หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 19 พฤษภาคม 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
สังคม ครอบครัว
Send to friends Print this page

ปัญหาใหญ่ของโลกมุสลิม คืออะไร?


เราทุกคนที่เป็นมุสลิมไม่ว่าจะอยู่ในมัซฮับใดก็ตามเมื่อพบกับปัญหา เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปหาพระมหาคัมภีร์อัลกรุอาน เพื่อเราจะได้ไม่ขัดแย้งกันในปัญหานั้น แต่ทว่าหลายครั้งด้วยกันเมื่อพวกเราย้อนกลับไปหาพระมหาคัมภีร์อัลกรุอานแล้ว เราก็จะพบกับอีกปัญหาหนึ่งคือ ในบางโองการของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน เราไม่สามารถเข้าใจได้ถึงพระประสงค์ที่แท้จริงของพระองค์

ตรงนี้เองที่เราต้องไปสอบถามจากผู้รู้ที่เชี่ยวชาญในด้านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน แต่ปัญหามันก็จะเกิดกับเราอีกครั้ง นั่นก็คือ แล้วคำตอบของผู้รู้ท่านใดหรือที่จะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด? ซึ่งพวกเขาจะไม่มีความผิดพลาดในการอธิบายโองการอัลกุรอานต่อเรื่องนั้นๆ ที่เกิดปัญหาขึ้นมา

สรุปว่า "ผู้อรรธถาธิบายอัลกุรอานที่เข้าถึงความหมายที่แท้จริงของอัลกุรอาน" คือปัญหาใหญ่ที่สุดหลังจากการจากไปของท่านศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยปัญหานี้เองที่ทำให้ศาสนาอิสลามแตกออกเป็นหลายมัซฮับ (นิกาย) ในที่สุด

ดังนั้นเราในฐานะที่เป็นมุสลิม และเมื่อเจอกับปัญหาที่ใหญ่มากเช่นนี้ เราก็จะต้องกลับไปหาคำตอบปัญหาที่ใหญ่นี้จากพระมหาคัมภีร์อัลกรุอานว่า พระมหาคัมภีร์อัลกรุอานได้ให้ทัศนะในเรื่องนี้ว่าอย่างไร? ผู้รู้ที่แตกฉานต่อความหมายที่แท้จริงของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานคือใคร?

ทว่าก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักกับโองการต่างๆ ในอัลกรุอานเสียก่อน เราจึงจะเข้าใจว่าด้วยสาเหตุใดการย้อนกลับไปหาอัลกรุอานของพวกเราจึงเกิดปัญหา ขอยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ

ตัวอย่างแรกในซูเราะห์ อัลบากอเราะห์ โองการที่ 2 พระองค์ทรงตรัสว่า "ในคัมภีร์นี้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ" ทว่าในโองการที่ 1 ก่อนหน้านั้น พระองค์ทรงตรัสว่า "อลิฟ ลาม มีม" ด้วยโองการแรกนี้ก็ทำให้เราเกิดข้อสงสัยเสียแล้ว ว่ามันหมายความว่าอย่างไร? ดังนั้นคัมภีร์เล่มนี้ไม่สร้างข้อสงสัยให้กับใครกัน ในเมื่อกำลังสร้างข้อสงสัยให้กับเราเสียแล้ว?

ตัวอย่างที่สองในซูเราะห์ อาลิอิมรอน โองการที่ 7 พระองค์ทรงตรัสว่า "พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาแก่เจ้า โดยที่ส่วนหนึ่งจากคัมภีร์นั้นมีบรรดาโฮงการที่มีข้อความรัดกุมชัดเจน (จะตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้) ซึ่งโองการเหล่านั้นเป็นรากฐานของคัมภีร์ และมีโองการอื่นอีกที่มีข้อความเป็นนัย (ซึ่งต้องอาศัยการตีความจึงจะเข้าใจมันได้) ส่วนบรรดาผู้ที่ในหัวใจของพวกเขามีการเอนเอียงออกจากความจริงนั้น เขาจะติดตามโองการที่มีข้อความเป็นนัยจากคัมภีร์ ทั้งนี้เพื่อแสวงหาความวุ่นวาย และเพื่อแสวงหาการตีความในโองการนั้น (คือเพื่อหาทางตีความไปตามเป้าหมายที่เขาต้องการ โดยไม่คำนึงว่าจะขัดต่อความหมายที่แท้จริงของโองการ)"

จากสองตัวอย่างข้างต้นเมื่อเราได้รู้จักประเภทของโองการต่างๆ ในอัลกุรอานแล้ว เราสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าปัญหาของเราคืออะไร? โองการต่างๆ ที่เป็นแม่บทของคัมภีร์นั้นมิใช่ปัญหา เช่นโองการที่บอกว่า "พระเจ้ามีองค์เดียว" คงไม่มีใครเข้าใจเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่ทว่าโองการต่างๆ ที่มีความคลุมเครือต่างหากซึ่งเป็นปัญหาของเรา แถมยังมีพวกหัวใจรวนเรอีกที่ต้องการนำโองการเหล่านี้มาสร้างความวุ่นวาย (ฟิตนะฮ์) ให้เกิดขึ้นในสังคม เช่นโองการที่เป็นอักษรย่อของอัลกรุอาน ใครจะเป็นผู้อธิบายได้

หรือในบางครั้งพวกคนหัวใจเอนเอียงเหล่านี้ ก็ยังมีความสามารถพิเศษที่จะอธิบายโองการที่เป็นรากฐานของคัมภีร์ให้มีความหมายที่คลุมเครือได้เช่นกัน เช่นอธิบายว่าพระเจ้ามีมือหรือเรือนร่าง ในขณะที่พระองค์ได้ทรงตรัสในซูเราะห์อัชชูรอ โองการที่11 ว่า "ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์แม้แต่สิ่งเดียว" ซึ่งท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) กล่าวว่า "พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ทรงยิ่งใหญ่กว่าคุณลักษณะที่ให้ไปยังพระองค์เสียอีก"

ขอย้อนกลับไปปัญหาใหญ่ของเรา ก็คือใครจะเป็นผู้อธิบายโองการต่างๆ ที่มีความเป็นนัยได้โดยไม่ผิดพลาด คำตอบมีอย่างชัดเจนต่อปัญหาใหญ่ข้อนี้สำหรับพวกเรา ซึ่งพระองค์ได้ทรงตรัสต่ออีกในซูเราะห์อาลอิมรอน โองการที่ 7 ว่า "และไม่มีใครรู้ในการตีความโองการนั้นได้นอกจากอัลลอฮ์ และบรรดาผู้ที่มั่นคงในความรู้เท่านั้น"

คำถามคือ ผู้ที่มั่นคงในความรู้เหล่านั้นคือใครกัน? ดังนั้นคุณสมบัติหนึ่งของผู้ที่มั่นคงในความรู้ คือมีความสามารถตีความหมายโองการต่างๆ ของอัลกุรอานที่มีความเป็นนัยและคลุมเครือได้ใช่หรือไม่?

ในซูเราะห์อัลวากีอะฮ์ โองการที่ 77-79 พระองค์ทรงตรัสว่า "แท้จริงนั้นคืออัลกรุอานอันทรงเกียรติ อยู่ในคัมภีร์ที่ถูกเก็บรักษาไว้ ไม่มีใครสามารถสัมผัสมันได้นอกจากบรรดาผู้สะอาดบริสุทธิ์เท่านั้น"

จากโองการข้างต้นทำให้เราเข้าใจได้ว่า คัมภีร์ภาษาอาหรับที่มีอยู่นี้ไม่ใช่อัลกรุอาน แต่อัลกรุอานที่แท้จริงนั้นถูกซ่อนอยู่ในคัมภีร์เล่มนี้ ผู้เข้าใจอัลกุรอานที่ซ่อนอยู่นั้นได้ คือผู้บริสุทธิ์เท่านั้น เมื่อถึงตรงนี้เรามาค้นหาต่อกันว่าผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นคือใคร?

ในซูเราะห์ อัลอะฮ์ซาบ โองการที่ 33 พระองค์ทรงตรัสว่า "แท้จริงอัลลอฮ์ต้องการจะขจัดมลทินให้พ้นจากพวกเจ้า โอ้อะลุลบัยต์ และพระองค์จะปลดเปลื้องพวกเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง"

ดังนั้นผู้ที่มั่นคงในความรู้ คือผู้สามารถตีความโองการอัลกุรอานที่มีความหมายคลุมเครือได้ ผู้ที่สามารถตีความโองการอัลกุรอานที่มีความหมายคลุมเครือได้ ก็คือผู้ที่สามารถสัมผัสอัลกุรอานได้ ซึ่งพวกเขาคือผู้สะอาดบริสุทธิ์ และผู้สะอาดบริสุทธิ์นั้นคือ อะลุลบัยต์ (วงศ์วานของศาสดามุฮัมมัด (ศ) ผู้บริสุทธิ์) ก็คือคำยืนยันที่ยิ่งใหญ่ ดั่งในซูเราะห์ อัลวากีอะฮ์ โองการที่ 76 "แท้จริงนั้นคือคำยืนยันที่ยิ่งใหญ่หากพวกเจ้ารู้"

ในที่สุดพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้ให้คำตอบแก่เราว่า "อะฮ์ลุลบัยต์" คือผู้สะอาดบริสุทธิ์ที่ปราศจากมลทินต่างๆ อย่างแท้จริง นั่นหมายถึงสะอาดบริสุทธิ์ทั้งภายนอกและภายใน ทั้งการกระทำและความคิดไร้ซึ่งความผิดพลาดใดๆ โดยพระประสงค์ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ)

ดังนั้นจึงหมายความว่า "อะฮ์ลุลบัยต์" ผู้สะอาดบิรสุทธิ์โดยพระประสงค์ของพระองค์ คือผู้รู้ที่มั่นคง และสามารถสำผัสอัลกุรอานได้ การสำผัสตรงนี้ให้ความหมายทั้งภายนอกและภายใน การสำผัสอัลกุรอานภายนอกคงไม่ต้องอธิบาย แต่การสำผัสอัลกุรอานภายใน หมายถึงการมีความเข้าใจต่อความหมายที่แท้จริงของอัลกุรอานในทุกๆ โองการอย่างชัดแจ้ง

มาถึงตรงนี้คงเป็นคำตอบให้กับเราได้อย่างดียิ่ง ต่อปัญหาใหญ่ของเรา เมื่อเราย้อนกลับไปหาอัลกุรอาน และเราไม่สามารถเข้าใจความหมายในโองการที่คลุมเคลือได้ เราต้องย้อนไปถามกับผู้รู้ที่มั่นคงเท่านั้น เพราะพวกเขา และพระองค์เท่านั้นที่สามารถตีความหมายโองการอัลกุรอานโดยไม่มีความผิดพลาดใดๆ


พี่น้องผู้ศรัทธาที่รัก.. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความคลุมเครือของโองการในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน แต่ปัญหาอยู่ที่เราไม่เข้าใจอัลกุรอาน และที่สำคัญเราไม่รู้จักผู้ที่สามารถสำผัสความหมายที่แท้จริงของอัลกุรอาน บวกกับการมีอยู่ของผู้ที่ในหัวใจของเขามีความเอนเอียงจำนวนไม่น้อย ที่พยายามตีความหมายโองการอัลกุรอานซึ่งมีความหมายคลุมเครือไปตามอำเภอใจของพวกเขา ดั่งพระดำรัสของพระองค์ จึงทำให้มุสลิมจำนวนมาก ณ วันนี้ยังมึนงงกันอยู่อีก


โดยบานไม่รู้โรย

 

ลิงค์อื่นๆ :
  เลี้ยงลูกยังไงไม่ให้ติดทีวี
  พ่อสอนลูกชายเรื่องกัรบาลา
  เข้าใจวัยรุ่น
  สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรทราบ
  สอนลูกในทางที่เขาควรจะเดิน
  การอบรมบุตรตามแบบอย่างท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ)
  โรคตายเฉียบพลันในเด็กที่พ่อแม่ควรใส่ใจ
  10 อาหารอันตราย ที่คนสมัยนี้ชอบกิน
  แม่สอนลูกชาย เรื่องหญิงชั่ว
  พ่อสอนลูกเรื่องพระผู้สร้าง

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.