ขุมทรัพย์แห่งปัญญา : บทสนทนาระหว่างศิษย์กับอาจารย์

บทสนทนาระหว่างศิษย์กับอาจารย์

วันหนึ่ง อะบูฮะนีฟะฮ์ (ผู้ก่อตั้งมัซฮับ ฮะนะฟี) และเพื่อนร่วมห้องเรียนได้เข้าไปหาอาจารย์ของตน ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) และกล่าวว่า "โอบุตรแห่งศาสดาของพระองค์ เราเห็นลูกชายของท่าน มูซา อัลกาซิม นั้นยืนนมาซโดยมีคนเดินตัดหน้าผ่านไปผ่านมาแต่เขากลับ ไม่ยอมห้ามปราม ซึ่งมันเป็นการทำลายสมาธิในการนมาซ"

ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) จึงเรียกบุตรชายท่าน อิมาม มูซาอัลกาซิม (อ) มาและกล่าวว่า "อะบูฮะนีฟะฮ์ บอกว่าเจ้าปล่อยให้คนเดินตัดหน้าไปมาในขณะที่นมาซโดยไม่ทำการห้ามปรามกระนั้นหรือ?"
ท่านอิมามมูซา อัลกาซิม (อ )ตอบว่า "ถูกต้องใช่แล้ว เพราะว่าแท้จริงแล้วผู้ที่ข้ายืนอยู่เบื้องหน้า และกำลังเคารพภักดีต่อเขานั้น อยู่ใกล้ตัวของข้ามากกว่าผู้ใดเสียอีก เนื่องจากพระองค์ทรงดำรัสไว้ในอัลกุรอานบทอัลกอฟ โองการที่ 16 ว่า "เรานั้นอยู่ใกล้ยิ่งกว่ายิ่งกว่าเส้นเลือดที่ลำคอเสียอีก" ดังนั้นจึงไม่มีใครที่จะมาปิดกั้นระหว่างข้าและพระผู้เป็นเจ้าในนมาซได้"


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) จึงได้สวมกอดท่านอิมาม มูซากาซิม (อ) พร้อมกับกล่าวว่า "บิดามารดาขอพลีแด่เจ้า สมแล้วที่เจ้าคือผู้ที่จะรักษาใว้ซึ่งความรู้และความเร้นลับ ของพระผู้เป็นเจ้าและอิมามัต" หลังจากนั้นท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) ก็กล่าวกับอะบู ฮะนีฟะฮ์ว่า "ฉันได้ยินมาว่าเจ้าทำการ กิยาส(เปรียบเทียบ) ในการออกคำฟัตวากระนั้นหรือ?
อะบูฮะนีฟะฮ์ได้ตอบทันทีว่า "ใช่แล้ว"


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) "ถ้าเช่นนั้นระหว่างการฆ่า และการซินา (การผิดประเวณี) บทลงโทษอันใหนหนักกว่ากัน?" อะบูฮะนีฟะฮ์ : "บทลงโทษการฆ่านั้นหนักกว่า"
ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ): "ถ้าเป็นเช่นนั้นในกรณีการฆ่าทำไมพระองค์จึงสั่งให้เอาพยานมาแค่สองคน แต่ในกรณีซินา (การผิดประเวณี) ต้องมีพยานถึงสี่คน? ดังนั้นจงจำเอาไว้ว่า แท้จริงแล้วบทบัญัติของศาสนานั้นไม่สามารถได้มาจากการเปรียบเทียบหรือกิยาสได้"


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "โอ้ อะบูฮะนีฟะฮ์ การละทิ้งนมาซกับการละทิ้งการถือศีลอดนั้นอันไหนหนักกว่ากัน?"
อะบูฮะนีฟะฮ์ : "การละทิ้งนมาซนั้นสำคัญและหนักที่สุด"
ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "ถ้าเช่นนั้นทำไมสตรีที่ขาดนมาซในช่วงมีประจำเดือนจึงไม่จำเป็นต้องปฏบัติชดใช้ แต่ผู้ที่ขาดศีลอดในช่วงมีประจำเดือนนั้นต้องถือศีลอดชดใช้ ? ดั้งนั้นบทบัญญัติศาสนาจึงมาจากการ เปรียบเทียบหรือ กิยาสไม่ใด้"

ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) กล่าวต่อว่า : "ผู้หญิงกับผู้ชายใครอ่อนแอกว่ากัน?"
อะบูฮะนีฟะฮ์ : "ผู้หญิงออ่นแอกว่าผู้ชาย"
ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ): "ถ้าเช่นนั้นทำไมพระองค์จึงทรงกำหนดให้ผู้ชายรับมรดกมากกว่าผู้หญิง ซึ่งถ้าหากทำการเปรียบเทียบ แน่นอนว่าผลลัพธ์ของมันนั้นต้องออกมากลับกัน"


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "หากเจ้ามีความรู้จริงในบทบัญญัติของศาสนา ไหนลองบอกมาซิ ระหว่างอุจจาระ และอสุจิอะไรสกปรกกว่ากัน?"
อะบูฮะนีฟะฮ์ : "อุจจาระสกปรกกว่า"
ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "หากเป็นอย่างนั้นทำมัยอุจจาระนั้นจึงสามารถทำความสะอาดได้ด้วยน้ำเพียงเล็กน้อย หรือด้วยก้อนหิน ก้อนดิน แต่อสุจินั้นนอกจากล้างแล้วยังจะต้องมีการอาบน้ำ ฆุซุล (ยกฮะดัษ) อีกด้วย ซึ่งชัดเจนว่ามันขัดกับหลักของการเปรียบเทียบหรือกิยาส"

ในหนังสืออุศูล อัลกาฟี ได้บันทึกไว้ว่าท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) กล่าวกับอะบูฮะนีฟะฮ์ว่า "จงอย่าทำการเปรียบเทียบ เพราะคนแรกที่ทำการเปรียบเทียบ (กิยาส) นั้นคือ ชัยฏอนมารร้าย ในขณะที่พระองค์อัลลอฮ์ สั่งให้ทำการกราบกรานต่อศาสดาอาดัม (อ) แต่มันกลับกล่าวต่อพระองค์ว่า "โอ้พระผู้อภิบาล พระองค์สร้างฉันจากไฟแต่สร้าง อาดัม จากดิน" หลังจากนั้นเขาก็ทำการเปรียบเทียบระหว่างดินและไฟว่า "ฉันนั้นดีกว่า อาดัม เพราะถูกสร้างมาจากไฟ ส่วนอาดัมสร้างมาจากดิน" (บทอัศศอดโอการที่ 76)


ถ้าหากอิบลีสใด้ทำการเปรียบเทียบระหว่างรัศมีของไฟกับ รัศมีแห่งจิตวิญญาณในตัวของศาสดาอาดัม (อ) ก็จะรู้ถึงความแตกต่างและสูงส่ง ระหว่างรัศมีทั้งสองอย่างแน่นอน และจะเข้าใจว่ารัศมีอันบริสุทธิ์ของวิญญาณนั้นสูงกว่า รัศมีของไฟ


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : "ได้ยินมาว่า สำหรับโองการที่พระองค์ทรงดำรัสว่า "แล้วในวันนั้นพวกเจ้าจะถูกสอบถามในเนี๊ยมัตที่ได้รับ (บทอัตตะกาษุร โองการที่8) เจ้าได้อรรถาธิบายโองการนี้ว่า "ในวันกิยามัตอัลลอฮ์จะทวงถามถึงน้ำเย็นๆ ในหน้าร้อน และอาหารอันโอชะที่ดื่มกิน"
อะบูฮะนีฟะฮ์ : ใช่ ฉันตัฟซีร (อรรถาธิบาย) ความหมายอย่างนั้นจริง


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : ฉันขอถามเจ้าว่า หากมีคนเชิญเจ้าไปบ้าน และเลี้ยงรับรองด้วยอาหารอันโอชาและน้ำเย็นๆ แต่หลังจากนั้นเขาได้มาลำเลิกบุญคุณกับเจ้า เจ้าจะกล่าวอย่างไร?
อะบูฮะนีฟะฮ์ : แน่นอนเขาเป็นคนตระหนี่


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ) : แล้วอัลลอฮ์เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวกระนั้นหรือ จนในวันกิยามัตถึงต้องมาทวงบุญคุณอาหารและน้ำเย็นจากมนุษย์?


อะบูฮะนีฟะฮ์ : ถ้าเช่นนั้นความหมายของ "เนี๊ยมัต (ความโปรดปราน)" ที่จะถูกทวงถามนั้นคืออะไรหรือ?


ท่านอิมามญะอ์ฟัร ซอดิก (อ): มันคือความรักที่มีต่อเรา อะฮ์ลุลบัยต์ ลูกหลานของศาสดามุฮัมมัด (ศ)

โดย เชคอะลีฟารุก

 

 

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=10&id=852
วันที่ : 17 กรกฎาคม 2562
http://www.ahlulbait.org