ขุมทรัพย์แห่งปัญญา : บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 1

บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 1
การนิ่งเฉยต่อการกระทำผิดของผู้อื่น

 

อะมีรุ้ลมุอ์มินีน อิมามอะลี (อ) กล่าวว่า

"บุคคลใดก็ตามที่เขามีความพึงพอใจต่อการกระทำของคนกลุ่มหนึ่ง เท่ากับเขาได้มีส่วนร่วมในกิจการงานนั้นด้วย และบุคคลใดก็ตามที่เขามีส่วนร่วมในกิจการงานที่ไม่ถูกต้อง จะมีบาปสำหรับเขาสองประการ ประการแรกคือ บาปของการมีส่วนร่วมในกิจการงานที่ไม่ถูกต้อง และประการที่สองคือ บาปของความพึงพอใจในการกระทำความผิดนั้น" (ฮิกมะฮ์ที่ 154)

คำอธิบาย : อิสลาม เป็นศาสนาที่ไม่ส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว โดยไม่มีการคบค้าสมาคมกับผู้อื่นในสังคม ตรงกันข้ามอิสลาม คือศาสนาที่ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินชีวิตในรูปแบบสังคมกับผู้อื่น และเมื่ออิสลามสนับสนุนการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมฉันฑ์พี่น้อง กฎเกณฑ์ต่างๆ ของการใช้ชีวิตในสังคมจึงต้องมีอย่างสมบูรณ์แบบ อาธิเช่นเรื่องของภาระหน้าที่ต่างๆ ที่มีต่อสังคม หรือการปฏิบัติต่างๆ ต่อผู้อื่นที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน ซึ่งสามารถค้นพบได้ในคำสอนอันดีงามของศาสนาอิสลาม

พื้นฐานสำคัญของกฎเกณฑ์เหล่านั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่การทำความดี การดำเนินชีวิตที่ดี หรือมุ่งมั่นเฉพาะการเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว และปล่อยวางไม่สนใจใยดี ต่อกิจการงานอื่นๆ ในทางสังคม แต่ทว่าศาสนาอิสลามมีกฎเกณฑ์ว่า ถึงแม้มนุษย์จะไม่ได้เป็นผู้กระทำบาปเอง แต่ในขณะเดียวกันหากมีผู้อื่นเป็นผู้กระทำบาป แต่มนุษย์มีส่วนรู้เห็น การกระทำผิดซึ่งเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา และไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในการยับยั้งการกระทำความผิดนั้น เท่ากับว่าเขามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้นด้วย


มุสลิมผู้ศรัทธาที่แท้จริง จะต้องไม่นิ่งเงียบเมื่อมีบุคคลใดก็ตามกระทำความผิด หรือกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากว่าการไม่ยับยั้ง และมีปฎิกิริยาใดๆ ต่อการกระทำความผิดของผู้อื่นนั้น หมายถึงมุสลิมผู้นั้นไม่ได้ต่อต้านการกระทำความผิดนั้น และหากบุคคลใดไม่ได้ต่อต้านในกิจการงานหนึ่งกิจการงานใดที่ไม่ถูกต้องของผู้อื่นที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขา นั่นหมายความเขาเห็นดีเห็นงามพึงพอใจต่อการกระทำนั้นด้วย และโดยธรรมชาติแล้ว ความพึงพอใจต่อการกระทำใดก็ตามของผู้อื่นที่อยู่ตรงหน้า เท่ากับเขาได้มีส่วนร่วมในการกระทำนั้นด้วยเช่นเดียวกัน


ความหมายวจนะของท่านอมีรุ้ลมุอ์มีนีน อิมามอะลี (อ) ข้างต้นก็คือ มวลมุสลิมต้องไม่นิ่งเฉย และต้องมีการเคลื่อนไหวต่อต้านทันที เมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นในสังคม มิฉะนั้นมวลมุสลิมจะมีความบาปติดตัวสองข้อหาทันที ข้อหาแรกคือเห็นดีเห็นงามต่อการกระทำความผิด ข้อหาที่สองคือ สมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิดนั้นด้วย ด้วยเหตุผลที่ว่าการเพิกเฉย คือการเห็นด้วยต่อการกระทำนั้น และการเห็นด้วยคือความพึงพอใจต่อการกระทำนั้น และความพึงพอใจ คือการมีส่วนร่วมต่อการกระทำนั้น.

แปลและเรียบเรียงโดย เชคมาลีกี ภักดี

บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 2

 

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=10&id=766
วันที่ : 29 มีนาคม 2563
http://www.ahlulbait.org