หน้าแรก  |   เกี่ยวกับองค์กร  |   ติดต่อเรา  |   แผนผังเว็บ 23 มีนาคม 2562 
ชื่อ :
รหัสผ่าน :
:::     อิสลาม       :       ศาสดา     :     อะฮฺลุลบัยตฺ     :     คุณค่าด้านศีลธรรม     :     สังคม ครอบครัว     :     ขุมทรัพย์แห่งปัญญา     :     อิมามียะฮ์ เจอร์นัล     :     กิจกรรม     :     มัลติมีเดีย     :::
สังคม ครอบครัว
Send to friends Print this page


มุบาฮะละฮ์และอาชูรอคือสองเหตุการณ์ในสองห้วงกาลเวลาในประวัติศาสตร์ที่แตก ต่าง เหตุการณ์มุบาฮะละฮ์นั้นเกิดขึ้นในวันที่ 23 ซุลฮิจญะฮ์ ปีฮศ. 8 ส่วนเหตุการณ์กัรบะลานั้นเกิดขึ้นในวันที่สิบ เดือนมุฮัรรอม ปีฮศ. 61 แต่ในความแตกต่างทางกาลเวลาและสถานที่นั้น ยังมีความคล้ายคลึงที่สำคัญแฝงอยู่มากมาย หนึ่งในความคล้ายคลึงที่สำคัญก็คือ ทั้งสองเหตุการณ์มี "ครอบครัว"เป็นองค์ประกอบหลัก เพราะท่านนบีได้พาครอบครัวไปทำการมุบาฮะละฮ์ (ขอการลงโทษจากอัลลอฮ์เกิดแก่ฝ่ายตรงข้าม) กับชาวคริสเตียนแห่งแคว้นนัญรอน ท่านอิมามฮุเซนก็ได้พาครอบครัวเดินทางร่วมไปกับท่านในเหตุการณ์กัรบะลา

เราจะมาพูดคุยกันเพื่อวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจดังกล่าวว่า "ครอบครัวมีบทบาทในเหตุการณ์มุบาฮะละฮ์และอาชูรออย่างไร? " ทั้งนี้ ข้อสรุปจากประเด็นดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสังคมมนุษย์ในฐานะ สารธรรมคำสอนที่ล้ำค่าแห่งอิสลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ความรักและความผูกพันย่อมนำมาซึ่งความหวงแหนและการเสียสละ โดยทั่วไปมนุษย์เราเมื่อมีความรักมักจะยอมเสียสละเพื่อปกป้องบุคคลหรือสิ่ง ของที่ตนรักเสมอ และเป็นที่ทราบดีว่าศูนย์รวมของความรักและความผูกพันที่สำคัญที่สุดคือ "สถาบันครอบครัว" สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ที่เรารักและผูกพันเป็นพิเศษ เราจึงยอมเสียสละเพื่อปกป้องพวกเขาจากภยันตรายต่างๆได้


ข้อเท็จจริงดังกล่าวมีให้เห็นทั่วไปเนื่องจากมีต้นกำเนิดจากธรรมชาติของ มนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้าง กระทั่งมีการเปรียบเปรยผู้ที่มีความรักใคร่กลมเกลียวกันเป็นพิเศษโดยเฉพาะในหมู่สมาชิกครอบครัวว่ารักใคร่จนสามารถตายแทนกันได้ กุรอานกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนี้มากมายในหลายเรื่องราว แม้กระทั่งสายสัมพันธ์ครอบครัวที่ส่งผลในแง่ลบ อย่างเช่นเรื่องราวของบุตรชายของท่านนบีนูฮ์ที่พยายามว่ายน้ำฝ่าคลื่นมหึมา เพื่อเอาตัวรอดโดยไม่ขอพึ่งอำนาจของพระองค์ ความผูกพันในครอบครัวทำให้ท่านนบีวอนขอชีวิตบุตรชายจากอัลลอฮ์ แต่พระองค์ทรงเตือนท่านไม่ให้ติดอยู่ในบ่วงความรักที่ไม่คำนึงถึงสถานภาพอีหม่านของบุตร เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความผูกพันในครอบครัวของมนุษย์ นั้นแน่นแฟ้นและมีความอานุภาพเพียงใด ที่เกือบจะทำให้นบีผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่งตกสู่สถานะความเป็น "ญาฮิล" ในทัศนะของพระองค์ (انّی اعظک ان تکون من الجاهلین) (ซูเราะฮ์ ฮูด /46)


ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ความรักและความผูกพันทำให้เราสามารถเสียสละทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องสมาชิกครอบครัวที่เป็นที่รักยิ่งสำหรับเรา ได้ แต่ถ้าหากเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องเสียสละทรัพย์สินและชีวิตของเรา และยิ่งไปกว่านั้น หากต้องยอมเสียสละชีวิตของสมาชิกครอบครัวที่เรารักยิ่งชีพแล้วล่ะก็ เรายังพร้อมจะยอมเสียสละอยู่อีกหรือไม่ สถานการณ์นี้ถือเป็นสังเวียนต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างความรักขั้นสูงและการ เสียสละ และไม่มีมนุษย์คนใดจะยอมเสียสละในสถานการณ์ดังกล่าวได้เลยนอกจากกรณีเดียว นั่นก็คือ "เขาจะต้องรักและหวงแหนบางสิ่งมากกว่าความรักอันมากมายที่มีต่อสมาชิกครอบครัวของตน" นี่คือทฤษฎี


แต่ถามว่าในภาคปฏิบัตินั้น มีผู้ใดอาจหาญพอที่จะกระทำการเช่นนี้ได้หรือไม่ ?

เหตุการณ์มุบาฮะละฮ์ และเหตุการณ์อาชูรอ ความคล้ายคลึงระหว่างวีรกรรมของตาและหลาน


ในประวัติศาสตร์อิสลามมีการเสียสละเช่นนี้มากมายในหลายยุคหลายสมัย แต่หากจะยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ครอบคลุมที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะกล่าวถึงสองเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ เหตุการณ์มุบาฮะละฮ์ และเหตุการณ์อาชูรอ

เหตุการณ์มุบาฮะละฮ์คือเหตุการณ์ที่ท่านนบีอรรถาธิบายคำสอนอิสลามให้บาทหลวง คริสเตียนเข้าใจ แต่บาทหลวงคริสเตียนยังคงปฏิเสธและยืนกรานว่าตนเองถูกต้องและเชื่อว่าบรรดา มุสลิมต่างหากที่หลงผิด เมื่อการเจรจาพูดคุยไม่เป็นผล ต่างฝ่ายต่างแสดงความพร้อมที่จะทำการ "มุบาฮะละฮ์" (ขอดุอาให้พระองค์ลงทัณฑ์ผู้ที่หลงผิด) โดยนัดให้แต่ละฝ่ายนำพลพรรคของตนเองมาด้วย วันรุ่งขึ้น บาทหลวงคริสเตียนพร้อมด้วยเหล่าสาวกและศิษยานุศิษย์จำนวนมากเดินทางมาถึงที่ นัดหมาย ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็เห็นท่านนบีกำลังก้าวเดินมา แต่แทนที่ท่านนบีจะมาพร้อมกับบรรดาสหายและเศาะฮาบะฮ์เรือนหมื่นเรือนแสน ท่านกลับเลือกที่จะมากับสมาชิกครอบครัวของตนเองที่มีจำนวนเพียงสี่คนเท่า นั้น


ภาพบุคคลห้าคนกำลังย่างก้าวอย่างองอาจและมั่นคงสู่ที่นัดหมายสร้างความ ประหลาดใจแก่บรรดาบาทหลวงเป็นอย่างยิ่ง พวกเขารู้ดีว่าการนัดหมายดังกล่าวไม่ไช่งานเลี้ยงสังสรรค์ที่ท่านนบีจะพา ครอบครัวมาเพื่อหาความสุขใส่ตัว สถานที่ๆท่านนบีนำสมาชิกครอบครัวมานั้นคือสถานที่ๆเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดิน ใหว หรือธรณีสูบ หรือภัยพิบัติอื่นๆเนื่องจากทำการมุบาฮะละฮ์ สิ่งที่ทำให้บาทหลวงเหล่านี้ฉงนใจก็คือ


ทำไมท่านนบีถึง "กล้า" ถึงขนาดที่พาสมาชิกครอบครัวซึ่งเป็น "กลุ่มบุคคลที่ท่านรักมากที่สุด" มายังที่นัดหมายได้ และในที่สุด บาทหลวงเหล่านั้นก็ได้ข้อสรุปว่ามุฮัมมัดรักและเชื่อมั่นในความถูกต้องของศาสนามากกว่าความรักที่มีต่อครอบครัวเสียอีก พวกเขาต่างหากที่พาศิษยานุศิษย์มามากมายเพื่อเสริมบารมี แต่ไม่มีใครกล้าที่จะนำสมาชิกครอบครัวของตนมาเสี่ยงในการมุบาฮะละฮ์ครั้งนี้ แม้แต่คนเดียว เหล่าบาทหลวงจึงยอมเจรจาและขอเสียภาษีญิซยะฮ์แต่โดยดี


หนึ่งในสมาชิกครอบครัวท่านนบีที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยก็คือเด็ก ชายตัวน้อยผู้มีนามว่าฮุซัยน์ เด็กน้อยคนนี้ซึมซับความเสียสละของท่านนบีผู้เป็นตา และได้รับการอบรมในบ้านแห่งการเสียสละโดยท่านอิมามอลีและท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ เด็กน้อยคนนี้เติบโตมาพร้อมกับเตาฮีดและการเสียสละ จนกระทั่งได้สร้างวีรกรรมกัรบะลาในอีกห้าทศวรรษต่อมา ท่านไม่ยอมก้มหัวให้ความเลวและการกดขี่ของยะซีด และต่อสู้เพื่อพิสูจน์สัจธรรมกระทั่งถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด การเสียสละชีวิตของท่านเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้การพลีชีพครั้งนี้กลายเป็น "ซิบฮิน อะซีม"



و فدیناه بذبح عظیم(อัศ-ศอฟฟาต / 107)
หรือการเชือดพลีที่ยิ่งใหญ่ที่กุรอานได้กล่าวถึงก็คือ การที่ท่านยอมเสียสละชีวิตของท่านพร้อมกับชีวิตของสมาชิกครอบครัวและคนที่ ท่านรักเพื่อธำรงค์ไว้ซึ่งศาสนาขององค์อัลลอฮ์นั่นเอง วีรกรรมกัรบะลากลายเป็นแบบฉบับสำหรับนักต่อสู้ในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน มหาตมะ คานธี ยอมรับว่าเรียนรู้การต่อสู้จากวีรกรรมกัรบะลา แม้กระทั่งชัยชนะของฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอนก็ได้รับแบบฉบับจากกัรบะลาเช่นกัน

ความยิ่งใหญ่เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะอะไร? หากไม่ไช่เพราะเหตุการณ์กัรบะลาได้รับการพิสูจน์ถึงความถูกต้องด้วยเลือดของท่านอิมามฮุเซน และเลือดของสมาชิกในครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของท่าน อีกทั้งรอยแซ่ที่ประทับบนหลังและรอยโซ่ตรวนที่ปรากฏที่ต้นคอของลูกหลานของ ท่าน หนามแหลมที่ทิ่มเท้าเด็กๆ และรอยฝ่ามือหยาบที่ตบตีเหล่าสตรีและเด็กผู้เป็นเครือญาติของท่าน มือสองข้างของน้องท่านที่ขาดวิ่นใกล้กับถุงน้ำ คอของทารกของท่านที่ถูกเฉือนด้วยธนูสามแฉกในอ้อมกอดของท่าน เรือนร่างของท่านและครอบครัวที่ถูกขว้างปาด้วยก้อนหิน ถูกยิงด้วยธนู ถูกปักด้วยคมหอก ถูกฟันด้วยคมดาบ ถูกเหยียบย่ำด้วยเกือกม้า ถูกเฉือนด้วยคมมีด และถูกบั่นด้วยคมกริช น้องสาวของท่านและเหล่าสตรีผู้เป็นลูกหลานของท่านที่ถูกกวาดต้อนในฐานะเชลย ศึกอย่างน่าอนาถใจ


ฉะนั้น ดังที่สัจธรรมและความยิ่งใหญ่ของการมุบาฮะละฮ์พิสูจน์ได้จากการที่ท่านนบี กล้านำสมาชิกครอบครัวของท่านมา ณ สถานที่ๆเสี่ยงต่อการลงบะลาอ์จากพระองค์ สัจธรรมและความยิ่งใหญ่ของกัรบะลาก็พิสูจน์ได้จากการที่ท่านอิมามฮุเซนกล้า นำสมาชิกครอบครัวของท่านร่วมเดินทางมายังกัรบะลาซึ่งเป็นแผ่นดินที่ๆได้รับ ขนานนามว่า "ดินแดนแห่งบะลา" (คำว่ากัรบะลาเป็นคำที่ผนวกคำว่ากัรบ์(ความยากเข็ญ) และคำว่าบะลาอ์(การทดสอบ) เข้าด้วยกัน)


การกระทำของท่านอิมามฮุเซนสอดคล้องกับถ้อยคำของท่านที่ว่า "แท้จริงฉันมิได้ออกจากมักกะฮ์มาเพื่อแสวงหาลาภยศชื่อเสียงหรือเพื่อก่อความ เสียหายในสังคม แต่ฉันต้องการเพียงฟื้นฟูอุมมัตของท่านตาของฉัน และต้องการจะดำเนินตามแบบฉบับของท่านตาและบิดาของฉัน" แน่นอนว่าไม่มีกบฏคนใดในประวัติศาสตร์ที่จะก่อความวุ่นวายและแสวงหาอำนาจและ อิทธิพลโดยมีเด็กและผู้หญิงเป็นกำลังพล


การที่ท่านพาสมาชิกในครอบครัวร่วมไปด้วยประกอบกับการที่ท่านกล่าวให้โอวาท แก่อุมมัตตลอดการเดินทางของท่านนั้น ชี้ให้เห็นถึงความจริงใจของท่านในการฟื้นฟูและปฏิรูปสังคมอิสลามที่ฟอนเฟะ ด้วยพฤติกรรมฉาวโฉ่ของยะซีด


และนี่คือความคล้ายคลึงระหว่างมุบาฮะ ละฮ์ของนบีผู้เป็นตา และวีรกรรมอาชูรอของอิมามฮุเซนผู้เป็นหลาน จะแตกต่างกันก็ตรงที่ว่า คริสเตียนแห่งนัญรอนยอมรับความกล้าหาญของท่านนบีและขอยุติการมุบาฮะละฮ์ เพราะเกรงกลัวอะซาบที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากดุอาของท่านนบี,ท่านอิมามอลี,ท่าน หญิงฟาฏิมะฮ์ หรือแม้กระทั่งท่านอิมามฮะซันและอิมามฮุเซนที่ในขณะนั้นยังเป็นเด็ก


แต่ มุสลิมที่ยืนเผชิญหน้ากับท่านอิมามฮุเซนในกัรบะลากลับแข่งขันกันห้ำหั่นหลาน รักของท่านนบีเพื่อแสวงหาตำแหน่ง ทรัพย์สินเงินทอง หรือยิ่งไปกว่านั้น บางคนเชือดเฉือนท่านอิมามฮุเซนและครอบครัวของท่านเพื่อแสวงหาความพึงพอ พระทัยจากอัลลอฮ์และผลบุญในวันอาคิเราะฮ์ !?!




บทความโดย มุญาฮิด ฮาริซี

Source : www.alhassanain.com


ลิงค์อื่นๆ :
  เลี้ยงลูกยังไงไม่ให้ติดทีวี
  พ่อสอนลูกชายเรื่องกัรบาลา
  เข้าใจวัยรุ่น
  สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรทราบ
  สอนลูกในทางที่เขาควรจะเดิน
  การอบรมบุตรตามแบบอย่างท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ)
  โรคตายเฉียบพลันในเด็กที่พ่อแม่ควรใส่ใจ
  10 อาหารอันตราย ที่คนสมัยนี้ชอบกิน
  แม่สอนลูกชาย เรื่องหญิงชั่ว
  พ่อสอนลูกเรื่องพระผู้สร้าง

Strict Standards: Non-static method Answers_html::show() should not be called statically in /home/ahlulb/public_html/include/discuss.php on line 299
แสดงความคิดเห็น

 

กุรอาน – ซุนนะฮ์
  กุรอาน
  ซุนนะฮ์
โลกอิสลาม
  ประเทศอิสลาม
  นักวิชาการมุสลิม
  อิมามมะฮ์ดี (อ.)
  ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์
โครงการ
  ช่วยเหลือ Helping Hands
  การศึกษา Education
  ชีวิตสมบูรณ์ Wholistic Life
  การส่งเสริม Public Promotion
ห้องสมุด
  กวีธรรม
  แนะนำหนังสือ
สนับสนุนองค์กร
  สินค้าองกรค์
  สินค้าโครงการ
  มีส่วนร่วมกับเรา
  บริจาค
 
Copyrights© 2009 www.ahlulbait.org All Rights Reserved.