หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 19 มิถุนายน 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
อิมามียะฮ์ เจอร์นัล
Send to friends Print this page

อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : เมื่อค่ำที่ผ่านมา (14 มีนาคม 2553) ฮูซัยนียะฮ์ อิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.) อ.ละงู จ.สตูล ได้จัดงานเฉลิมฉลองวันประสูติท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) และท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ.) ขึ้น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจากจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ และกทม.บางส่วนนับพันคน


งานเริ่มต้นภายหลังจากการนมาซมัฆริบ และอิชาอ์ รับประทานอาหารค่ำด้วยกัน โดยการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานจากนักกอรี เชคอิบรอฮีม หมาดทิ้ง หลังจากนั้นก็มีคณะมะวัดดะฮ์ ฟิลกุรบาอ์ ได้ขึ้นกล่าวบัรซันญี เพื่อเทิอดเกียรติท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.)

ในงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากนักพูดชื่อดัง และผู้อำนวยการสถาบันกู๊ดทอล์ค อาจารย์อุสมาน ลูกหยี เป็นผู้ดำเนินรายการตลอดรายการ

หลังจากการอ่านบัรซันญีเสร็จสิ้น ผู้บรรยายคนแรก คือซัยยิดมะฮ์มูด ชาฮูซัยนี นักคิดนักเขียนคนสำคัญคนหนึ่งของแวดวงชีอะฮ์อิมามียะฮ์ ในประเทศไทย


ซัยยิดมะห์มูดกล่าวคำปราศรัย โดยสรุปก็คือ บทบาทของท่านนบีมุฮัมมัด ศ ในฐานะเป็นความเมตตาแห่งสากลโลก เป็นที่ยอมรับของนักค้นคว้าในโลกตะวันตก ว่าท่านมีคุณสมบัติที่โดดเด่น ในฐานะตัวแทนคนหนึ่งของพระเจ้า และเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงโดยศาสดาก่อนๆมาแล้วทั้งนั้น


ซัยยิดมะห์มูดเรื่องเล่าในพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าจะเดินทางลาจากพระอานนท์ โดยขี่ม้าข้ามแม่น้ำ แล้วได้ฝากคำสอนแก่พระอานนท์ให้รู้ว่าในอนาคตกาลข้างหน้า ยังจะมีศาสดาองค์สุดท้าย เป็นผู้รอบรู้มามอบความรู้อย่างมากมายให้แก่มนุษย์ พระเยซูก็มีพระคำสอนสั่งบรรดาสาวกให้รู้ถึงกาลมาของศาสดาองค์สุดท้าย ซึ่งจะมาทำการปลดปล่อยมนุษยชาติ


ซัยยิดมะห์มูดได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้เป็นที่น่าเสียใจว่าสังคมของมุสลิมเราเอง ไม่ค่อยนำเอาแบบอย่างของท่านศาสดามาใช้ โดยเฉพาะในสังคมระดับครัวเรือน หญิงสาวของอิสลามสมัยใหม่ จำนวนมาก ไม่ค่อยสวมใส่อาภรณ์ตามคำสั่งสอนของศาสนา จึงเกิดเป็นประเด็นปัญหามากมายในสังคม จะมีข่าวการฆ่าข่มขืน การฉุดคร่าอนาจาร การจะตำหนิพวกผู้ชายที่ข่มขืนฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกต้องนัก เราจำเป็นต้องตรวจสอบดูให้ละเอียดด้วยว่า ฝ่ายผู้หญิงที่ถูกข่มขืนนั้น แต่งกายอย่างไร ยั่วยวนกามารมณ์หรือไม่ นุ่งน้อยห่มน้อย เพื่อล่อตาล่อใจเพศตรงข้ามหรือไม่ ?

ซัยยิดมะห์มูดได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนอยู่ในประเทศอิหร่านเป็นเวลา ๑๗ ปี ประสบการณ์ที่ได้รับจากที่นั่น ทำให้เขาอยากเห็นสภาพสังคมทีมีศีลธรรม อิหร่านมีสภาพสังคมที่เรียบร้อย ปราศจากอาชญากรรมทางเพศ อิมามโคมัยนีมาปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน แต่ส่งผลในด้านบวกให้แก่บรรดาสตรีมุสลิมไปทั่วโลก นั่นคือ ทำให้สตรีมีความเป็นอยู่อย่างผู้มีเกียรติในสังคม


เขาเองเคยไปบรรยายในมหาวิทยาลัยต่างๆ หลายแห่งในสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน หัวข้อการบรรยายแต่ละแห่ง เขาจะเน้นเรื่องฮิญาบ และศักดิ์ศรี เกียรติยศของสตรีเพศที่สวมใส่ ทั้งเขาเองและซัยยิดสุไลมาน บางครั้ง เมื่อพูดถึงคุณค่าของฮิญาบ ทำให้สตรีชาวอิหร่านร้องไห้โฮ เพราะไม่คิดฝันว่า ฮิญาบ คือสิ่งที่ให้คุณค่าแก่ผู้หญิง


สตรีชาวอิหร่านในรั้วมหาวิทยาลัยรู้สึกทึ่งกับข่าวที่ว่าสตรีมุสลิมเมืองไทยคลุมฮิญาบ รู้สึกดีใจแทนผู้หญิงมุสลิมเมืองไทยที่เข้าใจฮิญาบ นี่คือสิ่งหนึ่ง ที่เราได้รับจากคำสอนของท่านศาสดามุฮัมมัด ศ เขากล่าวว่า โลกตะวันตกพยายามระดมทุนมากมหาศาลเพื่อซื้อเสียงเลือกประธานาธิบดีในอิหร่านให้ได้คนของตน แต่แล้ว คนอิหร่านไม่ต่ำจาก ๗๐ เปอเซนต์ ยังต้องการระบอบอิสลาม ไม่ว่ายิวจะพยายามทำลายอิสลามเพียงใด ก็ไม่มีวันสำเร็จ
ซัยยิดมะห์มุดได้กล่าวถึง นายบารัก โอบามา ว่าถึงแม้จะใช้สโลแกนในการหาเสียงเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีว่า เปลี่ยนแปลงก็จริง แต่ในที่สุด ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ประชาชนชาวอิหร่านวันนี้มีความสุขมาก พวกเขายังใช้ชีวิตอย่างปกติ ไม่แยแสประการใดกับการคว่ำบาตรทางเศารษฐกิจจากโลกตะวันตก


หลังจากนั้น ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย อิหร่าน ได้ขึ้นบรรยายต่อในเวลาต่อมา


ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ได้กล่าวถึงความประเสริฐของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ว่าแท้จริงแล้วท่านศาสดามุฮัมมัด คือผู้ที่มาปลดปล่อยมนุษยชาติจากพันธนาการทุกๆ สิ่ง และนำมนุษย์สู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ความประเสริฐของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) นั้นมากมายเหนือคำบรรยายใดๆ แต่ปัญหาติดอยู่ที่ว่า มุสลิมเราในยุคปัจจุบันนี้ ไม่เข้าใจที่จะนำเสนอ บวกกับการแผนการทำลายของศัตรูอิสลามที่มีวิธีการต่างๆ นานา เพื่อต้องการลดเกียรติยศของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.)


ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ได้ชี้ให้เห็นว่า ณ วันนี้ศัตรูเกรงกลัวอิสลามที่แท้จริง ศัตรูกลัวนมาซที่สามารถทำลายล้างพวกมันได้ ศัรตูเกรงกลัวการทำฮัจญ์ที่สามารถสร้างความอัปยศแก่พวกมันได้ ศัตรูไม่ได้เกรงกลัวนมาซ หรืออิสลามที่อ่อนแอเลยแม้แต่นิดเดียว

ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ได้ชี้ให้เห็นว่า ศัตรูของศาสดามุฮัมมัด (ศ.) มีสองพวก พวกแรกคือศัตรูภายนอก นั่นก็คือพวกยิว อเมริกา และชาติตะวันตก พวกที่สองคือศัตรูภายใน นั่นคือกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่ต่อต้านการจัดงานรำลึกถึงท่านศาสดา (ศ.)


ซัยยิดสุไลมาน ได้ชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบัน ภาวะความกลัวการแพร่ขยายของศาสนาอิสลามในโลกตะวันตกมีมากขึ้นทุกวัน เพราะเมื่อคำสอนของศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้ถูกนำเสนอแกชาวตะวันตก พวกเขาต่างเข้าใจ และน้อมรับศาสนาอิสลามในทุกๆ วัน


ซัยยิดสุไลมาน ได้ยกตัวอย่างการเข้ารับอิสลามของอเมริกันชนที่เป็นชาวผิวดำ เมื่อพวกเขาได้รับฟังคำสอนหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ที่ว่า "มนุษย์ ผิวดำ หรือผิวขาว ไม่ได้มีความแตกต่างกันแต่ประการใด แต่มนุษย์ที่มีความยำเกรงต่อพระองค์เท่านั้นคือผู้ที่มีเกียรติ" แค่คำพูดสั้นๆ นี้ของศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ ได้โน้มน้าวจิตใจชาวอเมริกันผิวดำเข้าสู่ศาสนาอิสลามนับล้านๆ คน และคำสอนอื่นๆ อีกมากมาย


ซัยยิดสุไลมาน กล่าวย้ำว่า ชาติตะวันตกหวาดกลัวต่อคำสอนต่างๆ ของอิสลาม ซึ่งหากว่ามันได้แพร่ขยายไปมากกว่านี้ อีกไม่นานประชาชาติของพวกเขาจะเข้าสู่สายธารแห่งอิสลามจนหมดเป็นแน่ แผนการณ์ต่างๆ จึงถูกเขียนขึ้นและปฏิบัติในทันที เช่นการนำเสนอตัวตนของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ว่าเป็นผู้ที่กระหายสงคราม เป็นผู้ที่หมกมุ่นอยู่กับตัณหาราคะ ฯลฯ หรือการระเบิดตึกเวิรล์ดเทรดเซ็นเตอร์ เมื่อหลายปีก่อน ผู้อยู่เบื้องหลังก็คือศัตรูอิสลาม โดยมีกลุ่มมุสลิมที่โง่เขลาเป็นผู้ปฎิบัติภารกิจ เป้าหมายคือต้องการนำเสนอให้ชาวโลกเห็นว่า มุสลิมคือผู้ก่อการร้าย มุสลิมคือผู้กระหายสงคราม เพื่อสกัดกั้นชาวโลกจากการเข้าศึกษาศาสนาอิสลามนั่นเอง

ซัยยิดสุไลมาน ได้กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจมากกว่า คือการที่เรามีมุสลิมกลุ่มหนึ่ง ก็กำลังมุ่งมั่นอยู่กับการทำลาย และลดเกียรติยศของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) เสียเอง มุสลิมกลุ่มนั้นคือกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงวะฮาบีย์ ที่ปากของพวกเขาประกาศว่า พวกเขารัก และเป็นประชาชาติของศาสดามุฮัมมัด (ศ.) แต่ในขณะเดียวกัน สั่งห้ามผู้ที่จัดงานรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) พวกเขาจะทุบตีทำร้ายพี่น้องมุสลิมที่ไปเยี่ยมเยียนหลุมฝังศพของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.)


ซัยยิดสุไลมาน กล่าวเพิ่มเติมว่า จึงไม่เป็นที่แปลกใจเลย ต่อคำปรารภหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ที่ว่า "ภายหลังจากฉัน จะมีกลุ่มชนที่ชั่วร้ายที่สุดจากประชาชาติของฉัน พวกเขาจะทำลายอิสลาม และเกียรติยศของฉัน ในนามของฉัน และในนามแบบฉบับของฉัน"


ซัยยิดสุไลมาน กล่าวต่อว่า มุสลิมกลุ่มนี้แหละที่พวกมันสั่งห้ามจัดงานรำลึกถึงท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ทุบตีผู้ไปเยี่ยมเยือนหลุมฝังศพของศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ด้วยสโลแกนบิดอะฮ์ แต่ในขณะเดียวกันกลับกล่าวหามุสลิมชีอะฮ์ว่า เป็นกลุ่มที่ไม่ปฏิบัติตามท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.)


ซัยยิดสุไลมาน กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องต่อสู้กับศัตรูภายนอกอย่างพวกยิวไซออนิสต์ และศัตรูภายในกลุ่มมุสลิมสุดโต่งวะฮาบีย์ เพื่อดำรงไว้ซึ่งศาสนาอิสลามที่แท้จริง และรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.)


ซัยยิดได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ที่สำคัญพวกเราทุกคนซึ่งเป็นประชาชาติของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) มีภารกิจอันเร่งด่วนคือการนำเสนอ คำสอน แบบฉบับที่แท้จริงของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ให้ประชาคมโลกได้รับรู้ แบบถูกต้อง
ช่วงสุดท้ายซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ได้กล่าวรำลึกถึงท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ.) ซึ่งถือกำเนิดในวันเดียวกับท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) 17 รอบิอุลเอาวั้ล เช่นกัน

ในช่วงสุดท้ายก่อนงานจะจบลง ผู้เฒ่าอันดามัน ได้ขึ้นร้องอนาชีดเทิอดเกียรติท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) และท่านอิมามอะลี (อ.) เช่นกัน ก่อนที่ผู้มาร่วมงานจะแยกย้ายกันกลับในเวลา 24.00 น.

เชคมาลีกี ภักดี ประธานจัดงานได้กล่าวว่า แขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้มากเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะในปีนี้มีพี่น้องมุสลิมสุนนี่มาร่วมงานกว่าร้อยคน และโดยเฉพาะการได้รับเกียรติจากผู้บรรยายทั้งสองท่าน คือซัยยิดมะฮ์มูด ชาฮูซัยนี และฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี และผู้ดำเนินรายกาย อาจารย์อุสมาน ลูกหยี จึงสามารถกล่าวได้ว่า เป็นงานเมาลิดุนนบีมุฮัมมัด (ศ.) ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา และในปีต่อไปจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าปีนี้ อินชาอัลลอฮ์...


เชคมาลีกี ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า คำปราศรัยของฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี จะนำเทปที่ได้อัดไว้มาถอดความ ซึ่งพี่น้องผู้ศรัทธาสามารติดตามได้ ในเว็บ www.ahlulbait.org

 

 

 

ลิงค์อื่นๆ :
  ชมรมคนรักวิลายะตุ้ลฟะกีห์ เปิดตัวเว็บไซต์ www.alwilayat.org
  เว็บไซต์ท่านผู้นำสูงสุด ภาคภาษาไทยเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ
  สถาบันศึกษาศาสนาอัลมะฮ์ดี เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ประจำปี 2556
  มูลนิธิอัลมะฮฺดี ประเทศไทย จัดอบรมรวด 3 โครงการในเดือนเมษายน 56
  สาส์นฮัจญ์ ฮ.ศ. 1433 โดย ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ยังบรรดาผู้แสวงบุญ ณ นครมักกะฮ์
  ซัยยิดอะลี คอเมเนอี “การเปลี่ยนแปลงล่าสุดของโลกอิสลาม คือตัวกำหนดอนาคตของโลก”
  รายงานภาพ : นมาซอีดฟิตร์กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน
  รายงานภาพ : Quds Day 2012 Bangkok Thailand
  รายงานภาพ : Quds Day 2012 IRAN
  ซัยยิดอะลี คอเมเนอี: “ปัญหาอัลกุดส์ คือปัญหาหลักของโลกอิสลาม”

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.