หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 23 กรกฎาคม 2560 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
อิมามมะฮ์ดี (อ.)
Send to friends Print this page

หลักฐานที่พิสูจน์ว่า อิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้ว ตอน 1 /โดย เชคอับดุลญะวาด สว่างวรรณ

ข้อสงสัยเกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี (อ) มี 2 ประเด็น
1, สงสัยว่า ไม่มีตัวตนจริงในโลกเป็นเพียงความเชื่ออันเลื่อนลอย
2, เชื่อว่ามี แต่สงสัยว่า ประสูติแล้วหรือยัง ?

ประเด็น 1 ตัดออกไปได้เลย เพราะเกือบทุกศาสนาและมุสลิมลงมติว่า มีจริงแน่นอน
โองการที่ระบุว่า บุรุษชื่ออัลมะฮ์ดีต้องมีจริง
يُرِيدُونَ لِيُطْفِئُوا نُورَ اللهِ بأَفْواهِهِمْ وَاللهُ مُتِمُّ نُورِهِ وَلَوْ كَرِهَ الكَافِرُونَ
พวกเขาต้องการดับนูร (ศาสนา) ของอัลลอฮ์ด้วยปากของพวกเขา และอัลลอฮ์จะทรงทำให้รัศมีของพระองค์สมบูรณ์ และแม้นว่าบรรดาผู้ปฏิเสธจะรังเกียจก็ตาม (อัศ-ศ็อฟ : 8)

"นูรุลเลาะฮ์" ในที่นี้หมายถึงศาสนาอิสลาม ( والله متم نوره ) อัลลอฮ์ตรัสว่า พระองค์จะเป็นผู้ทำให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ นี่เป็นการแจ้งข่าวจากอัลลอฮ์ว่า อิสลามจะต้องเจิดจรัสแสงไปทั่วโลกในอนาคต สถิติประชากรโลกเดือนกรกฎาคมปี 2007 พบว่าจำนวนประชากรทั่วโลกมีประมาณ 6602 ล้านคน แต่มุสลิมมีประมาณ 1,500 ล้านคน ดังนั้นโองการนี้จึงยังไม่เป็นจริง แต่อัลลอฮ์นั้นทรงตรัสจริงเสมอ จึงจำเป็นจะต้องมีบุรุษผู้หนึ่ง มาทำให้โองการนี้สมบูรณ์สักวันหนึ่งในอนาคต ความหมายโองการนี้ชัดเจนที่สุด ไม่จำเป็นต้องอาศัยฮะดีษใดมาขยายความ

وَلَقَدْ كَتَبْنَا فِي الزَّبُورِ مِنْ بَعْدِ الذّكْرِ أنَّ الارْضَ يَرِثُهَا عِبَادِي الصَّالِحُون
และโดยแน่นอนเราได้บันทึกไว้ในคัมภีร์ซะบูร หลังจากที่เราได้บันทึกไว้ในเลาฮุลมะห์ฟูซว่า แท้จริงโลกนี้จะมีปวงบ่าวของเราที่ดีมีคุณธรรมเป็นผู้สืบมรดกมัน (อัลอันบิยาอ์ : 105)

แผ่นดิน (الارض) ในโองการข้างต้นคือ โลก และจนบัดนี้ยังไม่พบว่ามีบ่าวของอัลเลาะฮ์คนใดปรากฏตัวออกมาจัดตั้งรัฐแห่งความยุติธรรมเลย ดังนั้นในอนาคตจะต้องมีบุรุษหนึ่งมาทำให้โองการข้างต้นเป็นจริง ทั้งสองโองการนี้ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าบุรุษที่ชื่ออัลมะฮ์ดีต้องมีจริง และข้อสงสัยในบุรุษผู้นี้ต้องโมฆะไป

สองโองการข้างต้นระบุว่า ต้องมี แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่า ประสูติแล้วหรือยัง?
บันทึกรายงานที่ระบุว่า บุรุษชื่ออัลมะฮ์ดีมีจริง จากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) กล่าวว่า :
لَا تَذْهَبُ الدُّنْيَا أَوْ قَالَ لَا تَنْقَضِي الدُّنْيَا حَتَّى يَمْلِكَ الْعَرَبَ رَجُلٌ مِنْ أَهْلِ بَيْتِي وَيُوَاطِئُ اسْمُهُ اسْمِي
"ดุนยาจะยังไม่สูญสลาย จนกว่าจะมีชายอาหรับมาปกครอง เขาสืบเชื้อสายมา จากอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน ชื่อของเขาจะตรงกับชื่อของฉัน"
สถานะหะดีษ : ฮาซัน (ดีพอใช้ได้) ดูมุสนัดอะหมัด หะดีษที่ 3573 ตรวจทานโดยเชคชุเอบอัลอัรนะอูฏ

ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ยังมีวจนะไว้อีกว่า
لَا تَقُومُ السَّاعَةُ حَتَّى تَمْتَلِئَ الْأَرْضُ ظُلْمًا وَعُدْوَانًا قَالَ ثُمَّ يَخْرُجُ رَجُلٌ مِنْ عِتْرَتِي أَوْ مِنْ أَهْلِ بَيْتِي يَمْلَؤُهَا قِسْطًا وَعَدْلًا كَمَا مُلِئَتْ ظُلْمًا وَعُدْوَانًا
"วันสิ้นโลกจะยังไม่อุบัติจนกว่าโลกจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความอธรรม การกดขี่และความเป็นศัตรูกัน แล้วเมื่อนั้นจะมีบุรุษจากอะฮ์ลุลบัยต์ของฉันออกมา เป็นผู้ที่จะทำให้โลกนี้เต็มเปี่ยมด้วยความเที่ยงธรรมและความยุติธรรมดั่งที่เคยเต็มเปี่ยมด้วยความอยุติธรรมและความอธรรมกดขี่"
สถานะหะดีษ : ซอฮี๊ฮฺ (ถูกต้อง) ดูมุสนัดอิม่ามอะหมัด หะดีษที่ 10887 ตรวจทานโดยเชคชุเอบอัลัรนะอูฏ

สรุป ความเชื่อเรื่องอัลมะฮ์ดีมีจริงนั้นเป็นอะกีดะฮ์ (หลักความเชื่อ) ที่ถูกต้อง อัลกุรอานและฮะดีษ (รายงาน) ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน

อิมามอัลมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้วหรือยัง ? เรื่องนี้มุสลิมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ
1. ซุนนี่เชื่อว่า ยังไม่เกิด แต่จะเกิดในอนาคต
2. ชีอะฮ์เชื่อว่า เกิดแล้ว ในปีฮ.ศ.255 และตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่

การข้อพิสูจน์ว่า อิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้ว มีบทนำ 4 หัวข้อ :
หัวข้อที่ 1
- ประวัติศาสตร์มีบันทึกไว้ ซึ่งความจริงในเรื่องนี้ ต้องได้รับการยืนยันด้วยกัน 2 วิธีคือ
1. ด้วยฮะดีษมุตะวาติร (คือฮะดีษที่มีผู้รายงานจำนวนมากและมีคำรายงานตรงกันตั้งแต่ต้นจนจบ) ของฝ่ายชีอะฮ์ และฝ่ายซุนนี่
2. ด้วยการคำนวณความเป็นไปได้ (حساب الاحتمال) ว่าประสูติแล้วจริง


วิธีที่ 1 - เป็นฮะดีษมุตะวาติร (คือฮะดีษที่มีผู้รายงานจำนวนมากและมีคำรายงานตรงกันตั้งแต่ต้นจนจบ) มีผู้รายงานจำนวนมากถึง 200 - 300 คน ได้รายงานว่า อิมามมะฮ์ดี (อ) บุตรของอิมามฮาซันอัสการี (อ) ประสูติแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้รายงาน จะรวมหัวกันโกหกมดเท็จพร้อมๆกันเป็นร้อยคน


วิธีที่ 2 - สมมุติว่า รายงาน (ฮะดีษ) ไม่ถึงขั้นมุตะวาติร มีคนรายงานเพียงแค่ 4 - 5 คน แต่ถ้าเอามารวมกันจากแหล่งรายงานต่างๆ ทำให้แน่ใจได้ด้วยสาเหตุการคำนวนความเป็นไปได้ เพื่อความเข้าใจวิธีที่ 2 นี้ขอให้พิจารณาตัวอย่างดังนี้ :


เซดป่วยเป็นไข้หวัด2009 ซึ่งตอนนี้วงการแพทย์ยังไม่มียารักษา ต่อมาฟูลานเล่าให้เราฟังว่า เซดหายป่วยแล้ว เราอาจเชื่อคำพูดฟูลานได้แค่ 30% แต่ถ้าเราได้รับข่าวสารเพิ่มเติมว่า ตอนนี้โรคไข้หวัด2009มียาโอลเซลทามิเวียร์รักษาได้แล้ว เราก็ยิ่งเชื่อคำพูดฟูลานมากขึ้นเป็น 40% - 50% หรือมากกว่านั้น ยิ่งถ้าเรารู้ว่า ตอนนี้เซดไม่ได้ทานยานั้นอีกแล้ว เพราะเขาหายแล้ว เราก็ยิ่งแน่ใจมากขึ้น แต่ถ้าเราได้ไปเห็นด้วยตาว่า เขานั่งสนทนากับเพื่อนๆหัวเราะร่าเริง นี่เป็นหลักฐานอีกเช่นกันที่จะทำให้เราเชื่อข่าวของฟูลานได้เต็ม 100%


ฉะนั้นข่าวในลักษณะแบบนี้ แม้ความจริงจะไม่ใช่ข่าวมุตะวาติร แต่เมื่อได้ข้อมูลหลายสิ่งหลายอย่างมาประติดประต่อ จึงทำให้เกิดความแน่ใจต่อข่าวนั้น และความเชื่อถือความแน่ใจเช่นนี้เรียกว่า ข้อมูลที่เป็นไปได้ว่าจริง


หัวข้อที่ 2 - ฮะดีษมุตะวาติร (คือฮะดีษที่มีผู้รายงานจำนวนมากและมีคำรายงานตรงกันตั้งแต่ต้นจนจบ) ไม่จำเป็นว่า รอวีย์ต้องษิเกาะฮ์ (ผู้รายงานต้องเชื่อถือได้) และมีความอาดิล (ยุติธรรม) เพราะเงื่อนไขอาดิล (ยุติธรรม) กับษิเกาะฮ์ (เชื่อถือได้) นี้ คือมาตรการตรวจสอบฮะดีษชนิดอื่น ที่ไม่มุตะวาติร

หัวข้อที่ 3 - สมมุติว่าฮะดีษเรื่องที่อิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้ว เป็นประเด็นที่เชื่อตรงกัน แต่ในรายละเอียดนั้นแตกต่าง เช่น รอวีย์ (คนรายงาน) คนที่ 1 รายงานว่า อิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติในปี ฮ.ศ. 250 คนที่ 2 รายงานว่า ประสูติในปี ฮ.ศ.ที่ 255 และคนที่ 3 รายงานว่าประสูติในปี ฮ.ศ. 260
แต่ทว่าประเด็นหลักที่ทุกคนรายงานตรงกันคือ ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ) ได้ประสูติแล้วในศตวรรษที่สาม


หัวข้อที่ 4 -เราไม่มีสิทธิ (اجتهاد فی مقابل النص) ในเมื่อมีตัวบท (نص) ที่ระบุชัดเจนและมีสายรายงานที่สมบูรณ์ ตัวอย่าง : อัลลอฮ์ตรัสว่า : وَأقِيمُوا الصَّلاَةَ พวกเจ้าจงดำรงนมาซ บทที่ 2: 43

ในโองการนี้ระบุอย่างชัดเจนว่า พระองค์ทรงประสงค์ให้มุสลิมปฏิบัตินมาซเรียกว่า طلب - ต้องการให้ปฏิบัติ หากมีบุคคลใดวินิจฉัยโองการนี้ว่า พระองค์อัลลอฮ์ไม่ประสงค์ให้ปฏิบัตินมาซ ก็จะถือว่าการวินิจฉัยของบุคคลนั้นค้านกับตัวบทพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน


แต่ถ้าจะวิจัยว่า طلب ในโองการนี้ เป็นวาญิบ (จำเป็นต้องกระทำ) หรือมุสตะฮับ (ทำได้ผลบุญไม่ทำไม่ไม่มีความผิดอันใด) อันนี้ถือว่าอนุญาติ


แต่ในกรณีฮะดีษ (รายงาน) ว่าท่านอิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้ว มุสลิมไม่มีสิทธิจะมาวิจัยเพราะฮะดีษที่รายงานว่าท่านอิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้วเป็นฮะดีษมุตะวาติร (คือฮะดีษที่มีผู้รายงานจำนวนมากและมีคำรายงานตรงกันตั้งแต่ต้นจนจบ)

 

ลิงค์อื่นๆ :
  ยามะฮดี ยาวะลียุลอัมร์
  เหตุการณ์รอบโลกพิสูจน์ใกล้การมาของผู้ถูกรอคอย ตอนที่ 2
  เหตุการณ์รอบโลกพิสูจน์ใกล้การมาของผู้ถูกรอคอย ตอนที่ 1
  ดัจญาลคือใคร????
  ความเชื่อต่ออิมามมะฮ์ดี (อ) อะกีตะตุ้ลกุบรอ
  อิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้ว ตอน 5
  อิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้ว ตอน 4
  การปฏิวัติของอิมามมะฮ์ดี (อ)
  อิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้ว ตอน 3
  อิมามมะฮ์ดี (อ) ประสูติแล้ว ตอน 2

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น
[# D71]  ความคิดเห็นที่ 1   [แจ้งลบ]
fddss
วันที่ : Nov 4, 2012 19:09
IP Address : 188.248.137.28
ไหนขอดูฮาดิษ มุตาวาติร ดังกล่าวคับ ขอบคุณล่วงหน้า แล้วฮาดิษดังกล่าวท่าน รอซูลเปนคนกล่าวเองหรอครับ 

  กลับไปด้านบน
   

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.