หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 18 มิถุนายน 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
สังคม ครอบครัว
Send to friends Print this page

อานุภาพของการทำชั่วอย่างเปิดเผย

 


"บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอย่างเปิดเผย ต่อหน้าสาธารณชน คือผู้ที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากพระผู้เป็นเจ้าอีกต่อไป และนั่นคือความอัปยศที่สุดในบรรดาสิ่งถูกสร้างทั้งมวลของพระองค์ ซึ่งถ้าหากว่าบุคคลใดก็ตามที่เขาถูกตราหน้าว่าจะเป็นผู้ซึ่งที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ อีกแล้วจากพระผู้เป็นเจ้า เขาผู้นั้นก็จะอับจนในทุกๆ เรื่อง พระองค์จะทรงปล่อยให้เขาเป็นไปตามยถากรรมของเขา"


บทความต่อไปนี้ ซึ่งพี่น้องผู้ศรัทธาจะได้อ่าน คือส่วนหนึ่งจากคำสอนของท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้กล่าวในห้องเรียนของท่าน ก่อนที่ท่านจะเริ่มการสอนบทเรียนของท่านต่อบรรดาสานุศิษย์ ซึ่งท่านมักจะนำวจนะต่างๆ ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) และบรรดาอิมามมะอ์ศูม (อ) ที่เกี่ยวกับจริยศาสตร์มากล่าวก่อนเริ่มการเรียนการสอนของท่านอยู่เสมอๆ


และในบทความนี้จึงอยากจะขอนำบางส่วนของท่านอายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี มาให้พี่น้องได้อ่าน โดยที่ท่านได้นำวจนะหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ดังนี้


ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้มีวจนะว่า "หนึ่งการกระทำความดีที่ไม่เปิดเผย เทียบเท่ากับการกระทำความดีเจ็ดสิบเท่า และการกระทำความชั่วที่ไม่เปิดเผย จะได้รับการอภัยโทษ"


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้อธิบายว่า "บุคคลใดก็ตามที่ได้กระทำความดีในที่ลับ หมายถึงไม่ได้ปฏิบัติต่อหน้าสาธารณชนอย่างเปิดเผย การกระทำความดีนั้นของเขาจะมีคุณค่าเทียบเท่าการกระทำความดีมากถึงเจ็ดสิบเท่าตัว ทว่าจำนวนเจ็ดสิบเท่าตัวที่ปรากฏอยู่ในวจนะของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ข้างต้นนั้น มีความหมายพิเศษเฉพาะของมัน มิได้หมายความว่าจำนวน70 ดังกล่าว มากกว่าจำนวน 69 ดั่งที่พวกเราเข้าใจกัน จึงต้องทำความเข้าใจเสียด้วย"


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้อธิบายต่ออีกว่า "อีกบทเรียนหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากวจนะนี้ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ก็คือ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากบุคคลใดก็ตามที่เขาได้กระทำความชั่วอย่างเปิดเผย หรือกระทำความชั่วต่อหน้าสาธารณชน เขาคือผู้ซึ่งถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือต่างๆ ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ทุกรูปแบบ

และนั่นหมายความว่า ถ้าหากบุคคลใดก็ตามที่ถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือต่างๆ ของพระองค์ทุกรูปแบบ เขาคือผู้อับจนหนทางนิรันดร พระองค์จะทรงปล่อยให้เขาอยู่เพียงลำพัง และเขาคือผู้ที่อัปยศที่สุดทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า"


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้อธิบายต่ออีกว่า "แต่ทว่าบุคคลใดก็ตามที่เขาได้กระทำชั่วในที่ลับ หมายถึงไม่ได้กระทำความชั่วต่อหน้าสาธารณชน เขาจะได้รับการอภัยโทษอย่างแน่นอน หมายถึงการกระทำความผิดนั้นของเขาคู่ควรแก่การอภัยโทษ มิได้หมายความว่าความผิดดังกล่าวของเขาจะได้รับการอภัยโทษโดยอัตโนมัติ เพียงแค่เขาได้กระทำในที่ลับเท่านั้น


แต่หมายความว่า พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) จะทรงให้อภัยโทษในความผิดนั้นของเขา ก็ต่อเมื่อเขาได้ขออภัยโทษต่อพระองค์ และจะไม่หวนกลับไปปฏิบัติความผิดบาปนั้นอีก"


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้อธิบายต่ออีกว่า "จากวจนะข้างต้นของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์อันมากมายของการกระทำความดี และการกระทำความชั่วแบบเปิดเผย ว่ามีความสำคัญมากมายเพียงใด แน่นอนยิ่ง อานุภาพของการกระทำความชั่วแบบเปิดเผย และการกระทำความชั่วในที่ลับ มีอย่างมากมายนัก


เหตุผลของความแตกต่างก็เป็นที่กระจ่างชัด เช่นการกระทำความชั่วอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน จะนำมาซึ่งความเสียหายต่างๆ ในสังคมที่มีการกระทำความชั่ว และจะเป็นตัวแปรให้ผู้อื่นมีความกล้าที่จะกระทำความชั่วนั้นได้อีก ในเวลาต่อมา"


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้อธิบายต่ออีกว่า "ถ้าหากทำความเข้าใจกับความหมายของวจนะข้างต้นของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ให้ลึกซึ้ง เราก็จะเข้าใจได้ทันทีว่า หนึ่งจากแผนการร้ายต่างๆ ของชาติตะวันตก เพื่อครอบงำสังคมพี่น้องมุสลิมทั่วทั้งโลกในขณะนี้ ก็คือความพยายามต่างๆ นานา ในการทำลาย ยกเลิก ต่อต้าน บทลงโทษต่างๆ ของความผิด เพื่อที่พวกเขานั้นจะทำให้มุสลิมมีความเบาบางในเรื่องของการลงโทษผู้กระทำผิด และง่ายต่อการมุ่งสู่เป้าหมายที่แท้จริงเขาพวกเขา"


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้อธิบายต่ออีกว่า "ในวันนี้เราได้เห็นเป็นประจักษ์แก่สายตาแล้วว่า ประชาชาติทั้งหลายไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่ระมัดระวังในการกระทำของตนเพียงอย่างเดียว มิหนำซ้ำพวกเขาได้กระทำความชั่วอย่างเปิดเผย และมีความภาคภูมิใจในการกระทำความชั่วนั้นเสียด้วยซ้ำ ประชาชาติเหล่านั้นเขาไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป มารร้ายได้เข้าครอบงำจิตวิญญาณของพวกเขาเสียแล้ว พวกเขาไม่มีเวลาแม้เพียงวินาทีเดียว ที่จะคิดว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นมันผิดหรือถูก แล้วจะหวังความละอาย การปกปิดซ่อนเร้น หรือการขออภัยโทษจากพวกเขาได้อีกหรือ?"


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้อธิบายต่ออีกว่า "ขอตักเตือนไปยังพวกเขาเหล่านั้น แต่ต่อตัวเราเองทั้งหลายว่า ถ้าหากพวกเรากระทำความผิดบาปใดๆ ลงไป จงมีจิตสำนึกให้ดีว่าต้องเป็นการกระทำความผิดที่อยู่ในที่ลับเท่านั้น และขออย่าให้พวกเราเห็นดีเห็นงาม และหลงระเริงอยู่กับความผิดนั้นต่อไป ทำไมหรือ? ก็เนื่องจากว่า บางทีในวันหนึ่งเราอาจจะกลายเป็นผู้ที่กระทำความผิดบาป และเราได้กลับตัวกลับใจ ขออภัยโทษต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) แล้ว

แต่ถึงแม้ว่าพระองค์คือพระผู้ทรงให้อภัย และพระผู้ทรงเมตตายิ่งก็ตาม แต่ลองคิดดูสักนิดว่าเมื่อท่านขออภัยโทษต่อพระองค์ แล้วอีกปัญหาหนึ่ง คือประชาชนกลุ่มหนึ่งซึ่งท่านได้นำพวกเขาเหล่านั้นหลงผิดไป และท่านได้สร้างความเคราะห์ร้ายต่างๆ นานาไว้ให้แก่พวกเขา พวกเขาจะทำเช่นไร?"


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้อธิบายในช่วงท้ายว่า "โอ้พี่น้องที่รักทั้งหลาย ภาระหน้าที่ของเราซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับผู้อื่นนั้น คือความรับผิดชอบที่หนักยิ่ง ดังนั้นจงอย่างคิดว่าในโลกนี้ในมีการสอบสวน และไม่มีการคิดบัญชี และคิดจะปฏิบัติสิ่งใด กล่าวสิ่งใดออกไปได้ตามอำเภอใจ ตามความเห็นส่วนตัว มองเห็นแต่ความเป็นใหญ่ในตัวเอง บางทีอาจจะเป็นไปได้ว่า แค่เพียงการปฏิบัติเดียว หรือเพียงหนึ่งคำพูด ที่มีผลพวงมาจากการขาดการไตร่ตรอง และขาดการตรวจสอบของเราเอง จะนำมาซึ่งไฟที่ลุกโชนพร้อมที่จะเผลาผลาญโลกใบนี้ได้ และเราจะเป็นผู้ที่หลงลืมในที่สุด


หรือแม้แต่การผลิตละคร หรือภาพยนตร์ และหนังสือ และเผยแพร่ไปในหมู่ประชาชน ซึ่งจะนำมาซึ่งการทำลายหลักความเชื่อ และนำพาประชาชนไปสู่ความหลงผิด หรือการตั้งภาคีต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) หรืออะไรก็ตามแต่ในทำนองนี้ จะกลายเป็นคลื่นลูกหนึ่งที่จะนำประชาชนไปสู่ความหลงผิด เขาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำเหล่านั้น และมากไปกว่านั้นผู้ที่ต้องหลงผิดจากผลพวงของการกระทำของเขา


บุคคลในกรณีดังกล่าว ประตูแห่งการขออภัยโทษได้ถูกปิดเสียแล้ว และความรับผิดชอบอันมากมายที่เขาต้องจำใจยอมรับ จะนำทางเขาลงสู่ขุมนรกอเวจี ซึ่งเขาจะเริ่มรู้สึกตัวว่าเท้าของเขานั้นเริ่มไหม้ทีละนิดๆ และจะเผาจนเกรียมในไม่ช้า


ท่านผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ได้กล่าวในตอนท้ายอีกว่า "ดังนั้นพวกเราทุกคนต้องพึงสำนึกให้มั่นว่า ถ้าหากมารร้ายได้มาครอบงำเรา กระทั่งเราได้กระทำความผิดลงไป และเราไม่รู้สึกถึงความผิดนั้น ก็ขออย่าให้เราได้กลายเป็นผู้เผยแพร่ความผิดเหล่านั้นต่อพี่น้องผู้ศรัทธาเลย ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือเรา และให้เราได้ขออภัยโทษต่อพระองค์ด้วยเถิด"


แปลเรียบเรียง เชคมาลีกี ภักดี

 

ลิงค์อื่นๆ :
  เลี้ยงลูกยังไงไม่ให้ติดทีวี
  พ่อสอนลูกชายเรื่องกัรบาลา
  เข้าใจวัยรุ่น
  สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรทราบ
  สอนลูกในทางที่เขาควรจะเดิน
  การอบรมบุตรตามแบบอย่างท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ)
  โรคตายเฉียบพลันในเด็กที่พ่อแม่ควรใส่ใจ
  10 อาหารอันตราย ที่คนสมัยนี้ชอบกิน
  แม่สอนลูกชาย เรื่องหญิงชั่ว
  พ่อสอนลูกเรื่องพระผู้สร้าง

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.