หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 19 กุมพาพันธ์ 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
อะฮฺลุลบัยตฺ
Send to friends Print this page

อิมามอะลี(อ.) ผู้นำที่ไม่มีใครเหมือน (ตอนที่ 1)

ในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติได้มีผู้นำเกิดขึ้นมากมายตลอดหลายยุคสมัย ผู้นำเหล่านั้นจำนวนมากได้ตำแหน่งผู้นำมาด้วยการใช้กำลังหรือการสืบทอดตำแหน่ง และบางคนถูกคัดเลือกขึ้นเป็นผู้นำเพราะคุณสมบัติที่โดดเด่นบางอย่างที่พวกเขามีอยู่ ผู้นำในกล่มหลังนี้ก็มีบางคนที่ผลงานและการทุ่มเทเพื่อมนุษยชาติของเขาไม่อาจจำกัดอยู่กับช่วงเวลาหรือสถานที่ที่เฉพาะเจาะจง วิถีชีวิตของพวกเขา ผลงาน และคำสอนของวีรบุรุษเหล่านั้นยังคงเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดันสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไปอยู่เสมอ

ประมุขของศรัทธาชน อะลี อิบนฺ อบูฏอลิบ เป็นผู้นำหนึ่งเดียวที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้นำอื่นๆ ทั้งหมด นอกจากที่มีความเชื่อในสภาวะการเป็นอิมามและอำนาจการปกครองของท่านแล้ว ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมจำนวนมากก็ได้ยกย่องต่อบุคลิกภาพและคุณสมบัติที่ไม่มีใครเหมือนของท่าน และพยายามที่จะกล่าวถึงแง่มุมต่างๆ จากบุคลิกภาพของผู้นำตลอดกาลท่านนี้ และได้เขียนหนังสือและเอกสารวิจัยหลายร้อยฉบับเกี่ยวกับตัวท่าน

อิมามอะลี(อ.) ได้รับการเลี้ยงดูให้เติบโตมาโดยท่านศาสนาทูตแห่งอัลลอฮ์(ศ.) ภายใต้การปกครองของท่าน และท่านได้ถูกยกระดับมาอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เป็นการเกินจริงเลยหากจะกล่าวว่า ท่านคือของขวัญที่อิสลามมอบให้แก่โลกและมนุษยชาติ

ท่านอะลี(อ.) จากประสูติจนถึงรุ่งอรุณแห่งอิสลาม

อิมามอะลี(อ.) เป็นบุตรของท่านอบูฏอลิบ อิบนฺ มุฏฏอลิบ และท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ บินติ อะซัด อิบนฺ ฮาชิม ท่านถือกำเนิดเมื่อวันที่ 13 รอญับ 30 ปี หลังจากปีช้าง(อามัล-ฟีล) ชีวิตของท่านเริ่มต้นขึ้นในกะอฺบะฮ์ ซึ่งได้กลายมาเป็นกิบลัต(ทิศทางที่มุสลิมหันไปหา) ของมุสลิม และสิ้นสุดในมัสยิดกูฟะฮ์(ประเทศอิรัก)

มันเป็นความประสงค์ของอัลลอฮ์ตั้งแต่ช่วงวัยแรกเริ่มของชีวิตท่าน ท่านศาสดาของอัลลอฮ์ได้เลี้ยงดูท่านมาในตักของท่าน มักกะฮ์และกุเรชประสบกับภาวะอดอยาก ศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ได้หารือกับลุงของท่านคือท่านอับบาสที่เป็นคนมั่งมี และแนะนำให้ท่านช่วยเหลือท่านอบูฏอลิบ(อ.) ด้วยการรับเลี้ยงดูลูกๆ ของเขา ท่านอับบาสเห็นชอบกับคำแนะนำนี้จึงไปพบกับท่านอบูฏอลิบและแจ้งให้ทราบถึงความตั้งใจนี้ ท่านอบูฏอลิบกล่าวว่า "ให้อากีลอยู่กับฉัน..." ท่านมุฮัมมัด(ศ.) ได้เลือกท่านอะลี(อ.) และท่านอับบาสได้รับท่านญะอฺฟัรไป ต่อมาภายหลัง ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์(ศ.) ได้กล่าวว่า "ฉันได้เลือกคนที่อัลลอฮ์ทรงคัดเลือกให้แก่ฉัน"

นักเขียนบางคนมีความเห็นว่า การที่ท่านศาสดา(ศ.) รับท่านอะลี(อ.) มาเลี้ยงดู เพราะท่านต้องการจะทดแทนบุญคุณที่ท่านเคยได้รับจากท่านอบูฏอลิบและท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (บิดามารดาของท่านอะลี(อ.) ที่เคยดูแลท่านเหมือนกับลูกของตัวเองมาก่อนขณะที่ท่านยังอยู่ในวัยเยาว์ อย่างไรก็ตาม จากสิ่งที่ท่านศาสดา(ศ.) ได้กล่าวไว้ และจากคุณสมบัติของท่านอะลี(อ.) จึงเป็นได้ชัดเจนว่ามันเป็นพระประสงค์ของอัลลอฮ์ ที่จะให้ท่านอะลี(อ.) ได้เติบโตขึ้นมาโดยท่านศาสดา(ศ.) และอยู่ภายใต้การดูแลของท่าน

บุคลิกภาพของท่านอะลี(อ.) ในวัยเยาว์ได้รับการหล่อหลอมโดยท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) และต่อมาภายหลัง เมื่อท่านได้ประกาศถึงภาวการณ์เป็นศาสดาของท่าน นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่บันทึกไว้ว่า ท่านอะลี(อ.) คือผู้ชายคนแรกที่เข้ารับศาสนาอิสลาม ท่านอะลี(อ.) เป็นสาวกเพียงคนเดียวของท่านศาสดา(ศ.) ที่ไม่เคยก้มศีรษะหรือสักการบูชาเทวรูปใดๆ มาก่อนเลย

ท่านไม่เคยมุ่งหวังต่อสิ่งใดเลยนอกจากการแสดงหาความพึงพอพระทัยจากอัลลอฮ์ และความพอใจของท่านศาสดา(ศ.) และความจริงใจ ความหนักแน่นมั่นคง ความเสียสละอุทิศตน และความกล้าหาญในการรับใช้ "เตาฮีด" เป็นคุณสมบัติบางประการที่โดดเด่นของท่านที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

ท่านอะลี(อ.) จากรุ่งอรุณของอิสลามจนถึงการวายชนม์ของท่านศาสดา(ศ.)

การทอแสงแรกรุ่งของอิสลามในแถบอารเบีย ซึ่งถูกโจมตีจากพวกอวิชชา(ญาฮีลียะฮ์) และพวกบูชาเจว็ด ไม่เพียงแต่ได้เปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ในดินแดนนั้นเท่านั้น แต่ยังส่งอิทธิพลไปยังชาติและประชาชนอื่นๆ ในโลกนี้อีกด้วย ประเพณีป่าเถื่อนที่เคยถือว่าเป็นค่านิยมในสมัยนั้น การเป็นศัตรูระหว่างชนเผ่า การฝังทารกหญิงทั้งเป็น ฯลฯ ถูกลบล้างไปในฐานะเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายและทารุณโดยศาสนาใหม่ที่เรียกว่าอิสลาม การเปลี่ยนแปลงในสังคมและความเชื่อตามขนบประเพณีของบุคคลครั้งนี้ เป็นผลของการดิ้นรนต่อสู้และเพียรพยายามมานานหลายปีของท่านศาสดา(ศ.) และบรรดาสาวกที่ใกล้ชิดและจริงใจของท่าน ซึ่งในจำนวนนั้น ท่านอะลี(อ.) มีบทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผลงานของท่านในการเผยแผ่อิสลามอุทาหรณ์ที่ถูกกล่าวขวัญ และท่านเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่อิสลามและศาสดา(ศ.) ของอิสลามได้มอบให้แก่มนุษยชาติ การจะกล่าวถึงผลงานของท่านอะลี(อ.) ที่เกี่ยวกับตั้งรากฐานของอิสลามจำเป็นต้องเขียนเป็นหนังสือที่แบ่งเป็นหลายภาค แต่ในทีนี้ เราจะกล่าวถึงในบางประเด็นเท่านั้น

1. เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในมักกะฮ์

ก. เยามุล อันซอรฺ

หลังจากโองการ "...และจงตักเตือนญาติสนิทของเจ้า..." ถูกประทานลงมา ท่านศาสดา(ศ.) ได้รับบัญชาจากอัลลอฮ์ให้เผยแพร่ต่อสาธารณะ และเชิญชวนให้รับอิสลาม ดังนั้น ท่านจึงขอให้ท่านอะลี(อ.) จัดเตรียมอาหารและเชิญญาติใกล้ชิดของท่านมา หลังรับประทานอาหาร ท่านได้ประกาศอย่างเปิดเผยถึงสภาวะการเป็นศาสดาของท่าน และได้ถามว่า "ผู้ใดในหมู่พวกท่านที่จะช่วยเหลือฉันในภารกิจของฉัน เพื่อจะเป็นพี่น้องของฉัน ผู้สืบทอดของฉัน และคอลิฟะฮ์ของฉัน?" มีเพียงท่านอะลี(อ.) เท่านั้นที่ยืนขึ้นและกล่าวสัตยาบรรณ และท่านศาสดา(ศ.) จึงได้กล่าวแนะนำท่านในฐานะเป็นผู้สืบทอดและคอลิฟะฮ์ของท่าน

ข. ลัยละตุล มาบิต

ถึงแม้ชาวกุเรชจะพยายามขัดขวางการเผยแพร่อิสลาม แต่ชาวเมือง "ยัษริบ" ก็ได้เข้ารับอิสลาม และให้สัตยาบรรณที่จะปกป้องอิสลามด้วยดาบของพวกเขา ข่าวนี้สร้างความโกรธแค้นให้แก่ชาวกุเรช ซึ่งพวกเขาได้จัดประชุมอย่างเร่งด่วนและตัดสินใจที่จะทำการลอบสังหารท่านศาสดา(ศ.) ในการเปิดเผยแผนการนี้ ท่านศาสดา(ศ.) ได้สั่งให้ท่านอะลี(อ.) สวมเสื้อคลุมของท่านแล้วนอนในที่ของท่าน เพื่อทำลายแผนการชั่วร้ายของบรรดาศัตรูของอิสลาม และเพื่อเปิดทางสะดวกให้แก่ "การฮิจเราะฮ์" (การอพยพ) จากมักกะฮ์ไปยังมะดีนะฮ์ของท่าน ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเสียสละอุทิศตนอย่างลึกซึ้ง ความกล้าหาญ และความจงรักภักดีของอิมามอะลี(อ.) ที่มีต่อศาสนทูตของอัลลอฮ์(ศ.) และภารกิจอันสูงส่งของท่าน ญิบรีลได้นำข่าวมาแจ้งว่า

"โอ้บุตรของอะบูฏอลิบ ไม่มีใครเหมือนกับเจ้า อัลลอฮ์ได้บอกแก่เทวทูตทั้งหลายในสวรรค์ทั้งเจ็ดเกี่ยวกับเจ้า"

 

Source : tebyan.net


ลิงค์อื่นๆ :
  ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ภรรยาที่รักยิ่ง
  คอลีฟะห์อบูบักร รอฎิยัลลอฮ์ฯ
  คอลีฟะห์อุมัร อิบนุ คอฏฏอบ
  คอลีฟะห์ อุษมาน
  คอลีฟะห์อาลี รอฏิยัลลอฮุอันฮุ
  อิมามมุฮัมมัด บากิร (อ) แบบอย่างที่สมบูรณ์คุณลักษณะด้านศีลธรรม
  จงให้มือของเธอ...เป็นดั่งมือท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ)
  รายงานบรรดานามต่างๆของท่านหญิงฟาติมะฮ์ อ.
  ความอิจฉาริษยาในคำกล่าวของท่านอิมามอาลี(อ)
  อิมามอาลี (อ) กับความรักที่มีต่อเด็กกำพร้า

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.