ขุมทรัพย์แห่งปัญญา : บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 6

บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 6

แรงจูงใจต่อการออกห่างจากการกระทำความผิด



ท่านอะมีรุ้ลมุอ์มีนีน อิมามอะลี (อ) มีวจนะว่า

"มาตรว่าพระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงลงโทษมนุษย์เนื่องจากการฝ่าฝืนของเขา กระนั้นก็ตาม ยังคงเป็นความจำเป็นสำหรับมนุษย์ที่จะต้องไม่ทำความผิด และจำเป็นต้องสำนึกในความโปรดปรานของพระองค์"


คำอธิบาย : สำหรับบุคคลที่ทำความผิดบาป หรือฝ่าฝืนต่อพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า เท่ากับว่าเขาเป็นผู้ทรยศ และอกตัญญูต่อความโปรดปรานต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เขา เนื่องจากหากบุคคลคนประเภทนี้ ต้องการกระทำบาป เขาจำเป็นจะต้องกำลังกายความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวเขาเพื่อกระทำบาปนั้น ในขณะที่พระผู้เป็นเจ้ามิได้ทรงประทานกำลังกาย และความสามารถแก่เขามาเพื่อกระทำบาป หรือฝ่าฝืนต่อพระบัญชาของพระองค์


ลองจินตนาการถึงใครสักคน ที่กำลังจะฝ่าฝืนพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า โดยสมมุติว่าเขากำลังจะขโมยของผู้อื่น แน่นอนว่ากำลังกายที่เขามี และอวัยวะทุกส่วนบนร่างกายของเขาทุกส่วนต้องช่วยกันปฏิบัติภารกิจนี้ เพื่อที่ว่าเขาจะได้ประสบความสำเร็จในการขโมย


ดังนั้นปอดของเขาต้องทำงานหนักขึ้นกว่าปกติ เพราะมีอากาศใหม่เข้าไปมากผิดปกติ เนื่องเขาต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง และเพื่อความอยู่รอด และจะทำให้หัวใจจะได้เต้นเป็นจังหวะปกติ เพื่อลำเลียงเลือดไปล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เพียงพอ ดวงตาทั้งสองของเขาต้องสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างดี เพื่อการมองเห็นช่องทางที่จะหลบหนี


เท้าทั้งสองต้องมีกำลังในการเดินหรือวิ่งอย่างเต็มที่เพื่อจะได้หลบหนีได้ทันท่วงที หูทั้งสองข้างต้องดีพอต่อการฟังเสียงต่าง ๆ ทั้งเสียงที่ดัง และเสียงที่แผ่วเบา เพื่อจะได้สามารถจำแนกเสียงที่ได้ยินว่าอยู่ใกล้ หรืออยู่ไกลเมื่อมีอันตรายจะได้หนีทัน มือทั้งสองต้องสามารถใช้งานได้อย่างดีเพื่อเปิดปิดประตูหรืองัดแงะสิ่งของมีค่าและหยิบฉวยเอาออกไป สมองต้องเฉียบไวเพื่อสั่งงานอวัยวะส่วนต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามได้อย่างเฉียบพลัน และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่องแคล่วไม่ผิดพลาด และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งอวัยวะทุกส่วนบนร่างกายต้องทำงานอย่างพร้อมเพรียงกันที่สุด


แต่ถ้าหากว่าอวัยวะหนึ่งใดอวัยวะหนึ่ง หมายถึงความโปรดปรานที่อัลลอฮ์ (ซ.บ) ทรงประทานแก่เขาทำงานไม่ปกติ บุคคลนั้นก็ไม่สามารถกระทำความผิดได้อย่างแน่นอน


การปฏิบัติภารกิจขโมยของคนหนึ่งที่เราได้จินตนาการขึ้น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เครื่องมือในการกระทำผิดทั้งหมดที่เขาได้ใช้ คืออวัยวะทุกส่วนในร่างกายของเขานั้น ล้วนเป็นสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้แก่เขาทั้งสิ้น และพระองค์ประทานอวัยวะเหล่านั้นแก่เขา ประทานพลังงานแก่เขา ก็เพื่อเขาจะได้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม ด้วยเหตุนี้เองบุคคลที่กระทำความผิดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เขาคือผู้ทรยศต่อพระผู้เป็นเจ้าใช่หรือไม่?


ทว่าจากวจนะของท่านอะมีรุ้ลมุอ์มีนีน อิมามอะลี (อ) มากยิ่งไปกว่านั้นคือ มาตรว่าไม่มีการลงโทษทัณฑ์จากการกระทำความผิดบาป หรือฝ่าฝืนพระบัญชาของพระองค์ หรือมนุษย์เขาสามารถยับยั้งการกระทำความผิดบาปเนื่องจากเกรงกลัวการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้าได้เองก็ตาม มนุษย์ก็ไม่มีสิทธิที่จะทรยศต่อความโปรดปรานต่างๆ ที่พระองค์ได้ทรงมอบไว้ได้


ความโปรดปรานแห่งการมองเห็น การได้ยิน การสูดดมกลิ่น การเคลื่อนไหว การเต้นของหัวใจ การทำงานของปอด การใช้ความคิดด้วยสติปัญญา และพลังอื่นๆ อืกมากมาย เหล่านี้ล้วนเป็นความโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้าทั้งสิ้น มนุษย์ควรที่จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้า และหยุดการฝ่าฝืนพระบัญชาของพระองค์ ด้วยการไม่กระทำบาปเสีย

แปลและเรียบเรียง เชคมาลีกี ภักดี

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=10&id=806
วันที่ : 20 เมษายน 2562
http://www.ahlulbait.org