อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : แกะรอย “ระเบิดใจกลางกรุงเทพฯ 14 ก.พ 55” ตอนที่ 1

แกะรอย "ระเบิดใจกลางกรุงเทพฯ 14 ก.พ 55" ตอนที่ 1


อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : หลังจากเกิดเหตุระเบิดที่ซอยสุขุมวิท 71 เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง นานาชาติก็ต่างจับจ้องมาที่ไทย ในฐานะเป้าหมายการก่อการร้ายล่าสุดโดยสื่อมวลชนแทบทุกสำนักต่างเสนอข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่าเหตุระเบิดดังกล่าวเกี่ยวโยงกับกลุ่มก่อการร้ายฮิซบุลลอฮ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่าน


นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ พร้อมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ก็ยังออกมาให้ความเห็นตรงกันว่าเหตุระเบิดในไทยครั้งล่าสุดนี้ เชื่อมโยงกับการโจมตีผลประโยชน์ของอิสราเอลและชาติตะวันตกในประเทศต่างๆพร้อมกันทั่วโลกในระยะไม่กี่วันที่ผ่านมา พร้อมทั้งย้ำว่าการก่อการร้ายดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลอิหร่านเป็นภัยต่อความมั่นคงของโลก


นักวิชาการส่วนมากให้ความเห็นว่าเหตุระเบิดที่ซอยสุขุมวิท 71 อาจเป็นการจัดฉากโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อหยั่งท่าทีของรัฐบาลไทย ก่อนที่จะเริ่มทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับการที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน "รอมีน เมะฮ์มอน พารัส" ได้ออกมาประณามการระเบิดดัง กล่าวและกล่าวย้ำว่า อิหร่านไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกำชับยังสถานทูตอิหร่านประจำกรุงเทพให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยอิหร่านพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มทีต่อทางการไทยในการสืบค้นหาตัวผู้บงการ และผู้อยู่เบื้องหลังสถานการณ์ดังกล่าว


แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้กล่าวว่า ชาวอิหร่านที่ก่อเหตุดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คือสมาชิก "กลุ่มมุญาฮิดีนคัลก์" ซึ่งกลุ่มดังกล่าวคือกลุ่มที่ต่อต้านการปฏิวัติอิสลาม จะลอบสังหารบุคคลสำคัญ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านมาโดยตลอด ในอดีตช่วงสงครามอิรัก-อิหร่าน กลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซัดดัม และอเมริกา เพื่อสร้างสถานการณ์และสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน หลังจากรัฐบาลซัดดัมตายแล้ว CIA และมอสสาด คือผู้อยู่เบื้องหลังโดยตรงการปฏิบัติการต่างๆ ของกลุ่มนี้


บุคคลดังกล่าวคือสมาชิก "กลุ่มมูญาฮีดีนคัลก์" ซึ่งปัจจุบันชื่อกลุ่มว่า "มูนาฟิกีนคัลก์" ส่วนสาเหตุก็เพราะอิสราเอลต้องการจะหาความชอบธรรม และหาแนวร่วมในการโจมตีอิหร่าน อิสราเอลยังต้องการกู้หน้ากลับมา หลังจากที่ได้หลอกรัฐบาลไทยให้จับอดีตช่างตัดผมชาวเลบานอน และกล่าวอ้างว่าเป็นสมาชิกกลุ่มฮิซบุลลอฮ์


อิสราเอลยังต้องการแก้แค้นทางการไทยที่รับรองรัฐปาเลสไตน์ ด้วยการสนับสนุนนักก่อการร้ายอ่อนหัด จัดฉากเพื่อให้รัฐบาลไทยทบทวนการตัดสินใจต่อโลกมุสลิม และอิหร่านอีกครั้ง แต่แผนของพระองค์ยอมเหนือกว่า นักก่อร้ายเด็กปั้นยิวกลับเสียท่าทำระเบิดลั่นในบ้านเช่าตัวเอง พร้อมทั้งคุมสติไม่อยู่โยนระเบิดใส่ผู้คน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรถแท็กซี่เหมือนหมาบ้าถูกน้ำร้อนลวก

จากการติดตามข่าวสารทั้งไทยและเทศจึงรู้ว่า ประเทศไทยไม่ได้ตกอยู่ในเป้าหมายการก่อการใดๆ ของอิหร่าน หรือกลุ่มอื่นๆ เพราะอิหร่านไม่ได้สนับสนุนการก่อการร้าย ทว่าอิหร่านพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน และไม่นิยมใช้วิธีหมาลอบกัดเหมือนซีไอเอ และมอสสาดที่ปฏิบัติการอยู่


ประเด็นสำคัญ ณ เวลานี้ คือหลังจากที่เจ้าหน้าที่ไทยได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อการค้นหาต้นตอในเรื่องนี้ กลับเป็นที่น่าสังเกตุว่า...

1-เหตุใดทางการไทยไม่ยอมให้ข้อมูลต่อสถานทูตอิห่รานเลยแม้แต่น้อยจนถึงเวลานี้?

2-รัฐบาลอิหร่านออกมาประณามต่อเหตุการณ์ดังกล่าวและเสนอตัวเพื่อร่วมสืบค้นหาข้อมูลที่แท้จริง แต่ทางการไทยกลับเพิกเฉยต่อการแสดงความร่วมมือนั้น ?

3- เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน และหน่วยพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ คือหน่วยมอสสาด และอเมริกา โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของอิหร่านแม้แต่คนเดียว?

4- สายข่าวได้รายงานว่า ตำรวจไทยรับคำสั่งให้นำล่ามมาแปล แต่มีข้อแม้ว่า "ต้องเป็นล่ามที่ไม่เคยเรียนจากอิห่ราน" ?

5- ทางการไทยไม่มีการประสานงานกับอิหร่าน เพื่อร่วมตรวจสอบเลยแม้แต่น้อยจนถึงเวลานี้?

นั่นแค่ 5 ข้อสังเกต ยังมีข้อสังเกตอีกมาก แต่ในตอนแรก ขอนำเสนอแค่นี้ก่อน เพื่อให้ทุกท่านร่วมวิเคราะห์กันว่าเป็นไปได้ไหมผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด คืออเมริกาและอิสราเอล ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1-การลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์อิหร่านใช้ระเบิดแปะรถ พร้อมสั่งงานผ่านระบบแม่เหล็ก

2- การปฏิบัติการณ์ที่อินเดียก็ใช้วิธีดังกล่าว คือการนำวัตถุระเบิดแปะติดกับรถดังข่าวที่ปรากฏ

3- ตั้งแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นวันแรก อเมริกาส่งเจ้าหน้าที่ของตนเข้าตรวจสอบร่วมกับไทย และในวันต่อมาหน่วยมอสสาดอิสราเอลก็เข้าร่วมด้วย แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ของอิหร่านแม้แต่คนเดียว หรือพวกเขาต้องการให้บทสรุปแก่ตำรวจไทย เป็นตามแผนที่พวกเขาได้วางไว้ล่วงหน้า เพราะถ้าเจ้าหน้าที่อิหร่านเข้าร่วมตรวจสอบอาจล่วงรู้ทันเกมพวกเขา พวกเขาจึงพยายามทุกวิธีทางสกัดกั้นเจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่าน และแม้กระทังล่ามแปลภาษาต้องเป็นคนที่ไม่เคยไปเรียนที่อิหร่าน เพราะนักเรียนที่จบจากอิหร่านนั้น ล้วนอ่านเกมอันสกปรกของพวกเขาขาด

4- หน่วยข่าวจากกองทัพไทยยืนยันว่า วัสดุบางอย่างที่ตรวจพบในระเบิดไม่ปรากฏว่าเป็นวัสดุที่เคยใช้ในภูมิภาคนี้ แต่เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในหมู่ประเทศตะวันออกกลาง และเหตุไฉนถึงเข้ามาประเทศไทยได้ ในขณะที่ยาเสพติดที่ชาวอิหร่านแอบกลืนลงในท้อง หรือละลายเป็นกรอบรูปบางๆ ฯลฯ ยังไม่เคยพลาดสายตาเจ้าหน้าที่ไทยเลยแม้แต่แต่ครั้งเดียว แต่ทำไมวัตถุตั้งต้นทำระเบิดถึงตรวจหาไม่เจอ หรือมีการเตรียมไว้ที่เมืองไทยล่วงหน้าโดยเหล่าศัตรูอิสลามอยู่ก่อนแล้ว?

5- ข้อสังเกตที่สำคัญอีกอย่างคือ นักต่อสู้ของอิสลามในสายธารชีอะฮ์ไม่มีวันที่จะเป็นนักดื่มสุรา เคล้านารี แต่ภาพข่าวตอนเช้าช่อง TNN 24 กลับมีภาพของผู้ก่อการทั้งหมดนั่งอยู่ในวงเหล้า และมีสตรีไทยขนาบข้างทั้งสอง

6- สายข่าวกองทัพออกมายอมรับในเชิงแบ่งรับแบ่งสู้ว่า เป็นข่าวจริงที่ว่านายนายเอฮูด บารัค รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลกลับมาลงนามความสัมพันธ์ทางการทหารกับไทยในวันที่ 15 ก.พ 55 แต่เกิดเรื่องเสียก่อนจึงเลื่อนกำหนดการออกไป

บทวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นบางส่วนที่หยิบยกมาให้สังคมไทยได้วิเคราะห์ โดยเฉพาะบรรดามุสลิมผู้ชาญฉลาดไว้เป็นข้อมูลในการโต้ตอบต่อสื่อที่นำเสนอข่าวของชาติมหาอำนาจฝ่ายเดียว พวกเขาต้องการสร้างความชอบธรรมให้มากที่สุดในการบดขยี้อิหร่าน จึงต้องเข้ามาสร้างสถานการณ์ในแผ่นดินสยามประเทศ


เราควรตระหนักว่าการลอบสังหารที่เกิดขึ้นทั้งในอิหร่าน อินเดีย จอร์เจีย หรือไทย ใช้วัตถุระเบิด และวิธีการเดียวกัน เป็นไปได้หรือไม่ ที่ผู้ก่อการต้องการจะปลิดชีพเจ้าหน้าที่ทูตอิหร่านอีก เพราะระเบิดดังกล่าวนั้นมีการทำลายเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น ไม่สามารถทำลายตึกหรืออาคารได้ ถ้าปฏิบัติการซาตานสำเร็จในวันนั้น

อาจมีบทวิเคราะห์ต่อว่า ยิวล้างแค้นอิหร่านจากเหตุการระเบิดในอินเดีย เพราะศูนย์วัฒนธรรมอิหร่านห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร แต่ทรราชอิสราเอลกลับกล่าวอ้างว่าที่เกิดเหตุนั้นใกล้สถานทูตของตน ภาพยนตร์เรื่องนี้ ยิวไซออนิสต์กับซีไอเอสร้างขึ้น เขียนบทเอง เล่นเอง กำกับเอง ทว่าสถานที่ถ่ายทำใช้บ้านคนอื่น... (จะขออนุญาตแล้วหรือไม่ค่อยว่ากันต่อไป)

โดย ซัยยิดมุบาร๊อค ฮาชิมมีย์

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=11&id=1298
วันที่ : 25 มิถุนายน 2562
http://www.ahlulbait.org