หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 19 กุมพาพันธ์ 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
อะฮฺลุลบัยตฺ
Send to friends Print this page

ประวัติย่อของอิมามมุฮัมมัด บากิรฺ(อ.) (ตอนที่ 2)

บทบาทด้านการเมืองของอิมามมุฮัมมัด บากิรฺ(อ.)

ในฐานะที่ปรึกษาของรัฐบาลในยุคนั้น การปกครองและบริหารโลกมุสลิมเป็นสิทธิ์อย่างแน่นอนของอะฮ์ลุลบัยต์ของท่านศาสดา(ศ.) แต่ในเมื่อประชาชนสามัญผู้ไม่มีสิทธิ์เช่นนั้นได้ตกอยู่ในอำนาจทางโลก บรรดาอิมามจึงต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบและเงียบเชียบ เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกท่านอาจสามารถปฏิเสธที่จะไม่ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาใดๆ แก่รัฐบาลแห่งยุคนั้นได้ แต่ความสูงส่งทางด้านศีลธรรมของบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์มีอยู่เหนือมาตรฐานของคนทั่วไป เช่นอิมามอะลี(อ.) ผู้ซึ่งได้ให้ความร่วมมือกับคอลิฟะฮ์ร่วมสมัยของท่านและให้ได้คำแนะนำที่ดีเกี่ยวกับกิจการของมุสลิม บรรดาอิมามทุกท่านปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกันนั้นและไม่เคยรีรอที่จะให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่ผู้ปกครองร่วมสมัยของพวกท่าน อิมามมุฮัมมัด บากิรฺ(อ.) ก็ไม่ยกเว้น รัฐบาลจากระตูลอุมัยยะฮ์ยังไม่มีสกุลเงินของตัวเองในขณะนั้น สกุลเงินไบแซนทีนของอาณาจักรโรมันตะวันออกเป็นเงินที่ใช้กันอยู่ในดามัสกัสด้วยเช่นกัน แต่ระหว่างสมัยการปกครองของวาลิด บิน อับดุลมาลิก ได้เกิดความแตกแยกระหว่างตัวเขากับผู้ปกครองไบแซนทีน ซึ่งต่อมาได้ตัดสินใจที่จะตราสกุลเงินใหม่ขึ้นด้วยถ้อยคำที่ถือว่าเป็นเครื่องรำลึกถึงท่านศาสดา(ศ.)

เรื่องนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจในหมู่ประชาชาติมุสลิม วาลิดได้จัดประชุมคณะกรรมการที่มีนักวิชาการมุสลิมคนสำคัญๆ เข้าร่วม อิมามมุฮัมมัด บากิรฺ(อ.) ได้เสนอความเห็นของท่านว่า รัฐบาลควรจะตีพิมพ์บนเหรียญด้านหนึ่งด้วยคำว่า "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์" และอีกด้านหนึ่งตีพิมพ์ว่า "มุฮัมมัด รอซูลุลลอฮ์" ความเห็นของอิมามเป็นที่ยอมรับอย่างเป็นเอกฉันทร์ และเหรียญของอิสลามได้ถูกจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก บางส่วนของเหรียญเหล่านี้ถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในอังกฤษเมื่อปี 1988 ในงานนิทรรศการศิลปะอิสลามในกรุงลอนดอน และมีบันทึกแสดงไว้ว่าเหรียญเหล่านี้ถูกจัดทำขึ้นในสมัยของวาลิด บิน อับดุลมาลิก ตามคำแนะนำของอิมามท่านที่ 5 จากอะฮ์ลุลบัยต์

ในระหว่างสมัยการปกครองของคอลิฟะฮ์อุมัร อิบนฺ อับดุลอาซิซ จากตระกูลอุมมัยยะฮ์ บรรดาลูกหลานของท่านศาสดาใช้มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณสองปีกับห้าเดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาในสมัยปกครองของเขา เขาได้ปลดปล่อยพวกท่านจากการกล่าวร้ายอย่างมากมาย และห้ามการสาปแช่งอิมามอะลี(อ.) บนมิมบัร(แท่นเทศนา) ในวันศุกร์ โดยให้แทนที่ด้วยโองการอัล-กุรอานดังนี้

"แท้จริงอัลลอฮ์ทรงใช้ให้รักษาความยุติธรรม ทำความดี และบริจาคแก่ญาติใกล้ชิด และให้ละเว้นจากการทำลามกและชั่วช้า และการอธรรม พระองค์ทรงตักเตือนพวกเจ้าเพื่อพวกเจ้าจักได้รำลึก" (อัน-นะฮ์ลฺ : 90)

เมื่ออิมาม(อ.) ได้เข้าพบคอลิฟะฮ์อุมัร อิบนฺ อับดุลอาซิซ ท่านพบว่าเขาร้องไห้ให้กับความอยุติธรรมที่บรรพบุรุษของเขาได้ทำกับอะฮ์ลุลบัยต์ ท่านอิมาม(อ.) ได้ตักเตือนเขาด้วยคำสอนที่เต็มไปด้วยวิทยปัญญาจนกระทั่งเขาสะอึกสะอื้น คุกเข่าลงและขอให้ท่านตักเตือนเขาอีก หลังจากนั้นอิมาม(อ.) จึงได้ถามอุมัร อิบนฺ อับดุลอาซิซ ว่า มีความผิดพลาดใดที่ทำให้ท่านถูกนำตัวมาที่นี่เพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง? มันไม่มีสิ่งอื่นใดเลยนอกจากฟะดัก ซึ่งท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ได้มอบให้แก่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(อ.) บุตรสาวของท่านเพื่อเป็นของขวัญและให้แก่ลูกหลานของนาง ข้อความในบิฮารุล อันวารฺ เล่ม 4 กล่าวว่า "อุมัรได้หยิบกระดาษและปากกามาและเขียนว่า 'ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณาปรานีเสมอ นี่คือสิ่งที่อุมัร อิบนฺ อับดุลอาซิซได้มอบคืนกลับให้แก่มุฮัมมัด อิบนฺ อะลี เพื่อแก้ไขการทำผิดเกี่ยวกับฟะดักให้ถูกต้อง" หลังจากเหตุการณ์นี้ ที่ดินฟะดักจึงได้ถูกมอบคืนกลับให้แก่อะฮฺลุลบัยต์ ด้วยรายได้จากที่ดินและสวนผลไม้เหล่านี้เอง ที่ทำให้อิมามท่านที่ห้า(อ.) ได้เปิดโรงเรียนขึ้นหลายแห่งในมะดีนะฮ์ ที่ซึ่งมีนักเรียนหลายพันคนมาเรียนอัล-กุรอานและความหมายที่แท้จริงของมัน นักรายงานฮะดีษหลายร้อยคนที่จบออกมาจากโรงเรียนเหล่านี้ มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาฮะดีษและกฎหมายอิสลาม

อิมามมุฮัมมัด บากิรฺ(อ.) ถูกรังควานโดยรัฐบาลตระกูลอุมัยยะฮ์

ฮิชาม อิบนฺ อับดุลมาลิก ได้สืบทอดตำแหน่งจากอุมัร อิบนฺ อับดุลอาซิซ เขาเป็นคนใจแข็ง ไร้ศีลธรรมและเหยียดเชื้อชาติ ความอคติที่เขามีต่อชาวมุสลิมที่ไม่ใช่อาหรับทำให้เขาเรียกเก็บภาษีจากคนเหล่านั้นสูงเป็นเท่าตัว สมัยการปกครองของเขาเหมือนเป็นภาพฉายซ้ำของวันเวลาอันร้ายกาจแห่งยุคสมัยของยะสีด อิบนฺ มุอาวียะฮ์ และฮัจญาจ อิบนฺ ยูซุฟ ษะกอฟี ช่วงนี้เองที่เซด อิบนฺ อะลี ได้ทำการปฏิวัติขึ้นเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการปฏิวัติของอิมามฮุเซน(อ.) และอิมามอะลี(อ.)

อิมามมุฮัมมัด บากิรฺ(อ.) ไม่เคยแสดงความสนใจหรือเข้าร่วมในเรื่องทางการเมือง นอกจากเมื่อผู้ปกครองได้เชิญชวนท่าน เนื่องจากการใช้ชีวิตอย่างสงบของท่านได้อุทิศไปเพื่อการชี้นำด้านจิตวิญญาณของประชาชน ท่านก็ไม่ได้รับความเห็นใจจากรัฐบาล ฮิชาม อิบนฺ อับดุลมาลิก ได้เขียนจดหมายถึงเจ้าเมืองมะดีนะฮ์ สั่งให้เขาส่งตัวอิมามบากิรฺ(อ.) และบุตรชายคืออิมามญะอฺฟัร ศอดิก(อ.) มายังดามัสกัส โดยมีความมุ่งหมายที่จะลบหลู่พวกท่านต่อหน้าผู้ชม เมื่อพวกท่านมาถึงยังดามัสกัส เขาปล่อยให้พวกท่านรอถึงสามวัน ในวันที่สี่ เขาเรียกพวกท่านมาพบ โดยที่เขานั่งอยู่บนบัลลังก์แวดล้อมด้วยองครักษ์ถืออาวุธ ตรงกลางพระราชฐานนั้น มีเป้าธนูถูกตั้งขึ้นซึ่งบรรดาขุนนางกำลังยิงธนูกันอยู่ เมื่ออิมาม(อ.) เข้ามา ฮิชามขอให้ท่านยิงธนูร่วมกับคนอื่นๆ

อิมามบากิรฺ(อ.) พยายามหลีกเลี่ยงคำสั่งของฮิชาม แต่เขายังยืนกรานและเตรียมที่จะพูดจาเย้ยหยันอิมาม เนื่องจากอิมาม(อ.) ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ฮิชามจึงคิดว่าท่านคงไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ใดๆ เขาไม่รู้ว่าลูกหลานของท่านศาสดา(ศ.) แต่ละคนได้รับมรดกความสามารถมาจากอิมามอะลี(อ.) และความกล้าหาญมาจากอิมามฮุเซน(อ.) เขาไม่รู้ว่าชีวิตที่สงบเงียบเชียบของพวกท่านเป็นการสนองตอบตามพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า

ด้วยการคะยั้นคะยอของฮิชาม อิมามบากิรฺ(อ.) จึงรับธนูมาด้วยความชำนาญ ท่านยิงลูกธนูออกไปอย่างต่อเนื่องหลายดอก ทุกดอกพุ่งตรงเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเป้า บรรดาขุนนางที่ตื่นตะลึงลุกขึ้นส่งเสียงชื่นชมท่านจนกึกก้องทั้งทางด้านซ้ายและขวาของคอลิฟะฮ์ ฮิชามจึงเริ่มชวนให้ถกกันในประเด็นปัญหาเรื่องสภาวะอิมามัตและความบริสุทธิ์ของอะฮ์ลุลบัยต์ เขาเล็งเห็นว่าการที่อิมามยังอยู่ในดามัสกัสอาจทำให้ประชาชนให้ความเคารพนับถือต่ออะฮ์ลุลบัยต์ ดังนั้นเขาจึงอนุญาตให้พวกท่านเดินทางกลับมะดีนะฮ์ได้ ทั้งที่ภายในใจเขา ความเป็นปฏิปักษ์ต่อครอบครัวของท่านศาสดาได้เพิ่มพูนขึ้นแล้ว

ขณะที่ในเมืองมะดีนะฮ์ อิมามบากิรฺ(อ.) ได้ดำเนินต่อไปด้วยความก้าวหน้าของโรงเรียนสอนด้านศาสนา ซึ่งเปิดขึ้นตามคำแนะนำของท่าน และด้วยการสนับสนุนจากบรรดาสาวกของอะฮ์ลุลบัยต์ มีการบันทึกโดยนักประวัติศาสตร์จำนวนมากว่า ได้มีนักเรียนประมาณ 25,000 คนในโรงเรียนเหล่านี้ที่เรียนรู้ด้านฟิกฮ์อยู่จนกระทั่งอิมามที่ 5 ของเราได้เป็นชะฮีด ในช่วงเวลานี้เองที่ตำราฮะดีษ 400 เล่มได้ถูกรวบรวมขึ้นมาโดยนักเรียนจากโรงเรียนเหล่านี้ภายใต้การชี้นำของอิมามบากิรฺ(อ.)

ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีตำราฮะดีษออกเผยแพร่ เป็นวจนะที่แท้จริงของท่านศาสดา(ศ.) และได้แสดงให้ประชาชนได้เห็นการปฏิบัติว่าหน้าที่ต่างๆ ท่านศาสดา(ศ.) ปฏิบัติอย่างไร เนื่องจากการเผยแผ่ความรู้ที่ลึกซึ้งกว่าและจริงแท้กว่านี้เองที่ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักกันในนาม อัล-บากิรฺ ตำราฮะดีษ 400 เล่มที่ถูกเขียนขึ้นและต่อมาภายหลังได้รับการรับรองโดยอิมามญะอฺฟัร ศอดิก(อ.) บุตรชายของท่านเมื่อได้ดำรงตำแหน่งอิมามภายหลังจากที่บิดาได้เป็นชะฮีด เป็นตำราที่ท่านกุลัยนีได้ใช้ในการรวบรวมเป็นตำราสำคัญของท่านชื่ออัล-กาฟีย์ ในยุคสมัยของอิมามที่สิบสอง

ตามที่ได้กล่าวถึงไว้ก่อนหน้านี้ว่า คอลิฟะฮ์ฮิชาม อิบนฺ อับดุลมาลิก ไม่พอใจกับความก้าวหน้าของอิมามท่านที่ 5 ของเรา ที่ได้เข้าถึงประชาชนไม่เพียงแต่เฉพาะในมะดีนะฮ์เท่านั้นแต่ทั่วไปทั้งแผ่นดินของมุสลิม อิทธิพลทางด้านจิตวิญญาณอาจเปลี่ยนไปเป็นอิทธิพลทางการเมืองได้ และสิ่งนี้อาจเป็นความเสียงต่อตำแหน่งคลิฟะฮ์ซึ่งเป็นผู้ปกครองรัฐได้ ยิ่งรัฐบาลตระกูลอุมัยยะฮ์ได้รู้ถึงชื่อเสียงและความเป็นที่นิยมของประชาชนมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเหลือทนกับการมีอยู่ของท่านมากเท่านั้น ในที่สุด พวกเขาก็ได้ใช้อาวุธเงียบแบบเดิมๆ คือยาพิษ ซึ่งราชวงศ์ที่หลักแหลมเคยใช้กันบ่อยครั้งเพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้ามหรือผู้ต้องสงสัย อานม้าอันหนึ่งถูกส่งมอบเป็นของขวัญให้แก่อมามซึ่งมีการฉาบยาพิษไว้ด้วยความชำนาญที่สุด เมื่อท่านขึ้นนั่งบนอานม้านั้น พิษของมันได้ส่งผลไปทั่วร่างกายของท่าน หลังจากที่ประสบกับความเจ็บปวดอยู่หลายวัน อิมาม(อ.) ก็ได้เป็นชะฮีดไปในวันที่ 7 ซุลฮิจญะฮ์ ฮ.ศ.114

ตามคำสั่งเสียของท่าน ร่างของท่านถูกห่อหุ้มด้วยผ้าสามชิ้น ในจำนวนนี้มีผ้าจากเยเมนซึ่งท่านใส่ในการทำนมาซวันศุกร์ และเสื้อตัวที่ท่านใส่อยู่เสมอ ท่านได้พักผ่อนภายใต้สุสานญันนะตุล บะกีอฺ ที่เดียวกันกับอิมามฮะซัน(อ.) และอิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.)

 

Source : Tebyan.net 

 

 


ลิงค์อื่นๆ :
  ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ภรรยาที่รักยิ่ง
  คอลีฟะห์อบูบักร รอฎิยัลลอฮ์ฯ
  คอลีฟะห์อุมัร อิบนุ คอฏฏอบ
  คอลีฟะห์ อุษมาน
  คอลีฟะห์อาลี รอฏิยัลลอฮุอันฮุ
  อิมามมุฮัมมัด บากิร (อ) แบบอย่างที่สมบูรณ์คุณลักษณะด้านศีลธรรม
  จงให้มือของเธอ...เป็นดั่งมือท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ)
  รายงานบรรดานามต่างๆของท่านหญิงฟาติมะฮ์ อ.
  ความอิจฉาริษยาในคำกล่าวของท่านอิมามอาลี(อ)
  อิมามอาลี (อ) กับความรักที่มีต่อเด็กกำพร้า

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.