หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 24 กันยายน 2560 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
อิสลาม
Send to friends Print this page

 

 

วีรกรรมอาชูรอ แยกชีอะฮฺแท้จริงออกจากชีอะฮฺเทียมเท็จ ตอนที่ 2


มิติต่างๆ ของชีอะฮฺ

1- ชีอะฮฺในมิติทางการเมือง : ชีอะฮฺในมิติทางการเมือง คือชีอะฮฺที่เชื่อว่าอิมามอะลี (อ) เป็นผู้ที่ประเสริฐกว่าสาวกคนอื่นๆ ของศาสดามุฮัมมัด (ศ) แม้กระทั่งในบรรดาคอลีฟะฮฺทั้งสามคน และมีความเชื่อว่าในสงครามซิฟฟีน สงครามญะมัลท่านอิมามอะลี (อ) ทำสงครามกับพวกคอวาริจญ์ คือสิ่งที่อิมามอะลี (อ) ทำถูกต้อง ในประวัติศาสตร์ของอิสลามชีอะฮฺกลุ่มนี้มีอยู่มาก พวกเขาคือผู้ที่ยอมรับในการเป็นผู้นำของอะฮฺลุลบัยต์ (อ) ระบอบอิมามัตที่อยู่บนพื้นฐานศักยภาพที่อิมามอะลี (อ) มี ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของหลักความเชื่อแห่งวิลายัตจากพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ) ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับพี่น้องสุนนะฮฺ เนื่องจากพี่น้องสุนนะฮฺคือผู้ที่ยอมรับในระบอบคอลีฟะฮฺ

2- ชีอะฮฺในมิติแห่งความรัก:ชีอะฮฺในมิติแห่งความรัก คือชีอะฮฺที่มีความรักต่อวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) มีความรักต่ออิมามอะลี (อ) เนื่องจากพวกเขาได้รับรู้ถึงความประเสริฐต่างๆ อย่างมากมายเกี่ยวกับวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) ที่มีอยู่ในวจนะของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ซึ่งพบได้มากในผู้ที่บันทึกรายงานของพี่น้องสุนนี่ อาทิเช่น อิมามชาฟีอีย์ ที่ได้กล่าวว่า “ถ้าหากการมีความรักต่ออะลี จะเป็นเหตุให้ฉันถูกเรียกว่า รอฟีเฎาะฮฺ ดังนั้นฉันขอเป็นรอฟีเฎาะฮฺที่สุดโต่งคนหนึ่งในปวงบ่าวของพระองค์”

3- ชีอะฮฺในมิติทางศาสนา : ชีอะฮฺในมิติทางศาสนา คือชีอะฮฺที่มีความเชื่อว่าวิชาการต่างๆ ของอิสลามที่แท้จริงจะต้องได้รับมาจากวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) เท่านั้นหลังจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) พวกเขามีความเชื่อว่าวิชาการอิสลาม บทบัญญัติต่างๆ ส่วนบุคคล สังคม การปกครอง จำเป็นจะต้องย้อนกลับไปหาวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) ในขณะที่พวกเขาก็อยู่ภายใต้การปกครองของระบอบคอลีฟะฮฺ วงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) คือผู้ที่สามารถให้คำตอบเรื่องบทบัญญัติของพระองค์เพียงเท่านั้น

4- ชีอะฮฺในมิติทางหลักความเชื่อ (อะกีดะฮฺ) : คือบรรดาชีอะฮฺที่มีความเชื่อ (อะกีดะฮฺ) ว่า วงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) คือผู้มีอำนาจวิลายัตของพระองค์หลังจากศาสดามุฮัมมัด (ศ) และเป็นผู้นำประชาชาติอิสลามในระบอบอิมามัตหลังจากศาสดามุฮัมมัด (ศ) โดยได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากพระผู้เป็นเจ้า ผู้เป็นทายาททางสายเลือดและอุดมการณ์ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) และเป็นผู้สืบทอดอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ชีอะฮฺกลุ่มนี้มีความเชื่อเช่นนั้นตั้งแต่สมัยที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ยังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากมีรายงานบันทึกจากอะบาน บินตัฆลิบ สาวกของท่านอิมามบากิร (อ) ว่า “ชีอะฮฺคือผู้ที่เมื่อประชาชนมีความขัดแย้งกันในเรื่องหนึ่งเรื่องใดของศาสดามุฮัมมัด (ศ) เขาจะย้อนไปหาท่านอิมามอะลี (อ) และเมื่อประชาชนมีความขัดแย้งกันในเรื่องหนึ่งเรื่องใดของอิมามอะลี (อ) เขาก็จะย้อนไปหาท่านอิมามญะอฺฟัร ซอดิก (อ)”

เมื่อมองย้อนไปในเหตุการณ์กัรบาลาอฺ ชาวกูฟะฮฺส่วนมากเป็นชีอะฮฺในมิติทางการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่ชีอะฮฺในมิติทางหลักความเชื่อ พวกเขาเชื่อว่าอิมามอะลี (อ) คือผู้ที่ประเสริฐกว่าท่านอุษมานบินอัฟฟาน และในหมู่บรรดาสาวกคนอื่นๆ ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ตำแหน่งผู้ปกครองรัฐอิสลามคู่ควรกับอิมามอะลี (อ) ที่อยู่บนพื้นฐานของความประเสริฐและความสามารถของท่านอิมามอะลี (อ) รวมไปถึงอิมามฮูเซน (อ) ซึ่งไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการถูกแต่งตั้งจากศาสดามุฮัมมัด (ศ) แต่อย่างใด หมายถึงบรรดาสาวกของท่านศาสดาทุกคนมีความประเสริฐ แต่อิมามอะลี (อ) มีความประเสริฐ และคู่ควรแก่การเป็นผู้นำรัฐอิสลามมากกว่าสาวกคนอื่นๆ ทุกคน

ถ้าถามว่าแล้วชีอะฮฺในมิติแห่งอะกีดะฮฺมีบ้างหรือไม่ในกูฟะฮฺเวลานั้น คำตอบคือ “มี” อิบนิฮาดีด ได้บันทึกรายงานหนึ่งเอาไว้ว่า “มุอาวียะฮฺได้ส่งสาส์นไปยังผู้นำเมืองกูฟะฮฺในยุคของเขา ความว่า “ฉันขอตัดความสัมพันธ์กับผู้ที่กล่าวรายงานถึงความประเสริฐของอะบูตุรอบ (อิมามอะลี) และวงส์วานอะฮฺลุลบัยต์” หลังจากสาส์นนี้ได้ถูกประกาศไปทั่วเมืองกูฟะฮฺ ทุกๆ มิมบัรตามมัสยิดต่างๆ ได้เริ่มกล่าวสาปแช่งอิมามอะลี (อ) และวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) มุอาวียะฮฺได้ส่งคนของเขามากูฟะฮฺ ที่รู้จักชีอะฮฺในกูฟะฮฺเกือบทุกคน เขาเริ่มออกจับกุมตัวและตามล่าสังหารบรรดาชีอะฮฺในกูฟะฮฺจำนวนมาก บ้างก็อพยพหนีออกจากูฟะฮฺ กระทั่งไม่หลงเหลือผู้ที่ถูกรู้จักว่าชีอะฮฺอีกเลยในกูฟะฮฺ

บรรดาชีอะฮฺที่แท้จริงที่อยู่ในกูฟะฮฺหลายคนได้มุ่งหน้าไปหาท่านอิมามฮูเซน (อ) ทันทีเมื่อทราบข่าวว่าท่านอิมามฮูเซน (อ) ออกเดินทางจากนครมะดีนะฮฺ บางคนไปร่วมขบวนของท่านอิมามฮูเซน (อ) ณ นครมักกะฮฺ อาทิเช่น ยะซีด บินษะบีฏ อับดีย์ พร้อมบุตรชายอีกสองคน อับดุลลอฮฺ และอุบัยดัลลอฮฺ , และคนอื่นๆ อีกหลายคน บางคนเข้าร่วมขบวนของอิมามฮูเซน (อ) ระหว่างทางก่อนถึงกัรบาลาอฺ และได้ร่วมรบเคียงข้างอิมามฮูเซน (อ) กระทั่งลมหายใจสุดท้าย เป็นชะฮีดกันทุกคน

และยังมีบรรดาชีอะฮฺที่แท้จริงที่ได้เข้าไปอยู่ในทีมสังหารท่านอิมามฮูเซน (อ) แต่ต่อมากลายเป็นกองกำลังพลของอิมามฮูเซน (อ) ในแผ่นดินกัรบาลาอฺ อาทิเช่น ท่านฮุร จากแม่ทัพของอิบนิซิยาดทหารของยะซีด กลายเป็นชะฮีดคนแรกในกัรบาลาอฺ และยังมีท่านสะอฺด์ บินฮาริษ อันศอรีย์ , อะบูลฮะตูฟ บินฮาริษ อันศอรีย์ ที่ในวันอาชูรอเมื่อบรรดาชายชาตรีแห่งนักรบได้ถูกสังหารไม่เหลือแม้คนเดียว เขาทั้งสองได้ยินเสียงของความช่วยเหลือจากอิมามฮูเซน (อ) และเสียงเด็กๆ และสตรีที่ดังขึ้นระงม เขาได้ออกจากทัพของอิบนิซิยาด และเข้าปกป้องลูกหลานบะนีฮาชิม กระทั่งได้รับชะฮีดทั้งสองคน

พวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาชีอะฮฺที่แท้จริงของท่านอิมามฮูเซน (อ) ชีอะฮฺในมิติแห่งอะกีดะฮฺชีอะฮฺที่นอกจากไม่มีส่วนร่วมในการสังหารท่านอิมามฮูเซน (อ) แล้ว พวกเขายังพลีร่างกายและชีวิตเพื่อปกป้องท่านอิมามฮูเซน (อ) และเหล่าลูกหลานบะนีฮาชิมด้วย เหตุการณ์วันอาชูรอในกัรบาลาอฺ จึงเป็นการแยกชีอะฮฺที่แท้จริงออกจากชีอะฮฺเทียมเท็จ แยกชีอะฮฺอะลี ออกจากชีอะฮฺอะบูซุฟยาน

ชีอะฮฺที่แท้จริง คือบุคคลที่มีความรักต่อวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) ที่อยู่บนพื้นฐานของการปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อแม้ ดังนั้นใครก็ตามที่อ้างว่าเขาคือชีอะฮฺ มีความรักต่อวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) แต่หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอะฮฺลุลบัยต์ (อ) โดยดุษณีแล้วไซร้ เขาไม่ได้ถูกเรียกว่าชีอะฮฺที่แท้จริง เป็นเพียงชีอะฮฺแค่นามเท่านั้น ในทางกลับกันบุคคใดก็ตามที่ไม่ใช่ชีอะฮฺ

แต่เมื่อได้พบกับสัจธรรมเขาได้กลายเป็นผู้ที่รักในวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) และปฏิบัติตามโดยดุษณี เขาคือชีอะฮฺที่แท้จริงเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ผู้ที่อยู่เคียงข้างอิมามฮูเซน (อ) ในวันอาชูรอจนลมหายใจสุดท้าย คือชีอะฮฺที่แท้จริง และผู้ที่ร่วมกันสังหารอิมามฮูเซน (อ) คือศัตรูของวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) พวกเขาไม่ใช่ชีอะฮฺ สรุป ผู้ที่เข้าร่วมสังหารอิมามฮูเซน (อ) ในวันอาชูรอ ณ แผ่นดินกัรบาลาอฺปีฮ.ศ. 61 ไม่ใช่ชีอะฮฺ และพวกเขาคือศัตรูที่ชั่วช้าที่สุดของชีอะฮฺและวงศ์วานอะฮฺลุลบัยต์ (อ) และใช่ชีอะฮฺ แต่เป็นชีอะฮฺ (ผู้ปฏิบัติตาม) อุดมการณ์ของอะบูซุฟยาน บะนีอุมัยยะฮฺ

 

โดย เชค มาลีกี ภักดี

ลิงค์อื่นๆ :
  อาชูรอ มะฮฺดะวียัต และวิลายะตุลฟะกีห์
  “ระบอบวิลายะตุลฟะกีฮฺ” ผลลัพธ์ “วีรกรรมวันอาชูรอ”
  วีรกรรมอาชูรอ แยกชีอะฮฺแท้จริงออกจากชีอะฮฺเทียมเท็จ ตอนที่ 2
  วีรกรรมอาชูรอ แยกชีอะฮฺแท้จริงออกจากชีอะฮฺเทียมเท็จ ตอนที่ 1
  วาทกรรมอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) คือวาทกรรมของอิมามฮูเซน (อ)
  “ฮัยฮาตมินนัซซิลละฮ์” จิตวิญญาณแห่งขบวนการอาชูรอ
  การปฏิวัติอิสลามของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) แยกอิสลามมุฮัมมัดจากอิสลามเทียมเท็จ
  ในวันกิยามัตมนุษย์มีเพียงสองกลุ่ม คือ “ชะกีย์” และ “สะอีด”
  วีรกรรมของอิมามฮูเซน (อ) จุดแบ่งแยกอิสลามแท้กับอิสลามเทียมเท็จ
  “ความตาย” หรือ “การมีชีวิตอย่างอัปยศ” สองทางเลือกสำหรับอิมามฮุเซน (อ.)

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.