หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 21 มิถุนายน 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
กิจกรรม
Send to friends Print this page

อิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี) ของมนุษย์ทั้งหมดถูกร้อยเรียงเพื่อให้รู้จักอิมามประจำยุค

ความสำคัญของการเรียนรู้บทเรียน มะฮ์ดะวียัต
การนับถือศาสนาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ ก็ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจในเนื้อหาอันนี้..... ในหัวข้ออันนี้....... ที่เราจะเรียนรู้กัน นั้นคือ มะฮ์ดะวียัต !!! เรื่องราวแห่งการรู้จักต่อท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) อย่างถ่องแท้และสมบูรณ์.


ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสมบูรณ์ในเรื่องนี้เท่านั้น ที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จในการนับถือศาสนา จะนำความสำเร็จในการเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง จะเป็นตัวกำหนดบทบาท และวิถีชีวิตที่ถูกต้องของมนุษย์ทุกๆคน.....


อะไรคือวิธีการเรียนที่ถูกต้อง?
มัจญลิสนี้ เป็นมัจญลิสแห่งบทเรียน ไม่ใช่ฟังการบรรยาย ดังนั้น เมื่อเป็นห้องเรียน หรือบทเรียน บุคคลที่เข้าเรียนก็จะต้องเตรียมตัวปฏิบัติตนแบบนักเรียนให้มากที่สุด หมายถึงสิ่งใดก็ตามที่ได้รับรู้ เข้าใจ ก็จะต้องกลับไปทบทวน ทำความเข้าใจ และอะไรที่ยังข้องใจก็นำมาถาม.....


และนั่นคือวิธีการเรียนที่ถูกต้อง!! และสิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้น ถ้าหากปรารถนาที่จะให้ความรู้อันนี้คงอยู่กับเราตลอดไป เนื้อหาดีๆ คำพูดดีๆ ที่เรามักชอบให้มันอยู่กับเราตลอดไป เราก็จะต้องจดบันทึกเอาไว้


ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ได้กล่าวว่า قيد العِلمُ بالكتابه
"จงพันธนาการความรู้ ด้วยการเขียนและการบันทึก"


ไม่มีอะไรที่จะสามารถผูกล่ามความรู้ให้อยู่คู่กับเราได้ยาวนานที่สุดเท่ากับการจดบันทึก หรือเท่ากับการเขียน ที่สำคัญผู้ที่นำเสนอ และบอกวิธีการนี้แก่พวกเรา คือท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.).
ทำไมเนื้อหาเกี่ยวกับ "มะฮ์ดาวียัต" จึงเป็นเนื้อหาที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราทุกๆ คนโดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในยุคสมัยนี้?


บทพิสูจน์อันหนึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเนื้อหาอันนี้ที่มีความสำคัญนั้น ก็คือ ตัวบทฮะดิษ (รายงาน) บทหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวโดยท่านศาสดามูฮัมมัด (ซล.) และเป็นฮะดิษที่ถูกยอมรับจากบรรดาอุลามาอ์ (นักวิชาการ) ทั้งสายซุนนีย์ และชีอะฮ์ ซึ่งสายรายงานของพี่น้องซุนนีย์ เรารับเฉพาะแค่ตัวบท เพราะในการอธิบายเนื้อหาที่บรรดาอุลามาอ์ของพวกเขาทำการอธิบายนั้น "มันน่าเอ็นดู และน่าสงสาร ขนาดไหน พี่น้องไม่ต้องพูดถึง!"


ตัวบทของฮะดิษ คือ :
مَنْ مَاتَ وَلَمْ يَعْرِفْ إِمَامَ زَمَانِهِ مَاتَ مَيْتَةً جَاهِلِية : قال رسول الله


ความหมาย : "ใครก็ตามที่ได้ตายไป และเขาไม่รู้จักอิมาม (ผู้นำ) ในยุคสมัยของเขา (อิมามประจำยุคของเขา) การตายของเขานั้น คือการตายแบบ ญาฮิลียะฮ์ (การตายในสภาพญาฮิลียะฮ์)

อธิบายฮะดิษ
คำแรก คือ คำว่า مَنْ คือ บุคคลใดก็ตาม......


เบื้องต้น บุคคลใดใดก็ตามในที่นี้ หมายถึงมนุษย์ทั้งหมด แล้วค่อยๆ มาคัดออก เหลือแค่มุสลิม ดังนั้น مَنْ ในที่นี้ คือ มุสลิมคนไหนก็ตาม.......

 


มุสลิมคนไหนก็ตามแปลว่าอะไร? หมายความว่า "ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมคนใด จะเป็นคนที่ปฏิบัตินมาซ หรือคนที่ไม่ปฏิบัตินมาซ จะเป็นคนที่ประกอบพิธีฮัจญ์ หรือไม่ไม่ประกอบพิธีฮัจญ์ หรือจะเป็นคนที่ปฏิบัตินมาซ ประกอบพิธีฮัจญ์ ถือศีลอด และประกอบคุณงามความดีต่างๆ อย่างมากมายก็จะรวมอยู่ในความหมายนี้ด้วย


ไม่ว่ามุสลิมคนใด จะดีสักขนาดไหน จะปฏิบัตินมาซมากเพียงใดก็แล้วแต่ จะปฏิบัตินมาซตั้งแต่เด็กจนถึงลมหายใจสุดท้าย จะไปมักกะฮ์ประกอบพิธีฮัจญ์ทุกๆ ปี สามสิบครั้ง สี่สิบครั้ง จะถือศีลอดมุสตะฮับ (ศีลอดที่สนับสนุนให้ปฏิบัติ) อย่างมากมาย จะจ่ายซะกาตอย่างมากมาย หรือปฏิบัติความดีอะไรก็แล้วแต่

เพราะคำว่า "ใครก็ตาม หรือมุสลิมคนใดก็ตาม" ไม่ว่าเขาจะทำดีขนาดไหน แต่เมื่อเขาตายลง และเขาไม่รู้จักอิมามประจำยุคสมัยของเขา แน่นอนการตายของเขาเสมือนเป็นการตายเยี่ยง "ญาฮิลียะฮ์" เพราะเขาไม่รู้จักอิมามประจำยุคของเขานั่นเอง


การตายในสภาพญาฮิลียะฮ์คืออะไร??
การตายในสภาพญาฮิลียะฮ์ พวกเราในฐานะมุสลิมก็รู้ดีว่า การตายในสภาพเช่นนั้นคืออะไร? เหตุเพราะสภาพญาฮิลียะฮ์ ก็คือสภาพก่อนการมาปรากฏของอิสลาม สภาพที่ไม่ใช่มุสลิม ซึ่งจริงๆ แล้วมันหนักกว่านั้นด้วยซ้ำไป เพราะยุคญาฮิลียะฮ์ เป็นยุคที่ไร้ซึ่งทุกๆ ศาสนา


โดยเฉพาะชาวอาหรับ ในยุคก่อนการมาของอิสลาม ยุคก่อนการมาของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) ก่อนที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) จะเผยแพร่อิสลาม คือยุคญาฮิลียะฮ์ เพราะในยุคนั้น ไม่มีอารยะธรรมใดๆ ไม่มีศาสนาใดๆ ย่างกรายเข้าไปเลย จะมีบ้างเป็นศาสนายะฮูดีย์ คริสต์ แต่ก็มีประปราย และมาทีหลังด้วยซ้ำ


ในยุคญาฮิลียะฮ์ อาหรับในยุคนั้น ไม่ได้อยู่ในอิทธิพลของศาสนาใดๆ เลย เพราะจริงๆ แล้ว ศาสนาคือแนวทางพิสูจน์แห่งความเจริญของอารยะธรรมของมนุษย์ อาหรับเหล่านั้นมิได้อยู่ในวัฒนธรรมใดๆ มิได้อยู่ใต้ศีลธรรมอันดีงามใดๆ


ดังนั้นคนที่ตายลง ในขณะที่ไม่ได้รู้จักอิมามประจำยุคสมัยของเขา เหมือนกับเขาตายแบบไม่มีค่า ตายแบบคนที่อยู่ในยุคที่ไร้ไร้ศาสนา คนที่ตายลงในขณะที่ไม่ได้รู้จักอิมามประจำยุคสมัยของเขา เหมือนกับคนที่ไม่ได้เกิดในยุคอิสลาม และตายในสภาพที่ไม่ใช่มุสลิม

นี่คือความสำคัญของมนุษย์ที่จะต้องรู้จักอิมามประจำยุคสมัยของเขา และไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าใคร ไม่ว่าผู้ใดในวจนะของท่านศาดามุฮัมมัด (ซล.) เพราะตัวบทของฮะดิษ บอกว่า "ใครก็ตาม" ดังนั้นไม่ว่ามุสลิมคนใดก็ตาม ที่เขาจะเป็นคนปฏิบัตินมาซมากสักปานใด ถ้าการปฏิบิตนมาซของเขาไม่ได้พัฒนาตัวของเขาไปสู่การรู้จักอิมามประจำยุคสมัยของเขาแล้ว ความดีงามต่างๆ ของเขาจะไร้ประโยชน์ พี่น้อง....... !!!!


อิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี) ของมนุษย์ทั้งหมดถูกร้อยเรียงเพื่อให้รู้จักอิมามประจำยุค
จริงๆ แล้ว การอิบาดะฮ์ของมนุษย์ทั้งหมด ถูกร้อยเรียงเพื่อให้มนุษย์จักได้รู้จักอิมามประจำยุคสมัยของเขา (ซึ่งเราได้อธิบายแล้วในบทเรียนที่หนึ่ง) ว่า การงาน "อิบาดะฮ์" ทั้งหมดที่มนุษย์ได้ปฏิบัติอยู่ทุกวัน ก็เพื่อจะให้มนุษย์เข้าสู่การรู้จักอิมาม จะนำมนุษย์เข้าสู่การรู้จักตัวแทนของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) อย่างแท้จริง


ดังนั้นการอิบาดะฮ์จำนวนมากจึงถูกกำหนดเพื่อสิ่งนี้ ในการปฏิบัตินมาซ มนุษย์จะทำการสรรเสริญบุคคลอื่นด้วย นอกเหนือจากพระผู้เป็นเจ้า มนุษย์เคยคิดไตร่ตรอง และเคยถามตนเองบ้างไหมว่า ทำไมในการปฏิบัตินมาซมนุษย์ไม่ได้สรรเสริญเฉพาะเพียงอัลลอฮ์ (ซบ.) เพียงพระองค์เดียว ซึ่งทุกๆ นิกายจะกล่าวกันว่า


اللهم صلي على محمد ซึ่งจะใส่ وعلى آله หรือไม่ ก็ตาม แต่ในการศอลาวาตนั้น ทั้งหมด ต้องกล่าวว่า السلام عليك أيها النبي ورحمة الله وبركاته
السلام علينا وعلى عباد الله الصالحين


คือให้สลามกับปวงบ่าวของพระองค์อัลลอฮ์ที่ศอและฮ์ ซึ่งมันมีนัยยะต่างๆ มากมาย ที่มนุษย์จะต้องค้นคว้า และนี่คือเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกมาก


การสลาม และศอลาวาต ทั้งในนมาซ และนอกนมาซ เป็นการสรรเสริญสดุดีมนุษย์ที่ศอและฮ์ ซึ่งไม่เหมือนกับพวกวะฮาบีย์ ที่กล่าวว่า "การสรรเสริญสดุดีบุคคลอื่นนอกจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) เป็นชีริก (การตั้งภาคี)" ก็ใคร่ที่จะเชิญพวกวะฮาบีย์ที่แสนโง่เขลาให้เข้ามาศึกษาในนมาซสักนิด เพื่อประเทืองปัญญา


ดังนั้นฮะดีษ (รายงาน) ข้างต้นของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล.) เป็นคำตอบที่สำคัญที่จะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการรู้จักอิมาม โดยเฉพาะอิมามประจำยุคสมัยของเขา ซึ่งแท้จริงแล้ว มันคือภารกิจที่สำคัญที่สุดกว่าอิบาดะฮ์อื่นใด เพราะอิบาดะฮ์อื่นๆ "จะมีค่า" หรือ "ไม่มีค่า" สำหรับมนุษย์ก็จะขึ้นอยู่กับอิมามประจำยุคสมัยของเขาเท่านั้น และนี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากฮะดิษบทนี้!!!!

مَنْ مَاتَ وَلَمْ يَعْرِفْ إِمَامَ زَمَانِهِ مَاتَ مَيْتَةً جَاهِلِية


รายละเอียดของเนื้อหาในฮะดิษบทนี้
1 - คำที่ใช้


โดยได้ใช้คำว่า يَعْرِفْ "ยะอ์ริฟ" แปลว่า " รู้จัก" ซึ่งรากศัพท์ของมัน มาจากคำว่า مَعْرِفَتْ

ความแตกต่างระหว่างรู้จักแบบทั่วๆ ไปกับ มะอ์รีฟัต คืออะไร?

ทุกเรื่องราวในศาสนา เรียกร้องเชิญชวนมนุษย์เข้าสู่ มะอ์รีฟัต

นมาซทำไม? คำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อจะได้มีมะอ์รีฟัต

ถือบวชทำไม? คำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อจะได้มีมะอ์รีฟัต

ทำฮัจญ์ทำไม? คำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อจะได้มีมะอ์รีฟัต


ถึงแม้นว่า บางครั้งจะมีขั้นตอนอื่นๆ มากั้น เช่น ในอัลกุรอานได้มีพระดำรัสว่า "นมาซจะยับยั้งมนุษย์ในความชั่วและความไม่ดีงามต่างๆ" ซึ่งเป็นขั้นตอน คั่นกลางเท่านั้น และหากถามว่า
นมาซที่จะเป็นเกราะป้องกันมนุษย์จากความชั่วเพื่ออะไรหรือ?

คำตอบก็คือ เพื่อให้มนุษย์หลุดพ้นจากความเชื่อที่งมงาย เพื่อมนุษย์จะสะอาดบริสุทธิ์จากความชั่ว จากสิ่งที่ไม่ดีงามต่างๆ ทั้งหลาย เหล่านั้นแหละที่จะนำมนุษย์เข้าสู่ "มะอ์รีฟัต"


ดังนั้นการรู้จักแบบทั่วไป กับการมีมะอฺรีฟัตมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากพีน้อง.... !

ลิงค์อื่นๆ :
  การดูจันทร์เสี้ยวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
  งานแข่งขันกีฬาตกปลาสายบุรี
   ยินดีต้อนรับสู่เดือนรอมฎอนอันทรงเกียรต์ ฮ.ศ. 1435
  ประกาศ... ศูนย์ดูจันทร์เสี้ยวชีอะฮฺอิมามียะฮฺแห่งประเทศไทย
  รายงานภาพ : เฉลิมฉลองนิศฟุชะอ์บาน ฮ.ศ. 1435 (2)
  รายงานภาพ : เฉลิมฉลองนิศฟุชะอ์บาน ฮ.ศ. 1435 (1)
  รายงานภาพ : รำลึกครบรอบ 25 ปีอสัญกรรมอิมามโคมัยนี (รฎ)
  รายงานภาพ : งานวันประสูติท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ) และอิมามโคมัยนี (ร.ฮ)
  รายงานภาพ : อบรม “บุคลากรอัลมะฮ์ดี” ครั้งที่ 6
  ตารางเวลาถ่ายทอดสดสถานีมะฮ์ดีทีวี อบรม “บุคลากรอัลมะฮ์ดี” ครั้งที่ 6

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.