หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 22 กรกฎาคม 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
คุณค่าด้านศีลธรรม
Send to friends Print this page

ความประมาทนำไปสู่ความเสื่อม

อัล-กอมะฮ์ บิน อัล-ฮาซิน รายงานว่า "ฉันได้ยินกอยส์ บิน อะซีม อัล-มินกอรี กล่าวว่า 'ฉันอยู่กับท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์(ศ.) พร้อมกับคนจากเผ่าบะนีตะมีม เมื่อท่านพูดกับฉันว่า 'จงไปทำฆุซุลด้วยน้ำผสมกับซิดร์(ต้นไม้ชนิดหนึ่ง)' แล้วเขากล่าวว่า 'ฉันได้ไปทำตามที่ท่านบอกแล้วกลับมาหาท่านศาสดาและกล่าวกับท่านว่า 'โอ้ศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ โปรดให้คำแนะนำที่ดีบางอย่างแก่เรา เพื่อเราจะได้ใช้ประโยชน์จากคำแนะนำนั้น' ท่านศาสดา(ศ.) กล่าวว่า 'โอ้กอยส์ แท้จริง เกียรติยศและศักดิ์ศรีนั้นมาพร้อมกับความเสื่อม และสิ่งที่มาพร้อมกับชีวิตคือความตาย และโลกนี้มาพร้อมกับโลกหน้า และจะมีการคิดบัญชีสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง และมีผู้เฝ้ามองเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง และสำหรับทุกการกระทำที่ดีนั้นจะมีรางวัลตอบแทน และสำหรับทุกการกระทำที่ชั่วร้ายจะมีการลงโทษ' " (บิฮารุล อันวารฺ เล่ม 74 หน้า 175)

ธรรมดาของโลกใบนี้คือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มาพร้อมกับมัน ทั้งโลกนี้และมวลมนุษยชาติผู้เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ จะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่อย่างเดียว เมื่อพิจารณาถึงจุดนี้แล้ว ความภาคภูมิใจและไร้แก่นสารของบุคคลหนึ่งถูกทำลายลงเพราะปัญหาและอุปสรรคของมนุษย์ส่วนใหญ่เกิดมาจากความประมาทของเขาเอง

ดังนั้น ถ้ามนุษย์ไม่ตกอยู่ในความประมาท พวกเขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเกิดความเสื่อมและจะไม่ทำผิดบาปโดยง่ายดาย เราจะกล่าวสรุปได้ว่าความประมาทเป็นรากของความอัปโชคของมนุษย์ และเพื่อเป็นการขจัดและปกป้องมนุษย์จากสภาพที่เลวร้ายนี้ อิสลามได้นำวิธีการและช่องทางต่างๆ มาเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับมนุษย์

สิ่งที่ช่วยขจัดทิฐิมานะและความประมาท

1)                  การให้ความสนใจต่อความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั่วโลกก็เพียงพอแล้วที่จะปลุกมนุษย์คนหนึ่งให้ตื่นขึ้นและมีความเจียมตัว ถ้าหากมนุษย์ได้สังเกตเห็นว่าความยิ่งใหญ่จากทุกยุคทุกสมัย(ตัวบุคคลหรือประเทศชาติ) ย่อมมีช่วงเวลาของความเสื่อมตามมา ความแข็งแรงสมบูรณ์ย่อมจะมีความเจ็บป่วยตามมา ความมั่นคงปลอดภัยย่อมจะมีภัยอันตรายและความวุ่นวายสับสนตามมา วัยหนุ่มย่อมจะมีวัยแก่ชราตามมา เมื่อนั้นมนุษย์จะเห็นความต่ำต้อยของตัวเอง และพยายามกำจัดความประมาททุกรูปแบบออกไปจากตัวเขา

เขาจะต้องรู้ว่า ตำแหน่ง, ทรัพย์สิน, อำนาจ และสะดวกสบายทางวัตถุทั้งหลายนั้นไม่จีรังยั่งยืน และไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม วันหนึ่ง ทุกสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นจะต้องถูกพรากไป

มันเป็นความจริงที่สำคัญอย่างยิ่ง โลกนี้จะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ มันจะหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราไม่สามารถเอาแน่เอานอนอะไรกับมันได้ เราจะต้องถือว่าโลกนี้เป็นเพียงสะพานและจุดข้ามผ่าน เป็นที่พักเพียงชั่วคราวเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางสู่ชีวิตในโลกหน้า มีเพียงอัลลอฮ์(ซ.บ.) ที่จะคงอยู่ตลอดไป

2) การเชื่อฟังและเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์(ซ.บ.) เป็นสิ่งสำคัญอีกสองประการที่สามารถขจัดความหยิ่งยะโสและความประมาทได้ การนมาซทำให้มนุษย์รำลึกถึงอัลลอฮ์(ซ.บ.) และขจัดความประมาทออกไปจากตัวเขา

อาจมีคนถามว่า เราต้องทำนมาซไปจนถึงเมื่อไหร่?" จงตอบพวกเขาไปเถิดว่า "ตราบใดที่เรายังอยู่บนโลกใบนี้ เราต้องทำนมาซต่อไป เพราะแท้จริงแล้ว เราเองที่จำเป็นต้องมีการนมาซ" เราต้องยกมือของเราขึ้นแสดงความต้องการในการนมาซนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าพระผู้ทรงเป็นอิสระโดยสิ้นเชิงจากความจำเป็นต้องการทั้งปวง และจากพระองค์เท่านั้นที่เราต้องขอการเยียวยาจิตวิญญาณเพื่อรักษาตัวของเรา ดังนั้น การนมาซจะขจัดความประมาทของเราและปลุกจิตวิญญาณของเราให้ตื่นอยู่เสมอ

3) การเผชิญหน้ากับความลำบากยากแค้นก็สามารถขจัดความประมาทออกไปจากมนุษย์ได้ เมื่อต้องพบกับความยากลำบาก เราจะเห็นในขั้นแรกว่ามันยากที่จะผ่านพ้นไปได้ แต่เมื่อเรามองปัญหาเหล่านั้นอย่างละเอียดรอบคอบ เราจะพบว่าแท้จริงแล้วมันเป็นความโปรดปรานสำหรับเรา กล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า ความลำบากยากแค้นทั้งหมดเหล่านั้นเป็นเพียงด้านหนึ่งของเรียนเท่านั้น ในขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นความสุขและความพึงพอใจที่เขาจะได้(หลังจากผ่านพ้นบททดสอบนั้นไปได้)

บททดสอบและความยากลำบากเหล่านี้ เมื่อมองในมุมหนึ่งเป็นเป็นความท้าทายที่อาจทำให้มนุษย์ท้อแท้ได้ แต่อย่างไรก็ตามในอีกมุมหนึ่ง มันมีความเมตตาและความโปรดปรานอยู่ในนั้นด้วย

ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งในรายงานคำสอนของท่านศาสดา(ศ.) บทนี้ก็คือ เราจะต้องรู้และเข้าใจไว้ด้วยว่า ทุกการกระทำที่เราแสดงออก แม้มันจะใหญ่หรือเล็ก อยู่ภายใต้การเฝ้ามองดูและถูกจดบันทึกไว้ทั้งสิ้น

อัลลอฮ์(ซ.บ.) ผู้ทรงสูงส่งยิ่ง ผู้ทรงอยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งหลาย ทรงเฝ้ามองดูและทรงเห็นสิ่งที่เราทำ แล้วเทวทูตสององค์ได้รับบัญชาให้เป็นพยานและบันทึกทุกอย่างลงในบันทึก และแม้แต่แผ่นดินที่เขาอาศัยอยู่ รวมทั้งส่วนต่างๆ ของร่างกายเขา จะเป็นพยานต่อตัวเขาในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ

ยิ่งกว่านั้น มีรายงานฮะดีษระบุไว้ว่า แม้แต่วัน (ทุกยุคทุกสมัย) จะเป็นพยานในวันแห่งการพิพากษาด้วย เกี่ยวกับการกระทำและผลงานของเรา

เราจึงต้องรับรู้ไว้ว่า เราอยู่ภายใต้การเฝ้ามองและพิจารณาอย่างใกล้ชิดในทุกชั่วขณะของชีวิตเรา

Source : rafed.net


ลิงค์อื่นๆ :
  ความมั่นใจในตัวเองที่ไม่ขัดต่อหลักคำสอนของอิสลาม
  คำพูดที่ไม่ดี
  หน้าไหว้หลังหลอกพฤติกรรมอันชั่วร้าย
  อคติสร้างความแตกแยก
  คำโกหกที่ผู้หญิงเชื่อ ตอนที่ 2
  คำโกหกที่ผู้หญิงเชื่อ ตอนที่ 1
  ความคิดเป็นพิษ ตอนที่ 1
  ให้อภัยแล้วจริงหรือ?
  อย่าดูถูกคนทีด้อยกว่า
  มุสลิมะฮ์กับคุณค่าในตัวเอง

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.