ขุมทรัพย์แห่งปัญญา : บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 11

บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 11
"วิชาการความรู้ดีกว่าความร่ำรวย"


ท่านอะมีรุ้ลมุอ์มีนีน อิมามอะลี (อ) มีวจนะแก่กุเมล อิบนี ซิยาด ว่า


"วิชาการความรู้นั้นดีกว่าทรัพย์สินเงินทอง เพราะวิชาการความรู้จะเป็นสิ่งที่พิทักษ์ปกป้องเจ้า แต่ทว่าเจ้านั้นกลับอยู่กับการพิทักษ์ และปกป้องทรัพย์สิน และวิชาการความรู้เมื่อเจ้าได้ใช้มัน ความรู้นั้นจะมีการเจริญงอกงามเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่ทว่าทรัพย์สินนั้นเมื่อเจ้าได้ใช้จ่ายไป มันมีแต่จะลดน้อยลง และสิ่งที่ได้มาจากทรัพย์สินเหล่านั้นมักจะสูญสิ้นไปเมื่อปราศจากทรัพย์สินในที่สุด"


คำอธิบาย : เมื่อมองไปในสังคมใดของมนุษย์ในโลกปัจจุบัน ก็จะพบกับความเครียด ความว้าวุ่นใจ เนื่องจากพวกเขากำลังมีปัญหาอย่างมากมายมารุมร้าว และหนึ่งจากปัญหาเหล่านั้นคือ ทรัพย์สินเงินทอง บ้างก็ไม่มีเงินใช้จ่าย บ้างก็ไม่มีเงินใช้หนี้สิน ทั้งสิ้นมนุษย์เองคือผู้ตัวปัญหา มนุษย์ไม่เข้าใจในเรื่องของทรัพย์สินเงินทอง มนุษย์จึงต้องทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อทรัพย์สินเงินทอง


ศาสนาอิสลามไม่ได้ต่อต้านการมุ่งมั่นทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง บ้านหลังใหญ่ หรือรถคันหรูราคานับล้านบาท และยังสนับสนุนเสียด้วยซ้ำถึงการมีสิ่งเหล่านั้น เพื่อคงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีในทางสังคม แต่ทว่าในศาสนาอิสลามมีสิ่งที่สำคัญกว่าที่ได้สอนให้มนุษย์เริ่มสะสมตั้งแต่เริ่มอยู่ในเปล จนกระทั่งถึงหลุมฝังศพ นั่นคือวิชาการความรู้


ในวจนะของท่านอะมีรุ้ลมุอ์มีนีน อิมามอะลี (อ) ได้ชี้ให้เห็นถึงความประเสริฐของวิชาการความรู้ที่มีเหนือทรัพย์สินเงินทอง และมนุษย์ควรที่จะเลือกสะสมความรู้มากกว่าสะสมทรัพย์สินเงินทอง ด้วยเหตุผลสามข้อต่อไปนี้


1- ความรู้จะช่วยปกป้องมนุษย์จากปัญหาต่างๆ ทั้งการดำเนินชีวิตในโลกนี้ และความหายนะต่างๆ ในโลกหน้าได้ โดยเฉพาะจะได้รับการปกป้องจากอันตรายต่างๆ ที่มีสำหรับบรรดาคนโง่เขลา แต่ทว่าทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่แต่มันจะไม่ปกป้องอะไรแก่เจ้าของมันเพียงอย่างเดียว มิหนำซ้ำเจ้าของยังต้องเสียทั้งเวลา กำลังกาย ในการปกป้องมันยาวนานจนลมหายใจสุดท้ายอีกด้วย


2- ทรัพย์สินเมื่อมันได้ถูกใช้จ่ายไป มันจะมีจำนวนที่ลดน้อยลงไปตามจำนวนนั้น เจ้าของก็จะมีจำนวนทรัพย์สินที่น้อยตามไปด้วย แต่ทว่าวิชาการความรู้ การสั่งสอนความรู้แก่ผู้อื่นมากเท่าใด วิชาการความรู้จะเพิ่มพูนแก่เจ้าของมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากว่าในขณะที่ผู้รู้ได้สั่งสอนวิชาการความรู้แก่ผู้อื่นนั้น เท่ากับเขาได้อบรมตัวของเขาเองไปในตัว และมีการเสริมสร้างวิชาการขึ้นอีกระดับหนึ่ง ดั่งสุภาษิตไทย "มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน"


3- ทรัพย์สินเงินทองจะสลายไป พร้อมกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้สร้างขึ้นมาด้วยทรัพย์สินเหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น หากบุคคลใดได้ลาบยศตำแหน่งด้วยสื่อแห่งทรัพย์สิน หรือเพื่อนฝูงอีกหลายคนที่กำลังรายล้อมเขาอยู่เนื่องจากทรัพย์สินที่เขามี ในวันหนึ่งที่เขาไม่มีทรัพย์สิน ทั้งลาบยศตำแหน่งและเพื่อนฝูงก็จะหายไปพร้อมกับทรัพย์สินนั้น


แต่ทว่านักวิชาการความรู้ สิ่งใดก็ตามที่เขาได้มาด้วยสื่อแห่งวิชาการความรู้ของเขา สิ่งนั้นจะคงอยู่นิรันดร เนื่องจากว่าสิ่งใดก็ตามที่ได้มาด้วยสื่อแห่งวิชาการความรู้ มันจะคงอยู่กับเจ้าของความรู้ตลอดไป


แปลและเรียบเรียงโดย เชคมาลีกี ภักดี

 

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=10&id=1099
วันที่ : 25 เมษายน 2562
http://www.ahlulbait.org