หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 25 มีนาคม 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
สังคม ครอบครัว
Send to friends Print this page


องค์กรศาสนาในสังคมมุสลิมควรเป็นอย่างไร ?
โดย.... รำมะนา


องค์กรศาสนาของสังคมมุสลิมจำเป็นต้องมีการพัฒนา
คนที่ทำงานในองค์กรศาสนาในสังคมมุสลิมก็เป็นเหมือนกับคนที่ทำงานในองค์กรอื่นๆ กล่าวคือ มีคนทำงานจำนวนไม่น้อย ที่ยังพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ ซึ่งแม้ว่าในมุมหนึ่งจะเป็นเรื่องดี แต่การยอมจำนนต่อสภาพที่เป็นอยู่ ทำอยู่ คิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว อาจส่งผลให้ไม่เกิดความต้องการพัฒนาตนเอง ไม่ได้คิดปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น อัลกุรอานมีโองการความว่า "แท้จริงอัลลอฮ์มิได้เปลี่ยนแปลงสภาพของคนกลุ่มใด จนกระทั่งพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงโดยตัวของพวกเขาเอง"


ฉะนั้น ถ้าองค์กรศาสนามีบุคลากรที่มีลักษณะนี้จำนวนมาก ก็จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ช้ามาก ซึ่งในความเป็นจริงหากคนทำงาน ทำงานด้วยความกระตือรือร้น ทุ่มเท เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวตลอดเวลา จะทำให้เกิดความมุ่งมั่น และมีจิตวิญญาณที่สงบมั่นกับการทำงาน ส่งผลต่อตนเองที่จะได้รับการพัฒนาศักยภาพมากขึ้นผ่านงานที่ทำ รวมทั้งองค์กรจะได้รับผลดีด้วย


องค์กรศาสนาของสังคมมุสลิม ต้องมีคนไม่กลัวความยากลำบาก
เมื่อคนทำงานไม่กลัวความยากลำบาก กิจการทั้งหลายขององค์กร ก็จะบรรลุสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะว่า ความสำเร็จนั้น คือสิ่งซึ่งแลกมาด้วยการทุ่มเท เสียสละ และยินดีทำงานหนัก

"และจงอย่าท้อแท้ จงอย่าเศร้าระทม แต่จริงอัลลอฮ์ ทรงอยู่กับบรรดาผู้อดทน"(อัลกุรอาน)


องค์กรใดก็ตามมีบุคลากรลักษณะนี้จำนวนมาก ก็ย่อมสามารถบรรลุถึงเป้าหมายขององค์กรได้โดยง่าย ในทางกลับกันหากองค์กรทางศาสนาเต็มไปด้วยคนทำงานที่กลัวความยากลำบาก เป็นคนไม่สู้ หนีปัญหา ย่อมเป็นการยากที่องค์กรจะประสบความสำเร็จได้
"แท้จริง พร้อมกับความยากลำบากนั้นจะมีความสะดวก และพร้อมกับความยากลำบากนั้นจะมีความสะดวก" (อัลกุรอาน)

องค์กรศาสนาของสังคมมุสลิมต้องมีความพร้อม
เมื่อใดก็ตามที่คนในองค์กรศาสนามีความรู้สึกว่าตนเองไม่พร้อม จะมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบ หรือไม่พร้อมที่จะทำสิ่งที่ดูเหมือนกับจะเกินความสามารถของตน โดยใช้เหตุผลว่าตนเองไม่มีศักยภาพเพียงพอ เช่น ตนเองไม่มีความรู้ ความสามารถ ก็ยากที่องค์กรนั้นจะพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ ในความเป็นจริง ไม่มีใครพร้อมทุกอย่าง ถ้าต้องรอให้พร้อม ก็คงจะไม่มีใครสามารถทำสิ่งใดได้เลย

องค์กรศาสนาของสังคมมุสลิมต้องสร้างความผูกพัน
โดยเฉพาะองค์กรชี้นำทางศาสนา จะต้องมีบทบาทและหน้าที่ประการหนึ่ง นั่นคือ การทำให้คนทำงานปรารถนาจะใช้ศักยภาพของตนเพื่อพัฒนาองค์กร เพราะเมื่อคนทำงานมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ก็พร้อมที่จะทุ่มเทให้กับองค์กร ผลสะท้อนจะออกมาเป็นความอยากร่วมผูกพัน หรือมีส่วนร่วมรับผิดชอบงานต่าง ๆ เกินกว่าขอบเขตงานที่ได้รับ โดยมีความตระหนักว่า คนทำงานที่ทุ่มเทศักยภาพให้กับองค์กร ประโยชน์จะไม่ตกแก่องค์กรเพียงฝ่ายเดียว

ที่สำคัญ ตัวคนทำงานเองจะได้รับการฝึกฝนทักษะ และพัฒนาความสามารถที่มีอยู่ ค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ เกิดการคิดสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ มากกว่าทำงานตามขอบข่ายงานที่กำหนดได้ เปรียบเหมือนกับอ้อยที่ถูกบีบคั้นเอาน้ำออกจนหมด เหลือเพียงกากเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ในสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน คนทำงานศาสนาจะมีความผูกพันกับองค์กรสูง เพราะเขายึดในหลักการเสมอว่า ความสำเร็จขององค์กร ก็เท่ากับความสำเร็จส่วนตัวไปด้วยส่วนหนึ่ง องค์กรทางศาสนาในอิหร่านจึงมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว


อุปสรรคสำหรับความก้าวหน้าขององค์กรทางศาสนาที่สำคัญประการหนึ่ง คือทัศนคติที่ไม่ถูกต้องในการทำงาน มองการทำงานเป็นภาระหนัก ให้ความสำคัญกับความสำเร็จส่วนตัวมากกว่าความสำเร็จของภาพรวม การทำงานขาดความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ ทำให้ไม่อยากทุ่มเทเพราะคิดว่า แม้จะทำมากหรือทำน้อย ตนเองจะไม่ได้รับผลประโยชน์ ความคิดดังกล่าวเป็นความคิดของคนที่สนใจเพียงเป้าหมายในส่วนตัว คนทำงานต้องตระหนักว่า ถึงแม้เป้าหมายส่วนตัวจะประสบความสำเร็จ

แต่ถ้าเป้าหมายภาพรวมล้มเหลวความสำเร็จที่เกิดขึ้น ก็เป็นแต่เพียงความสำเร็จจอมปลอม ส่วนความสำเร็จแท้ คือ ความสำเร็จในเป้าหมายภาพรวมที่ส่งผลต่อสังคม อันหมายถึงความสำเร็จในเป้าหมายส่วนตัวได้ด้วยเช่นเดียวกัน

 

ลิงค์อื่นๆ :
  เลี้ยงลูกยังไงไม่ให้ติดทีวี
  พ่อสอนลูกชายเรื่องกัรบาลา
  เข้าใจวัยรุ่น
  สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรทราบ
  สอนลูกในทางที่เขาควรจะเดิน
  การอบรมบุตรตามแบบอย่างท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ)
  โรคตายเฉียบพลันในเด็กที่พ่อแม่ควรใส่ใจ
  10 อาหารอันตราย ที่คนสมัยนี้ชอบกิน
  แม่สอนลูกชาย เรื่องหญิงชั่ว
  พ่อสอนลูกเรื่องพระผู้สร้าง

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.