้เขาต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนตัวเป็นเวลานับสิบปี


ในปี พ.ศ. 2550 รัฐบาลอังกฤษประกาศมอบรางวัลเหรียญเกียรติยศจากราชวงศ์อังกฤษ ให้กับรัชดี และประกาศแต่งตั้งให้เป็นอัศวิน (Sir) จากผลงานประพันธ์หนังสือเกี่ยวกับนวนิยายและวรรณกรรม ท่ามกลางความไม่เห็นด้วย และประท้วงอย่างกว้างขวางทั้งจากต่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าอังกฤษไม่เคยเคารพสิทธิของมุสลิมเลย ผู้ที่ถูกสั่งประหารชีวิตโทษฐานดูหมิ่นศาสนาอิสลาม ยังได้รับเกียรติที่สูงศักดิ์ของราชวงศ์อังกฤษ ...


และเมื่อไม่นานมานี้ "ซัลมาน รุชดี" ผู้ที่อิมามโคมัยนี (รฎ.) ออกคำฟัตวาสั่งประหารชีวิต มีโปรแกรมจะเข้ามาร่วมงานนิทรรศการวรรณกรรมในอินเดีย ทำให้พี่น้องมุสลิมในอินเดีย ลุกขึ้นประท้วงอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นมิให้ "ซัลมาน รุชดี" เข้าประเทศ สุดท้ายก็ต้องยกเลิกการเดินทาง เนื่องจากกลัวตาย...

 

ลิงค์อื่นๆ :
  ชมรมคนรักวิลายะตุ้ลฟะกีห์ เปิดตัวเว็บไซต์ www.alwilayat.org
  เว็บไซต์ท่านผู้นำสูงสุด ภาคภาษาไทยเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ
  สถาบันศึกษาศาสนาอัลมะฮ์ดี เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ประจำปี 2556
  มูลนิธิอัลมะฮฺดี ประเทศไทย จัดอบรมรวด 3 โครงการในเดือนเมษายน 56
  สาส์นฮัจญ์ ฮ.ศ. 1433 โดย ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ยังบรรดาผู้แสวงบุญ ณ นครมักกะฮ์
  ซัยยิดอะลี คอเมเนอี “การเปลี่ยนแปลงล่าสุดของโลกอิสลาม คือตัวกำหนดอนาคตของโลก”
  รายงานภาพ : นมาซอีดฟิตร์กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน
  รายงานภาพ : Quds Day 2012 Bangkok Thailand
  รายงานภาพ : Quds Day 2012 IRAN
  ซัยยิดอะลี คอเมเนอี: “ปัญหาอัลกุดส์ คือปัญหาหลักของโลกอิสลาม”

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.