หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 19 พฤษภาคม 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
อิมามียะฮ์ เจอร์นัล
Send to friends Print this page

 

อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : เมื่อวันพุธค่ำลงที่ 2 มิถุนายน 2553 มัสยิดรูฮุลลอฮ์ ได้จัดงานวันถือกำเนิดของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) และท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ขึ้น ซึ่งมีผู้ร่วมงานจากจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคใต้ กว่าเจ็ดร้อยคน ซึ่งภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับชีวประวัติของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) และเกี่ยวกับวันสตรีเนื่องในวันถือกำเนิดของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) โดยมุสลิมะฮ์มัสยิดรูฮุลลอฮ์ อีกด้วย


ในงานค่ำคืนดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ฮุจญตุลอิสลาม เชคคอลิกพูร ตัวแทนองค์การการศึกษาวิชาการศาสนาอิสลามนานาชาติประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นผู้บรรยายพิเศษ โดยมี ซัยยิดอิบรอฮีม ฮูซัยนี แปลเป็นภาษาไทย การบรรยายได้เริ่มขึ้นหลังจากการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และกล่าวการต้อนรับโดยประธานจัดงาน ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาวิชาการศาสนาอัลมะฮ์ดี และมอบรางวัลแก่มุสลิมะฮ์ที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้


ท่านเชคคอลิกพูรได้เริ่มมัจญลิศด้วยรายงานหนึ่งจากท่าน อิมามญะอฺฟัร ศอดิก (อ.) ที่ได้กล่าวว่า "ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.) มีเก้าชื่อที่ใกล้เคียงกับอัลลอฮฺ (ซ.บ.) คือ ฟาฏิมะฮฺ, อัซ-ซิดดีเกาะฮฺ (ผู้สัจจริง), อับ-มุบารอกะฮฺ (ผู้มีศิริมงคล), ฏอฮีเราะฮฺ (ผู้บริสุทธิ์), ซากียะฮฺ (ผู้ขัดเกลา), รอดียะตุล-มัรดียะฮฺ (ผู้พึงพอใจที่ได้รับความพึงพอใจ), มุฮัดดาษะฮฺ (ผู้ที่เทวทูตสนทนาด้วย) และซะฮฺรอ (ผู้งดงาม)"


เชคคอลิกพูร ได้กล่าวว่า มนุษย์ทุกคนมีชื่อทุกคน และบิดาจะเป็นผู้ตั้งชื่อให้ แต่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) มีถึง 9 ชื่อ และทั้งหมดเป็นชื่อที่พระองค์อัลลอฮได้ตั้งให้แก่นางทั้งสิ้น และในแต่ละนามของท่านหญิงก็ได้บ่งบอกถึงคุณลักษณะอันสูงส่งของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ.) ทั้งสิ้น


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ (ศ) ได้เปิดเผยให้เห็นถึงความสูงส่งของท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ (อ) เหตุใดท่านหญิงจึงได้รับการขนานนามว่า ฟาฎิมะฮ์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ฟาฎิมะฮ์ คือพระนามหนึ่งของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) คือ ฟาฏิร หมายถึงพระผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งมวล และคำว่าฟาฏิมะฮ์ มาจาก ฟาฎิร นั่นเอง มายังงัยหรือ? โอ้ฟาฏิร ด้วยสิทธิของ ฟาฏิมะฮ์


เชคคอลิกพูร ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ฟาฏิร คือพระผู้สร้าง หรือ คอลิก นั่นเอง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของสรรพสิ่งทั้งมวล เป็นที่มาแห่งความดีงามทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้ การที่ท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ (อ) ได้รับมาจากพระนามของพระองค์นั้น เนื่องจากว่า การจะได้มาซึ่งความดีงามทั้งหมดของพระองค์นั้นจะต้องอาศัยความดีงามที่มีอยู่ในตัวของท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ (อ) พระองค์ได้กล่าวขานนางในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานว่า "เกาษัร" ซึ่งเป็นความดีงามอันมากมายที่พระองค์ได้ประทานแก่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) เกาษัร คือที่มาแห่งความดีงามอันมากมายสำหรับโลกดุนยานี้


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ฏอฮิเราะฮ์ คืออีกนามหนึ่งของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) คือผู้ทรงสะอาดบริสุทธิ์ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้กล่าว่า "ฟาฏิมะฮ์ คือนางฟ้าที่มาถือกำเนิดบนโลกนี้" ทำไมท่านศาสดา (ศ) ต้องกล่าวเช่นนั้น ก็เพราะว่า ในช่วงที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) จะถือกำเนิด หรือก่อนที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) จะปฏิสนธิในครรภ์ของมารดานั้น พระองค์ได้มีคำสั่งให้ท่านศาสดา (ศ) ไปพำนักยังถ้ำฮิรอ และให้ถือศีลอดในเวลากลางวัน ปฏิบัติเคารพภักดีพระองค์ในเวลากลางคืนติดต่อกันถึง 40 วัน ในช่วงการละศีลอด และช่วงเวลาก่อนการถือศีลอด พระองค์จะส่งอาหารมาจากสรวงสวรรค์แก่ท่านศาสดา (ศ) เพื่อรับประทาน หลังจากผ่านไป 40 วัน ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) จึงได้ปฏิสนธิอยู่ในครรภ์ของท่านหญิงคอดีญะฮ์ (อ) ดังนั้นอาหารจากสรวงสวรรค์ที่ท่านศาสดา (ศ) รับประทาน และการปฏิบัติเคารพภักดีต่อพระองค์ นาน 40 วันคือโครงสร้างของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) ท่านศาสดา (ศ) จึงได้กล่าวว่า "ฟาฏิมะฮ์ คือนางฟ้าจากสวรรค์ในร่างของมนุษย์ธรรมดา" นางจึงมีความบริสุทธิ์ผุดผ่อง นามว่า ฏอฮิเราะฮ์

เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า รอดียะฮ์ คืออีกนามหนึ่งของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) คือผู้พึงพอใจที่ได้รับความพึงพอใจ นั่นหมายถึง สิ่งที่พระองค์ทรงพอพระทัย คือความพึงพอใจของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) ท่านหญิงจะไม่ปฏิบัติในสิ่งใดที่ไม่เป็นที่พึงพอพระทัยของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) และยังมีรายงานจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้กล่าวว่า "ความพึงพอใจของฟาฏิมะฮ์ คือความพึงพอพระทัยของพระองค์ ความโกรธของฟาฏิมะฮ์ คือความพิโรธของพระองค์"


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ดวงใจของผู้ศรัทธาจะสว่างไสวได้นั้น ก็จำเป็นจะต้องมีความรักต่อท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) เพราะหากหัวใจของผู้ศรัทธาคนใดไร้ซึ่งความรักที่มีต่อท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) และลูกหลานของฟาฏิมะฮ์ (อ) หัวใจดวงนั้นก็จะมืดมนต์ เพราะฟาฏิมะฮ์คือสุดที่รักของพระองค์ และศาสดาของพระองค์


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า อุมมุอาบีฮา (มารดาของบิดาของนาง) อีกความหมายหนึ่งคือ ฟาฏิมะฮ์ (อ) คือที่มาหรือรากฐานของบิดาของนางเอง ด้วยเหตุนี้ท่านหญิงคือรากฐานที่ท่านศาสดา (ศ) ได้กล่าวเอาไว้ว่า "หากฉันคือต้นไม้แห่งอิสลาม ฟาฏิมะฮ์ คือราก อะลี คือเกษร ฮาซันและฮุเซน คือผลของต้นไม้ต้นนี้" ท่านศาสดา (ศ) ต้องการจะบอกว่า หากฉันไม่มีฟาฏิมะฮ์ อิสลาม และเชื้อสายลูกหลานของฉันคงจะต้องหมดลง และวันนี้เราได้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า อิสลามที่แท้จริงและยังคงเหลืออยู่ โดยเฉพาะบรรดาลูกหลานที่มีเชื้อสายมาจากฟาฏิมะฮ์ (อ) ยังมีอยู่มากมายจนถึงทุกวันนี้ แม้จะถูกตามล้างตามฆ่า หรือถูกทำลายมากมายเพียงใดก็ตาม


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ดังนั้น คำว่า อุมมุนอะบีฮา มีความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่า ที่จะให้ความหมายว่า ฟาฏิมะฮ์ คือมารดาแห่งบิดาของนาง แต่มีความหมายว่า ฟาฏิมะฮ์คือรากฐานแห่งศาสนาอิสลาม คือรากฐานแห่งแนวทางอันบริสุทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า และด้วยรากฐานที่สำคัญยิ่งที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้กล่าวไว้ คือท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) วันนี้ในยุคของเรามีลูกหลานคนหนึ่งของท่านหญิงคือ ท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน เป็นผู้ที่มีเชื้อสายโดยตรงมาจากท่านหญิง ซึ่งศรัตรูของอิสลามทั่วทั้งโลกในยุคปัจจุบันนี้ เราก็ได้เห็นแล้วว่า พวกเขาต่างมุ่งมั่นทุกวิถีทางในการทำลายล้างอิสลามของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ทั้งทางตรง และทางอ้อม

เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า แต่ด้วยความเป็นสิริมงคลของการมีอยู่ของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) อิมามโคมัยนี (ร.ฮ) คือผลไม้จากที่ผลิตออกมาจากรากของต้นไม้แห่งอิสลามที่แท้จริง ในวันนี้อิสลามจึงยังคงมีการกล่าวขาน ชื่อของศาสดามุฮัมมัด ชื่อของบรรดาอิมาม อิสลามที่แท้จริง ซึ่งเป็นอิสลามที่มิได้ถูกบิดเบือนจึงยังดังกึกก้องทั่วทั้งโลก ผ่านการปฏิวัติอิสลามของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ผู้มีเชื้อสายของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) แม้กระทั่งในสหประชาชาติซึ่งเป็นเวทีของประชาคมโลก ก็มีการกล่าวนามของศาสดามุฮัมมัด (ศ) อิสลามได้กลับมายิ่งใหญ่ มีศักดิ์ศรี ในหมู่ประชาคมโลกอีกครั้ง


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) มิใช่ผู้นำของชาวอิหร่าน แต่เป็นผู้ฟื้นฟูอิสลาม การต่อสู้ของท่านเพื่อศาสนาอิสลาม เพื่อมนุษยชาติผู้ถูกกดขี่ทั้งมวล


เชคคอลิกพูรได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ได้ประกาศให้ชาวโลกได้รู้ว่า มนุษย์ทุกคน คือผู้ที่มีอิสรภาพ ใช้ชีวิตได้อย่างเอกราช ที่ตั้งอยู่บนหลักความศรัทธาของเขาเอง ท่านได้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ และศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน และหน้าที่ของพวกเราในวันนี้คืออะไร

เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า เป็นที่ทราบกันดีถึงความป่าเถื่อนของศรัตรูอิสลาม ในวันนี้ที่พวกเขานับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น การปล้นสดมภ์ของพวกมหาอำนาจที่มีอยู่ทั่วโลกและสร้างความก้าวหน้าแก่ประเทศของตัวเอง การกดขี่ การสังหารหมู่ของอิสราเอลที่มีต่อพี่น้องมุสลิมในปาเลสไตน์ หรือเหตุการณ์อื่นๆ อีกมากมาย ที่ประชาคมโลกต่างได้รู้และได้เห็นตามสื่อต่างๆ ทุกวัน แต่ไม่มีประเทศใด หรือบุคคลใดจะกล้าประกาศ หรือต่อต้านความชั่วร้ายของอิสราเอล และชาติมหาอำนาจเหล่านั้นเลย


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ในขณะเดียวกันนั้นเองที่ทุกคนกำลังนิ่งเงียบ ท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) คือผู้ที่มีความเด็ดเดี่ยว กล้าที่จะออกมาเปิดโปง บอกกล่าวถึงความชั่วร้ายของพวกอิสราเอล และชาติมหาอำนาจตะวันตก และประกาศว่าบุคคลใดก็ตามที่ต้องการจะมีเสรภาพ ต้องการที่จะเป็นเอกราช ต้องปลดแอกตัวเองออกจากการครอบงำของชาวตะวันตก นี่คือท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ทายาทของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ)


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ดังนั้นจากภารกิจของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) สามารถที่จะกล่าวได้ว่า การมีอยู่ของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) คือการดำรงอยู่ของความยุติธรรมบนโลกนี้ คือการคงอยู่ของอัลอิสลามที่แท้จริง สิ่งนี้บรรดาศรัตรุของอิสลามก็รู้ดี ดังนั้นพวกมันจึงพยายามทุกวิถีทางในการที่จะลบชื่อของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ออกจากโลกมุสลิม และไม่ใช่มุสลิม ให้พวกมุสลิม และใครก็ได้ที่เข้าใจอุดมการณ์ของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ลืมชื่อของท่าน เพราะหากพวกมันสามารถลบชื่อของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ออกจากหัวใจของมุสลิมไปได้ พวกมันก็สามารถที่จะลบความยุติธรรม และอิสลามที่บริสุทธิ์ซึ่งอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ประกาศไว้เช่นเดียวกัน


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ดังนั้นพี่น้องที่รักทั้งหลาย หากพี่น้องได้พบกับผู้ที่มีโรคได้มาบอกกับพี่น้องเพื่อให้พี่น้องลดความสำคัญต่อท่านอิมามโคมัยนี และการปฏิวัติของท่านอิมามโคมัยนี พี่น้องต้องรับทราบไว้ทันทีว่า บุคคลเหล่านั้นคือศรัตรูของอิสลาม คือศรัตรูของความยุติธรรม ขอให้พี่น้องที่รักอย่านิ่งเงียบกับบุคคลเหล่านั้น พยายามบอกให้พวกเขาเข้าใจถึงอุดมการณ์ของอิมามโคมัยนี และอุดมการณ์ที่แท้จริงของพวกท่าน


ในช่วงท้ายเชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า วันถือกำเนิดของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) คือวันแห่งสตรี ดังนั้นโอ้บุรุษทั้งหลายเอ๋ย อย่ากดขี่ภรรยาของพวกท่าน อย่ากดขี่บุตรสาวของพวกท่าน ให้เกียรติพวกนาง เพราะมีรายงานว่า สตรีคืออามานะฮ์ จากพระผู้เป็นเจ้า และยังมีรายงานอีกว่า บุคคลที่รังแกและกดขี่ภรรยาของตัวเอง ในวันกิยามัตจะฟื้นคืนชีพมาในสภาพของผู้ที่เป็นอำพาตครึ่งตัว และจะถูกลากตัวไปโยนในไฟนรก


เชคคอลิกพูรได้กล่าวอีกว่า ในขณะเดียวกันสตรีก็เช่นเดียวกัน ก็จะต้องเคารพในสิทธิของสามีอย่างเคร่งครัด ตามบทบัญญัติของศาสนา ก็จะมีบทลงโทษที่ไม่น้อยไปกว่าบุรุษที่รังแกภรรยาเลยแม้แต่น้อย


เชคคอลิกพูรได้กล่าวก่อนจบการบรรยายว่า สตรีคือมารดาของมนุษย์ทุกคน สิทธิของมารดาที่มีบัญญัติอยู่ในศาสนา ลูกๆ จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ว่ามารดาของเขาจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม ลูกๆ จะต้องให้เกียรติอย่างสูงต่อมารดา ลูกคนใดก็ตามที่ลืมบุญคุณของแม่ เขาจะไม่มีวันประสพความสำเร็จในชีวิต มีวจนะของท่านศาสดา (ศ) ว่า "แท้จริงสวรรค์นั้นอยู่ในฝ่าเท้าของมารดา" อัลกุรอานก็ได้มีบัญญัติไว้ว่าให้อ่อนน้อมถ่อมตนต่อมารดา ดังนั้นบุคคลใดก็ตามที่ให้เกียรติมารดา มีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อมารดา แน่นอนเขาจะมีความผาสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้าอย่างแน่นอน


งานจบลงเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ แขกที่มาร่วมงานต่างแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนาในทันที

คลิ๊กชมภาพบรรยากาศภายในงาน

 

ลิงค์อื่นๆ :
  ชมรมคนรักวิลายะตุ้ลฟะกีห์ เปิดตัวเว็บไซต์ www.alwilayat.org
  เว็บไซต์ท่านผู้นำสูงสุด ภาคภาษาไทยเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ
  สถาบันศึกษาศาสนาอัลมะฮ์ดี เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ประจำปี 2556
  มูลนิธิอัลมะฮฺดี ประเทศไทย จัดอบรมรวด 3 โครงการในเดือนเมษายน 56
  สาส์นฮัจญ์ ฮ.ศ. 1433 โดย ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ยังบรรดาผู้แสวงบุญ ณ นครมักกะฮ์
  ซัยยิดอะลี คอเมเนอี “การเปลี่ยนแปลงล่าสุดของโลกอิสลาม คือตัวกำหนดอนาคตของโลก”
  รายงานภาพ : นมาซอีดฟิตร์กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน
  รายงานภาพ : Quds Day 2012 Bangkok Thailand
  รายงานภาพ : Quds Day 2012 IRAN
  ซัยยิดอะลี คอเมเนอี: “ปัญหาอัลกุดส์ คือปัญหาหลักของโลกอิสลาม”

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.