หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 21 มิถุนายน 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
คุณค่าด้านศีลธรรม
Send to friends Print this page

อิมามอะลี ฮาดีย์ (อ) สาปแช่งพวกเลยเถิดทางความเชื่อ (ฆุลาต)


ในสมัยการดำรงตำแหน่งการเป็นผู้นำประชาชาตอิสลามของท่านอิมามฮาดีย์ (อ) ได้มีกลุ่มต่างๆ ที่หลงผิดและมีความเชื่อผิดเพี้ยนเกิดขึ้นหลายกลุ่ม และกลุ่มที่อันตรายที่สุด คือกลุ่มฆุลาต ซึ่งพวกเขามีความคิด ความศรัทธาที่ต่ำทราม และไร้ซึ่งสาระ แต่ที่สำคัญพวกเขาประกาศตัวเองว่าเป็นชีอะฮ์


พวกฆุลาต กลุ่มนี้มีความเชื่อที่เลยเถิดเกี่ยวกับบรรดาอิมาม พวกเขาได้กล่าวอ้างความเป็นพระผู้เป็นเจ้าของบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) และวันดีคืนดียังประกาศตัวว่าเป็นผู้ที่อิมามได้แต่งตั้งมาให้เป็นตัวแทนในหมู่บรรดาชีอะฮ์อีกด้วย


การกระทำของบุคคลที่มีความคิดความเชื่อผิดเพี้ยนกลุ่มนี้ ทำให้บรรดาชีอะฮ์ที่แท้จริงถูกมองไปในทางที่ไม่ดีในสายตามของมุสลิมทั่วไป เพราะพวกเขาประกาศตัวเองว่าเป็นชีอะฮ์แห่งวงศ์วานอะฮ์ลุลบัยต์ (อ)


ท่านอิมามฮาดีย์ (อ) ได้ประกาศ การต่อสู้กับแนวความคิดของบุคคลกลุ่มดังกล่าวทันที เพื่อแสดงให้เห็นว่าชีอะฮ์ที่แท้จริงมิได้มีความคิด และความศรัทธาเช่นพวกฆุลาตกล้าวอ้าง และท่านอิมาม (อ) ได้ต่อสู้กับแนวความคิดนี้อย่างที่สุด เพื่อป้องกันแนวความคิดที่ผิดเพื้ยนเข้ามาปะปนในสายธารชีอะฮ์อิมามียะฮ์


ส่วนเหตุผล หรือความเป็นไปได้ที่สามารนำไปสู่การมีความเชื่อของพวกฆุลาต อาจจะมีเหตุผลโดยสรุปดังต่อไปนี้
1-กะรอมัต หรือปาฏิหารย์ต่างๆ การล่วงรู้ในเรื่องราวที่เร้นลับที่อยู่นอกเหนือธรรมชาติที่พวกเขาได้พบเห็นจากบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) จนนำไปสู่การมีความเชื่อว่าบรรดาอิมาม (อ) คือพระผู้เป็นเจ้า และนำเอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นหลักฐานทางด้านความเชื่อต่างๆ ที่งมงาย แลอุตริกรรม เป็นการเคลื่อนไหวที่ต่อต้านและทำลายอิสลามโดยแท้


ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาไม่เข้าใจเองต่างหาก พวกเขาไม่สามารถอธิบายในสิ่งที่พวกเขาได้พบได้เห็นความกะรอมัต (ปาฎิหารย์) ของบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) ในความเป็นจริงปาฏิหารย์ หรือมุอ์ญิซาตต่างๆ ที่บรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) หรือบรรดารศาสดาของพระองค์ได้แสดงให้เห็นนั้น ล้วนมาจากพระผู้เป็นเจ้าทั้งสิ้น มิได้ออกมาจากตัวของบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) โดยตรงแต่ประการใด


ชีอะฮ์เชื่อว่าบรรดาศาสดาของพระองค์ บรรดาอิมามมะอ์ซูมผู้เป็นทายาทของศาสดามุฮัมมัด (ศ) คือคนของพระองค์ ที่พระองค์ส่งมายังพื้นภิภพนี้ ในการชี้นำมนุษยชาติ ในบางสถานการณ์พวกเขาซึ่งเป็นเด็กสร้างของพระองค์ได้รับอำนาจจากพระองค์ในการแสดงปาฏิหารย์บ้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่มนุษย์ผู้โง่เขลาให้ได้เห็น เพื่อยืนยันถึงการเป็นฮุจญัต (สัญญาณ) ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) หลังจากศาสดาองค์สุดท้ายศาสดามุฮัมมัด (ศ.) บนหน้าแห่นดินนี้


ดังนั้นบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) มิใช่พระเจ้า มิใช่บุตรของพระเจ้า แต่บรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) คือคือบ่าวของพระผู้เป็นเจ้า ที่ได้รับอำนาจโดยตรงจากพระผู้เป็นเจ้าในการแสดงปาฎิหารย์ในบางสถานการณ์เท่านั้น ซึ่งอิมามฮาดีย์ (อ) เองก็ได้ตอบไว้อย่างชัดเจนต่อเรื่องนี้ เมื่อมีสาวกผู้หนึ่งได้ถามต่ออิมาม (อ) ถึง อะลี อิบนิ ฮะซะกะฮ์ ซึ่งเป็นผู้นำของพวกฆุลาต


อิมามฮาดีย์ (อ) ได้กล่าวว่า "อิบนิ ฮะซะกะฮ์ (ขอพระองค์ทรงสาปแช่งเขา) เขาพูดโกหก ฉันไม่คิดว่าเขาเป็นมิตรและเป็นสาวกของฉัน เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือ? ขอให้พระองค์ทรงสาปแช่งเขา ขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้า พระองค์มิได้ทรงส่งมุฮัมมัด (ศ) และบรรดาศาสดาที่มาก่อนหน้าท่าน นอกจากเพื่อนำทางประชาชาติเข้าสู่ศาสนาที่มีพระเจ้าองค์เดียว และนำประชาชาติเข้าสู่ การดำรงนมาซ การจ่ายซะกาต การประกอบพิธีฮัจญ์ และการยอมรับวิลายะฮ์ (ในอำนาจการปกครอง) ของเราอะฮ์ลุลบัยต์ ภายหลังจากศาสดามุฮัมมัด (ศ)"


อิมามฮาดีย์ (อ) ได้กล่าวอีกว่า "ศาสดามุฮัมมัด (ศ) ไม่ได้เชิญชวนประชาชาติไปสู่พระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ (ซ.บ) พระผู้ทรงเอกะ พระผู้ซึ่งไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ พวกเรา (อะฮ์ลุลบัยต์) ซึ่งเป็นตัวแทนของศาสดามุฮัมมัด (ศ) ก็เป็นบ่าวของพระองค์เช่นกัน และพวกเราจะไม่ต้องภาคีต่อพระองค์ ถ้าหากเราปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ เราก็จะอยู่ในความเมตตาของพระองค์ และหากเราดื้อดึงต่อคำสั่งของพระองค์ เราก็จะพบกับการลงโทษของพระองค์ เราไม่มีข้อพิสูจน์ใดเหนือพระองค์ แต่ทว่าพระองค์ต่างหากที่มีข้อพิสูจน์เพื่อยืนยันการมีอยู่ของพระองค์เหนือพวกเรา และเหนือสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งมวลของพระองค์"


อิมามฮาดีย์ (อ) ได้กล่าวอีกว่า "ฉันมีความรังเกียจต่อบรรดาบุคคลที่ได้กล่าวคำพูดในลักษณะเช่นนี้ (คำพูดของพวกฆุลาต) และขอความคุ้มครองจากพระผู้เป็นเจ้าจากคำพูดเหล่านี้ พวกท่านเองก็ควรออกห่างจากพวกเขา (พวกที่เลยเถิด) และจงกดดัน และสร้างความยากลำบากให้กับพวกเขา และเมื่อจับคนหนึ่งคนใดได้จากพวกเขา ก็จงปาศรีษะเขาด้วยก้อนหิน"

โดยสรุปกลุ่มพวกที่เลยเถิดเหล่านี้ต้องการเหยียย่ำทำลายกฏและข้อกำหนดต่างๆ ของศาสนาอิสลาม และปฎิบัติตามความต้องการ ตามอารมณ์ฝ่ายต่ำของตนเอง โดยเฉพาะการที่เขาประกาศอ้างตัวเองว่าเป็นชีอะฮ์ของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) ในทางกลับกันเขากลับปฏิบัติสวนทางกับคำสั่งสอนของบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของความโง่เขลาเบาปัญญา หรือความรู้เท่าไม่ถึงการ บทสรุปคือเขาคือผู้ทำลายล้าง

 

ลิงค์อื่นๆ :
  ความมั่นใจในตัวเองที่ไม่ขัดต่อหลักคำสอนของอิสลาม
  คำพูดที่ไม่ดี
  หน้าไหว้หลังหลอกพฤติกรรมอันชั่วร้าย
  อคติสร้างความแตกแยก
  คำโกหกที่ผู้หญิงเชื่อ ตอนที่ 2
  คำโกหกที่ผู้หญิงเชื่อ ตอนที่ 1
  ความคิดเป็นพิษ ตอนที่ 1
  ให้อภัยแล้วจริงหรือ?
  อย่าดูถูกคนทีด้อยกว่า
  มุสลิมะฮ์กับคุณค่าในตัวเอง

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.