ขุมทรัพย์แห่งปัญญา : บัญญัติสิบประการเพื่อใจสงบสุข

        บัญญัติ 10 ประการเพื่อใจสงบสุข

                     1.  อย่าเข้าไปแทรกแซงธุระของคนอื่น ถ้าเขาไม่ขอ

ส่วนใหญ่เราจะสร้างปัญหาให้ตัวเองด้วยการเข้าไปแทรกแซงเรื่องของคนอื่น เพราะคิดว่าวิธีการของเราคือวิธีที่ดีที่สุด การคิดแบบนั้นเท่ากับดูถูกความคิดและสติปัญญาของผู้อื่น อัลลอฮฺได้ทรงสร้างเราทุกคนมาโดยมีแบบฉบับของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครที่สามารถคิดและทำได้เหมือนกันไปหมดทุกอย่าง มนุษย์ทุกคนสามารถกระทำการด้วยวิธีการของเขาเอง  เพราะอัลลอฮฺทรงสร้างเรามาแตกต่างกัน จงอดทนต่อผู้อื่น และเอาใจใส่ในกิจธุระของเราเองก่อนจะดีกว่าเพื่อความสงบสุขของชีวิตเราเอง

                     2.  ให้อภัยแล้วลืมมันซะ

                นี่คือการทำใจให้สงบที่ดีที่สุด แต่ก็ยากที่จะทำได้เช่นกัน เรามักจะมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนที่ดูหมิ่นหรือทำร้ายเรา เราบ่มเพาะความขุ่นข้องหมองใจนั้นจนเป็นผลทำให้เรานอนไม่หลับ มีอาการปั่นป่วนในท้อง และจนกระทั่งความดันโลหิตสูง การจดจำและเตือนตัวเองถึงบุคคลต่างๆ ที่ทำให้เราเจ็บปวดนั้นรังแต่จะเพิ่มความกดดันให้แก่ตัวเราเอง ทิ้งนิสัยแย่ๆ นี้ไปเสีย ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าที่จะเสียไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ให้อภัย ลืม แล้วก็ก้าวต่อไป ความรักจะเบ่งบานด้วยการให้และการอภัย

                     3. อย่าหวังให้ใครจดจำ

โลกนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่เห็นแก่ตัว พวกเขาจะไม่ยกย่องใครโดยไม่มีความรู้สึกเห็นแก่ตัวอยู่ พวกเขาอาจยกย่องคุณในวันนี้เพราะคุณยังมีอำนาจ แต่เมื่อหมดอำนาจ พวกเขาก็จะลืมความสำเร็จของคุณและเริ่มมองหาข้อบกพร่องของคุณ แล้วทำไมคุณต้องพยายามแทบตายเพื่อให้คนพวกนั้นจดจำรำลึกถึงคุณเล่า? ทำหน้าที่ของคุณต่ออัลลอฮฺต่อไปด้วยความบริสุทธิ์ใจดีกว่า และแสวงหาความพึงพอใจจากอัลลอฮฺเท่านั้นก็พอ

                      4. อย่าอิจฉาริษยา

ความอิจฉาริษยาทำลายความสงบสุขภายในใจอย่างร้ายกาจ แล้วเราควรจะทำลายความสงบสุขของใจเราเองด้วยการอิจฉาริษยาคนอื่นอยู่ทำไม ทำสิ่งที่เราต้องทำให้ดีที่สุด แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าความสำเร็จของคนอื่นที่พยายามไม่ถึงครึ่งของเราก็ตาม ไม่มีประโยชน์อะไรจากการไปติหนิติโทษความสำเร็จของผู้อื่นในความล้มเหลวของเรา ความอิจฉาริษยาไม่ได้ให้อะไรแก่เราเลย มิหนำซ้ำยังจะนำพาความสงบสุขภายในใจไปจากเราอีกด้วย

                     5. เปลี่ยนแปลงตัวเอง

ถ้าเราคิดแต่จะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวอยู่อย่างเดียว เราก็จะล้มเหลว เราต้องเปลี่ยนตัวเองเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมแทน ถ้าทำอย่างนั้นนั้น สภาพแวดล้อมที่เคยดูเหมือนไม่เป็นมิตรกับเราเอาเสียเลย ก็จะเปลี่ยนเป็นสภาพแวดล้อมที่เข้ากับเราได้อย่างน่าอัศจรรย์

                    6.อดทนต่อสิ่งที่ไม่อาจเยียวยา

ถ้าเราต้องเผชิญกับความไม่สะดวกสบาย ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความขัดเคืองใจ และอุบัติเหตุ อะไรต่างๆ มากมายที่เกินความควบคุมของเรา ถ้าเราควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน เราต้องอดทนกับสิ่งเหล่านั้นอย่างหน้าชื่นตาบาน เชื่อมั่นในตัวเองแล้วเราจะสามารถมีความอดทนต่อมันได้ เราจะมีพลังและอำนาจควบคุมเกิดขึ้นภายในอย่างสงบสุข

                     7.อย่ากัดกินชิ้นใหญ่เกินเคี้ยว

จงรู้จักขีดจำกัดความสามารถของตัวเอง อย่าเพิ่มภาระหน้าที่เกินความสามารถซึ่งรังแต่จะสร้างความวิตกกังวลให้แก่ตัวเองมากยิ่งขึ้น เราไม่อาจเป็นสุขสงบได้ด้วยการเพิ่มกิจกรรมการงานเข้าในชีวิต ลดสิ่งเหล่านั้นลงไปบ้างแล้วเอาเวลามาทำนมาซและคิดใคร่ครวญดีกว่า มันจะเป็นการช่วยป้องกันเราจากการคิดในสิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจ

                      8.ระลึกถึงอัลลอฮฺอยู่เสมอ

การกล่าวคำ ซิกรฺ (ระลึกถึงอัลลอฮฺ) และตัสบีฮฺ (สรรเสริญพระบารมีต่ออัลลอฮฺ) อยู่เสมอจะช่วยให้จิตใจสงบและกำจัดสิ่งรบกวนใจออกไปจิตใจของเราจะไม่ถูกกระทบง่ายๆ เหมือนก่อน การทำเช่นนี้ไม่เป็นการรบกวนการทำงานในชีวิตประจำวันของเรา ตรงกันข้าม มันกลับจะเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการทำงาน และเราจะสามารถทำงานได้ดีกว่าเดิมในเวลารวดเร็วกว่าด้วยซ้ำ

                     9.อย่าปล่อยให้ใจว่างเปล่า

จิตใจที่ว่างเปล่าเป็นสถานที่ทำงานของมารร้าย ทำให้จิตใจของเรามีบางอย่างที่ดีอยู่ภายในเสมอ บางอย่างที่มีค่า แล้วความคิดร้ายๆ จะไม่เกิดในใจเรา  เมื่อว่างจากงานพยายามหากิจกรรมพิเศษที่เป็นงานเกี่ยวกับสังคมหรือศาสนาก็ได้ทำ มันอาจจะไม่มีค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่เราจะได้สัมผัสถึงความรู้สึกแห่งความสำเร็จและอิ่มเอิบ แม้ในขณะที่กำลังพักผ่อนทางร่างกาย เราก็สามารถทำให้ใจไม่ว่างได้ด้วยการอ่านหนังสือที่มีประโยชน์หรือกล่าวถึงพระนามของอัลลอฮฺ

                     10.อย่าผัดวันประกันพรุ่งและอย่าเสียใจภายหลัง

อย่าเสียเวลาไปกับการคิดว่า “เราควรทำหรือไม่ควรทำ?” เราไม่สามารถวางแผนการทุกอย่างได้เหมาะเจาะหรอกเพราะเราไม่รู้จริงเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต คิดถึงคุณค่าของเวลาและทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำเสียเดี๋ยวนี้ ไม่เป็นไรหรอกถ้าจะล้มเหลวในครั้งแรก ตราบใดที่เราไม่ปล่อยมันไว้ทำพรุ่งนี้ เราสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดของเราเพื่อความสำเร็จในคราวหน้าได้ การนั่งเฉยและกังวลจะไม่ทำให้เราไปถึงไหน อย่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ถ้าเราทำยังไม่ดีพอ เราก็แก้ตัวใหม่ได้ แต่ถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว เราจะมานั่งร้องไห้เสียใจกับน้ำที่กระฉอกไปแล้วทำไมกัน?

Source : www.moralsandethics.wordpress.com

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=10&id=347
วันที่ : 17 กรกฎาคม 2562
http://www.ahlulbait.org