หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 25 มีนาคม 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
สังคม ครอบครัว
Send to friends Print this page

ฟาติมะฮ์-อะลี ครอบครัวต้นแบบมนุษยชาติ ตอน 2

3. การเรียกร้องสินสอดทองหมั้นที่เหมาะสม


โดยปกติเมื่อเสร็จสิ้นจากการทาบทามสู่ขอ ก็จะมีการพูดคุยกันเรื่องสินสอดทองหมั้น ที่ทางฝ่ายหญิงจะเรียกร้องจากฝ่ายชาย ค่านิยมทางสังคมในยุคปัจจุบันส่วนมากจะเรียกร้องสินสอดทองหมั้นแบบไม่เหมาะสม เช่นการตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องมีเรือนหอ มีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ ฯลฯ


แต่เมื่อเรามองไปยังแบบอย่างการเรียกร้องสินสอดทองหมั้นจากท่านอิมามอะลี (อ) โดยท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) คำถามแรกที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้ถามแก่ท่านอิมามอะลี (อ) ว่า "โอ้อะลี เจ้ามีสิ่งใดบ้างที่จะเป็นสินสอดทองหมั้นแก่ฟาติมะฮ์ลูกสาวของฉัน?"


ท่านอิมามอะลี (อ) ได้ตอบว่า "โอ้ศาสดาผู้ทรงเกียรติ ฉันไม่มีทรัพย์สินใดๆ เลย นอกจากดาบหนึ่งเล่ม อูฐหนึ่งตัว และโล่ห์กำบังที่ใช้ทำสงครามอีกหนึ่งชิ้นเท่านั้น"


เมื่อท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้ยินเช่นนั้น ท่านได้กล่าวว่า "ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันพึงพอใจแค่โล่ห์กำบังที่ใช้ทำสงครามของเจ้าเท่านั้น เนื่องจากว่า ดาบคือสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าในการต่อสู้กับศัตรูของพระผู้เป็นเจ้า และอูฐก็เป็นพาหนะสำคัญในการขนน้ำ และการขนสิ่งของ เจ้าจงนำเสื้อเกราะตัวนั้นไปขายและนำเงินมาเป็นสินสอดทองหมั้น"


แบบฉบับอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับจากการเรียกร้องสินสอดทองหมั้นของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) โดยท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) จากท่านอิมามอะลี (อ) ข้างต้น แสดงให้เห็นว่า การเรียกร้องสินสอดที่ถูกต้องในอิสลาม คือการเรียกร้องตามความเหมาะสม ตามความสามารถของฝ่ายชาย ซึ่งจะไม่สร้างความลำบากให้กับฝ่ายชาย ตามค่านิยมของสังคมในปัจจุบัน จนเป็นเหตุให้บางคนต้องล้มเลิกการแต่งงาน บ้างต้องคอยเป็นเวลาหลายปี บ้างต้องเป็นหนี้เป็นสิน ฯลฯ


และในรายงานได้บันทึกไว้ว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้นำเงินจากการขายโล่ห์เกราะนั้นไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับครอบครัว อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ด้วยเหตุนี้เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับที่ท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) ได้รับจากท่านอิมามอะลี (อ) คือ หิญาบ, ชุดเสื้อคลุมกาย, เสื่อ, ผ้าม่าน, ผ้าห่ม, หมอน, แก้วนำ, เหยือกน้ำ, ถ้วยจาน, ภาชนะในห้องน้ำที่ทำจากดินเผา, อุปกรณ์โม่แป้ง, ถุงใส่น้ำที่ทำจากหนังสัตว์ และอื่นๆ ที่เป็นอุปกรณ์ในครัวเรือน


4. งานวิวาห์ที่ไม่ฟุ่มเฟีอย


ในยุคปัจจุบันคงไม่ต้องสาธยายอะไรมากมายถึง การจัดงานวิวาห์อย่างเริดหรูหรา ฟุ้งเฟื้อ ฟุ่มเฟือย ซึ่งมีให้เห็นอย่างมากมาย การตัดชุดราคาหลักหมื่นหลักแสน การเช่าสถานที่จัดงานในโรงแรมหรูหรา สรุปแล้วต้องเสียงบประมาณในการจัดงานอย่างมากมาย ซึ่งในความเป็นจริง การจัดงานวิวาห์อย่างเริดหรูเช่นนั้นไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของการแต่งงาน


ในพิธีวิวาห์ของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) กับท่านอิมามอะลี (อ) ตามบันทึกรายงานมีบันทึกว่า งานวิวาห์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้เชิญชวนผู้ยากจนขัดสน และคนร่ำคนรวย ให้เข้าร่วมสำรับอาหารอย่างพร้อมเพรียงกันทุกคน ตามรายงานบันทึกว่าแขกที่มาร่วมงานในวันนั้นมีมากถึงสี่พันคน


พิธีวิวาห์ที่เป็นไปเพื่อพระองค์ งานเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยความสิริมงคล และความจำเริญ เพราะคนยากไร้ทั่วนครมะดีนะฮ์ ต่างได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมสำรับอาหารอย่างทั่วหน้ากัน และในระหว่างทางที่เจ้าสาวถูกส่งตัวไปยังบ้านเจ้าบ่าว เจ้าสาวได้บริจาคชุดเจ้าสาวของตนให้แก่คนยากไร้อีกด้วย และเมื่อถึงเวลาส่งตัวเจ้าสาวเข้าสู่บ้านเจ้าบ่าว ตลอดทางได้มีการกล่าวตักบีรด้วยเสียงอันดังว่า "อัลลอฮุอักบัร"


5. การยกย่องให้เกียรติคู่ครอง


การยกย่องให้เกียรติสามี และภรรยา จะสามารถสร้างครอบครัวให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ได้ การที่สามี และภรรยามีโลกทัศน์ และมุมมองต่อคู่ครองของตนในเชิงสร้างสรรซึ่งกันและกัน การให้เกียรติกัน การแสดงควารักซึ่งกันและกัน จะสร้างบรรยากาศอันแจ่มใส และความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตครอบครัวให้ยิ่งเพิ่มทวีคูณมากขึ้นตามไปด้วย


ในทางกลับกัน ถ้าหากครอบครัวใดระหว่างสามีและภรรยา ต่างคนต่างมีความระแวงสงสัย ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันมากเท่าไร ชีวิตคู่ที่อยู่แบบหวานอมขมกลืน รอยร้าวราน สัญญาณอันตรายย่อมมาเยือนในไม่ช้าอย่างแน่นอน


การยกย่องให้เกียรติสามีของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) คืออีกแบบฉบับหนึ่ง ที่ท่านได้กล่าวว่า "ไม่มีใครจะปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้ดีเท่ากับสามีของฉัน"


และเมื่อท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้ถามอิมามอะลี (อ) ว่า "นับตั้งแต่วันเริ่มแรกแห่งการใช้ชีวิตคู่เจ้าพบสิ่งใดในคู่ครองของเจ้า?" ท่านอิมามอะลี (อ) ได้กล่าวตอบท่าน (ศ) ไปว่า "ฟาติมะฮ์ช่างเป็นผู้ให้การสนับสนุนในการอิฏออัต (เชื่อฟังปฏิบัติตาม) พระองค์อัลลอฮ์ที่ดีเยี่ยมอะไรเช่นนั้น"


และเมื่อท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้กล่าวถามกับท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) บ้างว่า "แล้วลูกล่ะได้พบสิ่งใดในสามีของลูกบ้าง?" ท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) ได้ตอบท่านศาสดา (ศ) ว่า "อะลีคือสามีที่ประเสริฐที่สุด"


แบบฉบับข้างต้นที่ถูกถ่ายทอดออกมาให้เห็นเป็นแค่บางส่วนเท่านั้น ยังไม่เพียงพออีกหรือที่จะบอกว่า การดำเนินชีวิตของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ) กับท่านอิมามอะลี (อ) คือครอบครัวต้นแบบของมนุษยชาติ หากใช่แล้วทำไมวันนี้ในสังคมมุสลิมจึงยังไม่ย้อนกลับไปหาแบบอย่างเหล่านั้น

และนำมาปฏิบัติ ตามคำประกาศของพวกท่าน ที่ประกาศว่า เราคือประชาชาติของมุฮัมมัด (ศ) เราคือผู้ที่อยู่ในสุนนะฮ์ แบบอย่างของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) วันนี้เราทำในสิ่งที่เราประกาศไปหรือยัง???


โดยเชคมาลีกี ภักดี

ลิงค์อื่นๆ :
  เลี้ยงลูกยังไงไม่ให้ติดทีวี
  พ่อสอนลูกชายเรื่องกัรบาลา
  เข้าใจวัยรุ่น
  สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรทราบ
  สอนลูกในทางที่เขาควรจะเดิน
  การอบรมบุตรตามแบบอย่างท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ)
  โรคตายเฉียบพลันในเด็กที่พ่อแม่ควรใส่ใจ
  10 อาหารอันตราย ที่คนสมัยนี้ชอบกิน
  แม่สอนลูกชาย เรื่องหญิงชั่ว
  พ่อสอนลูกเรื่องพระผู้สร้าง

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.