หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 18 มิถุนายน 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
อิมามียะฮ์ เจอร์นัล
Send to friends Print this page

กฎหมายซาอุดิอาราเบียบิดาบังคับลูกสาวให้แต่งงานได้


อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : สำนักข่าว อับนา รายงานว่า กฎหมายของประเทศซาอุดิอาราเบีย อนุญาตให้บิดาสามารถขัดขวางการแต่งงานของบุตรีและพี่สาวน้องสาวของตนได้ หรืออนุญาตให้บังคับแต่งงานกับชายใดก็ได้ตามที่เขาปราถนา ซึ่งขัดกับฟิกฮ์ และกฎหมายของอิสลามแท้จริงที่ว่า การบังคับแต่งงานโดยที่ทั้งชายและหญิงไม่มีความพึงพอใจซึ่งกันและกันนั้น ถือว่าเป็นสิ่งโมฆะ


ในรายงานข่าวยังมีต่อว่า ในประเทศซาอุดิอาราเบีย ณ วันนี้สตรีไม่มีสิทธิที่จะเลือกคู่ครองของตนเองได้ ซึ่งเป็นคำสั่งสอนของวะฮาบีย์ และขนบธรรมเนียมประเพณีของเผ่า ที่จะต้องได้รับอนุญาตจากบิดา หรือบรราดาผู้ชายในครอบครัวเสียก่อนเท่านั้น และพวกเขาเท่านั้นคือผู้ที่จะชี้ขาดเรื่องคู่ครองของสตรีในซาอุดิอาราเบีย


ยกตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ ศาลในนครมะดีนะฮ์ได้ปฏิเสธคำร้องของแพทย์หญิงวัย 42 ปี ที่ได้ฟ้องร้องต่อศาลต่อกรณีที่บิดา และพี่น้องผู้ชายของเธอ ที่ไม่ยอมอนุญาตให้เธอแต่งงานกับศัลยแพทย์ที่เธอทำงานอยู่ด้วยกัน ศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินว่าเธอไม่มีสิทธิในเรื่องดังกล่าว และบิดาและพี่น้องผู้ชายของเธอเท่านั้น ที่มีสิทธิในการตัดสินใจว่าเธอต้องแต่งงานกับใคร และได้กล่าวว่าแพทย์หญิงผู้นี้ไม่ได้เป็นลูกที่ว่านอนสอนง่าย เพราะพยายามจะแต่งงานกับผู้ชายที่ครอบครัวไม่เห็นด้วย ด้วยเพราะเหตุผลว่าฝ่ายชายมิได้สังกัดเผ่าเดียวกันกับเธอ


ซุฮัยลา ซัยนุ้ล อาบิดีน จากสมาคมสิทธิมนุษยชนในประเทศซาอุดิอาราเบียกล่าวว่า "เป็นเรื่องแปลกในประเทศนี้มาก บางครั้งเด็กผู้หญิงอายุเพียง 10 ขวบสามารถแต่งงานได้อย่างง่ายดาย ทว่าผู้หญิงที่โตเต็มวัยและมีความพร้อมในทุกด้านวัย 42 ปีกลับถูกจำกัดไม่ให้แต่งงานด้วยเหตุผลที่ไร้สาระ"


อามัล ซอและฮ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งกล่าวว่า "ในสมัยก่อนการมาของอิสลาม ชาวอาหรับฝังลูกสาวทั้งเป็นตั้งแต่แรกคลอด แต่สมัยนี้พวกเขาฝังลูกสาวเมื่อตอนพวกเธอโตแล้วด้วยบังคับให้พวกเธอแต่งงานตามที่ตนปราถนา"


เรื่องของสตรีวัย 42 ปีแสดงให้เห็นว่า แม้ในคำสอนของศาสนาอิสลามอันสูงส่งมีว่า บิดาต้องอนุญาตให้ลูกสาวแต่งงาน หากสืบได้ว่าฝ่ายชายเป็นผู้มีศีลธรรม และเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด แต่ทว่าวันนี้ในประเทศซาอุดิอาระเบีย หลักคำสอนของวะฮาบีย์ และขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม ทำให้ผู้ชายในครอบครัวมีอำนาจเด็ดขาดเหนือผู้หญิง และคือผู้ชี้ชะตาของสตรีในครอบครัวของตน


ผลก็คือรัฐบาล และศาลจะไม่อนุญาตให้ผู้หญิงแต่งงาน โดยปราศจากการเซ็นอนุญาตในเอกสารโดยบิดา หรือญาติที่เป็นผู้ชาย เหตุผลหลักๆ ของการไม่อนุญาตก็คือ ผู้ชายมาจากคนละเผ่า คนละวงศ์วาน คนละวรรณะ


บิดาจำนวนมากไม่อนุญาตให้ลูกสาวแต่งงานกับคนต่างเผ่า ในขณะที่ตัวเองกลับได้ภรรยาที่มาจากเผ่าอื่น หลายคน และไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับคนที่เธอเลือก เพราะเขาได้หมั้นหมายเธอไว้ให้กับคนอื่นตั้งแต่เด็ก บางกรณีผู้หญิงหลายคนต้องอยู่เป็นโสด จนกว่าพี่สาวจะได้แต่งงานออกไปเสียก่อน ในขณะที่ผู้หญิงหลายคนถูกบังคับไม่ให้แต่งงานเพราะเธอเป็นผู้หารายได้หลักสำหรับการใช้จ่ายในครอบครัว

ยังมีเรื่องของอาซีซะฮ์ ที่เชื่อฟังคำสั่งของบิดาที่ไม่ให้เธอแต่งงานเมื่อถึงวัยอันควร ด้วยเหตุผลที่บิดายกมาอ้างว่า ไม่มีใครที่คู่ควรกับเธอ แต่เมื่อเธออายุกว่าสามสิบปี เธอได้ร้องขอแต่งงาน บิดากลับหาว่าเธอเรียกร้องในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อเธอเรียกร้องมากขึ้นบิดาก็แสดงความเดือดดาล ข่มขู่ และขังเธอไว้ในห้องไม่ให้ติดต่อกับญาติคนอื่นๆ


ในรายงานข่าวยังกล่าวอีกว่า ซุฮัยลา ซัยนุ้ล อาบิดีน กล่าวเสริมว่า สถาบันบางแห่งที่ตีความกฎหมายอิสลามอย่างคับแคบ ต้องยอมรับแบบอย่างของสถาบันอื่นบ้าง ที่เปิดใจกว้างสำหรับผู้หญิงในเรื่องการแต่งงาน ซึ่งไม่ได้ละทิ้งหลักการของศาสนา ผู้พิพากษาหลายคนยึดติดในขนบธรรมเนียมประเพณีจนทำให้ผู้หญิงหมดโอกาสได้แต่งงาน


ในรายงานข่าวได้กล่าวทิ้งท้ายว่า แต่ที่น่าแปลกใจไปยิ่งกว่านั้นรายงานการถูกลิดรอนสิทธิสตรีในซาอุดิอาราเบียเหล่านี้มากมาย ที่ถูกเสนอไปยังองค์การสิทธิมนุษยชน ณ สหรัฐเอมริกา แต่จนบัดนี้ก็ยังถูกเพิกเฉย ไม่มีมาตรการใดๆ ออกมาเพื่อปกป้องสิทธิสตรีในประเทศนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เสมือนหนึ่งว่าอเมริกาต้องการให้เป็นเช่นนั้น แต่เมื่อมีกฎหมายบังคับการคลุมฮิญาบสำหรับสตรีในอิหร่านออกมา กลุ่มสิทธิมนุษย์ชนดังกล่าวกลับต่อต้านอย่างแข็งขันว่าเป็นการลิดรอนสิทธิของสตรี


กฎหมายเถื่อนเหล่านี้กำลังแพร่หลายในประเทศซาอุดิอาราเบียในนามของอิสลาม ซึ่งขัดกับหลักการของอิสลามที่แท้จริงอย่างชัดแจ้ง ในนิติศาสตร์ของอิสลามที่แท้จริง การแต่งงานที่ถูกบังคับ โดยที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงไม่สมยอมกันถือว่าเป็นการแต่งงานที่โมฆะ และสตรีที่สูงวัยสามารถตัดสินใจแต่งงานกับชายที่เขาพอใจได้โดยไม่ต้องขออนุญาติบิดาหรือใครก็ตาม


บรราดามัรญีอ์ตักลีด (ผู้วินิจฉัยปัญหาศาสนา) ในสายชีอะฮ์อิมามียะฮ์ ได้มีความเห็นที่ตรงกันทั้งหมดทุกคน คือถ้าหากบิดามารดา บังคับลูกสาวให้แต่งงานกับผู้อื่น ซึ่งมิได้เป็นคนที่นางพึงพอใจ ถือว่าการแต่งงานนั้นเป็นโมฆะทันที

 


ลิงค์อื่นๆ :
  ชมรมคนรักวิลายะตุ้ลฟะกีห์ เปิดตัวเว็บไซต์ www.alwilayat.org
  เว็บไซต์ท่านผู้นำสูงสุด ภาคภาษาไทยเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ
  สถาบันศึกษาศาสนาอัลมะฮ์ดี เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ประจำปี 2556
  มูลนิธิอัลมะฮฺดี ประเทศไทย จัดอบรมรวด 3 โครงการในเดือนเมษายน 56
  สาส์นฮัจญ์ ฮ.ศ. 1433 โดย ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ยังบรรดาผู้แสวงบุญ ณ นครมักกะฮ์
  ซัยยิดอะลี คอเมเนอี “การเปลี่ยนแปลงล่าสุดของโลกอิสลาม คือตัวกำหนดอนาคตของโลก”
  รายงานภาพ : นมาซอีดฟิตร์กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน
  รายงานภาพ : Quds Day 2012 Bangkok Thailand
  รายงานภาพ : Quds Day 2012 IRAN
  ซัยยิดอะลี คอเมเนอี: “ปัญหาอัลกุดส์ คือปัญหาหลักของโลกอิสลาม”

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.