อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : มัสยิดอิมามอะลี (อ) จ.สตูล จัดงานเฉลิมฉลองวันประสูติอิมามอะลี (อ) อย่างยิ่งใหญ่

อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : เมื่อคืนที่ผ่านมา (25 มิถุนายน 2553) มัสยิดอิมามอะลี (อ) อ.ท่าแพ จ.สตูล ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบวันประสูติท่านอะมีรุ้ลมุอ์มินีน อิมามอะลี (อ) (13 รอญับ) อย่างยิ่งใหญ่ มีพี่น้องผู้ศรัทธาทั่วภาคใต้ จากจังหวัดต่างๆ อาธิเช่น นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง ภูเก็ต กระบี่ พังงา และจากสามจังหวัดชายแดนใต้ กว่าพันคน ซึ่งทำให้สถานที่คับคับแคบลงอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากร่วมกันนมาซเสร็จแล้ว ร่วมกันรับประทานอาหาร มัจญลิศเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 21 .00 น. โดยการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน โดยนักกอรี เชคออิบรอฮืม หมาดทิ้ง มีอาจารย์รอฟีอีย์ ภักดี เป็นผู้ดำเนินรายการตลอดงาน


ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย อิหร่าน และผู้อำนายการสถาบันการศึกษาวิชาการศาสนาอัลมะฮ์ดี ได้ให้เกียรติเป็นผู้บรรยาย


ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ได้เริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดีต่อบรรดาแขกที่มาร่วมงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้ และเริ่มการบรรยายโดยยกฮาดีษกุดซีย์ ที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ได้ทรงตรัสกับศาสดามุฮัมมัด (ศ) ครั้งหนึ่งเมื่อท่าน (ศ) ขึ้นเมียะรอจญ ว่า "โอ้มุฮัมมัด จงรู้ไว้เถิดว่า ถ้าไม่มีเจ้าเราจะไม่สร้างสรรพสิ่งใดๆ ขึ้นมา และพึงรู้ไว้เถิดว่า หากไม่มีอะลี เราก็จะไม่สร้างเจ้าขึ้นมา"

ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ได้กล่าวว่า "จากฮะดีษกุดซีย์ข้างต้น ทำให้เราได้เข้าใจว่า การถือกำเนิดของอิมามอะลี (อ) คือเงื่อนไขในการสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดินของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ)"


ซัยยิดสุไลมาน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "มหาบุรุษผู้มีนามว่าอะลีนี้ คือผู้ที่ถือกำเนิดในสถานที่ ซึ่งบริสุทธิ์ที่สุดในโลกนี้ นั่นคือใจกลางอัลกะอ์บะฮ์ และเช่นเดียวกันท่านยังพลีชีพของท่านในสถานศักดิ์สิทธิอีกในบ้านของพระองค์ (มัสยิด)"


ซัยยิดสุไลมานกล่าวต่อว่า "การถือกำเนิดของท่านอิมามอะลี (อ) มิได้เป็นแค่รายงาน หรือเรื่องเล่า แต่เป็นการถือกำเนิดต่อหน้าสายตาของประชาชนกว่าพันคนในวันนั้น เพราะเมื่อประชาชนได้รับข่าวว่า ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ บินตี อะซัด ได้ขอดุอาอ์เมื่อนางปวดท้องก่อนคลอด ปรากฏว่าอัลกะอ์บะฮ์ได้แยกออก และนางได้เข้าไปข้างในกะอ์บะฮ์ เป็นการเข้าทางการแยกออก มิได้เป็นการเข้าไปทางประตู นานเป็นเวลาสามวัน ประชาชนต่างมารุมล้อมในวันนั้น จนกระทั่งท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ บินติ อะซัด ได้ออกมาพร้อมกับเด็กน้อยผู้มีนามว่าอะลี"


ซัยยิดสุไลมานกล่าวย้ำว่า "เรื่องที่กล่าวมาคือเรื่องจริง และไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ที่บอกว่าไม่แปลกนั้น เฉพาะสำหรับบุคคลที่เขาเข้าใจในความหมายของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และเป็นผู้ศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงเท่านั้น เพราะเรื่องราวที่เป็นปาฏิหารย์ทำนองนี้มีอยู่มากมายจากเรื่องราวต่างๆ ของท่านศาสดาท่านอื่นๆ ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน"


ซัยยิดสุไลมานได้กล่าวต่อว่า "มันแปลกสำหรับบุคคลที่เขา ไม่ยอมรับว่าอิมามอะลี (อ) คือวะซีย์ของศาสดามุฮัมมัด (ศ) ซึ่งเราก็คงช่วยอะไรเขาไม่ได้ ในเมื่อพวกเขาไม่ยอมรับบุรุษที่ถือกำเนิดในบ้านของพระองค์ แต่กลับไปยอมรับถวายหัวให้กับพวกที่ไหนก็ไม่รู้"


ซัยยิดสุไลมานได้กล่าวต่อว่า "หลังจากที่มารดาของท่านอิมามอะลี (อ) เสียชีวิต ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) คือคนที่เลี้ยงดูอิมามอะลี (อ) จนเติบใหญ่ ท่านได้รับการฟูมฟักจิตวิญญาณจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) มาแต่แบเบาะ"


ซัยยิดสุไลมานได้กล่าวว่า "อิมามอะลี (อ) คือคนแรกในโลกนี้ที่กล่าวกะลิมะฮ์ชะฮาดะตัยน์อย่างเป็นทางการณ์"


ซัยยิดสุไลมานได้กล่าวอีกว่า "นับแต่การถือกำเนิดอย่างบริสุทธิ์ ในสถานที่บริสุทธิ์ อยู่ภายใต้การอบรมจิตวิญญาณของท่านศาสดา (ศ) เหล่านี้ทั้งหมด นัยยะสำคัญคือ พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ต้องการให้ประชาชาติอิสลามได้รับรู้ว่า อะลีคือผู้ประกาศสาส์น ผู้สืบสาส์น ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ภายหลังจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ)"


ซัยยิดสุไลมาน ได้สรุปภารกิจหลักๆ ของท่านศาสดา (ศ) ดังนี้คือ "ประกาศศาสนาอิสลาม และเมื่อมั่นใจแล้วว่าประชาชาติอิสลามเข้าใจเตาฮีด เข้าใจสาส์นต่างๆ ของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว ภารกิจต่อมาของท่านก็คือการปูทางสู่การนำเสนออำนาจการปกครองของอิมามอะลี (อ) และลูกหลานของอะลี (อ) แก่ประชาชาติอิสลาม"


ซัยยิดสุไลมาน ได้กล่าวว่า "เนื่องจากศาสดามุฮัมมัด (ศ) คือผู้รับวะฮ์ยู (วิวรจากพระเจ้า) นอกเหนือจากนั้นยังต้องเผยแพร่สาส์นต่างๆ ทั้งหมดที่ได้รับมา พร้อมๆ กับการทำสงครามต่างๆ กับศัตรู แน่นอน โองการต่างๆ ที่ท่านรับมายังไม่ได้ถูกสาธยายอย่างสมบูรณ์แบบจากตัวท่านเอง และอะฮ์ลุลบัยต์ ลูกหลานของอะลี (อ) คือผู้ที่จะต้องมาอรรถาธิบายให้กระจ่างชัดขึ้นไปอีก"


ซัยยิดสุไลมาน ได้กล่าวว่า "เมื่อมามองสภาพของมุสลิมในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ยอมรับการอรรถาธิบายอัลกุรอานโดยอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) และมานั่งแปลความหมาย ตีความอรรถาธิบายกันเอง จึงเกิดความแตกแยกกันอย่างมากมายขณะนี้"


ซัยยิดสุไลมานได้เน้นว่า "ภารกิจที่สองของท่านศาสดา (ศ) คือนำเสนออะฮ์ลุลบัยต์ (อ) แก่ประชาชาติมุสลิม ตลอดระยะเวลาท่านจะกล่าวอยู่เป็นประจำแก่บรรดาสาวกของท่าน ถึงความประเสริฐของอิมามอะลี (อ) และวงศ์วานอะฮ์ลุลบัยต์ (อ)"


ซัยยิดสุไลมานกล่าวอีกว่า "เช่นวจนะของท่านศาสดา (ศ) ที่กล่าวว่า ฉันคือนครแห่งความรู้ และอะลีคือประตูของมัน หรือ อะลีอยู่กับอัลกุรอาน และกุรอานอยู่กับอะลี หรือ อะลีอยู่กับสัจธรรม สัจธรรมอยู่กับอะลี วจนะทั้งหลายเหล่านี้ยังไม่เพียงพออีกหรือโอ้เหล่าศอฮาบะฮ์ผู้ทรงเกียรติ มวลประชาชาติอิสลามที่เคารพยิ่ง ว่า หากต้องการเรียนรู้วิชาการของท่านศาสดา (ศ) หากต้องการเข้าใจความหมายของอัลกุรอาน หากต้องการเข้าใจถึงสัจธรรม หนทางเดียว คือต้องเรียนรู้จากอิมามอะลี ต้องปฏิบัติตามอิมามอะลี (อ)"


ซัยยิดสุไลมาน กล่าวย้ำอีกว่า "ยังไม่เข้าใจอีกหรือ?? ทำไมละทิ้งอิมามอะลี คนที่ศาสดา (ศ) รับรองเอาไว้ในหลายๆ โอกาสที่ท่านได้มีวจนะเอาไว้ แล้วหันไปยอมรับ ถวายหัวกับผู้ที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่ศาสดาจะยกย่อง หรือกล่าวถึงความประเสริฐ คิดได้ยังไรกัน??"

ในช่วงต่อมาซัยยิดสุไลมาน ได้กล่าวถึงชีอะฮ์ที่แท้จริงของอะลี ว่าควรเป็นเช่นไร สรุปได้ดังนี้ คือ "อันดับแรกชีอะฮ์ของอิมามอะลี (อ) ต้องเป็นผู้ช่วยเหลือศาสดามุฮัมมัด (ศ) และเป็นผู้ช่วยเหลือของอะฮ์ลุลบัยต์ อย่างแท้จริงเสียก่อน และในปัจจุบันการช่วยเหลือศาสดามุฮัมมัด (ศ) และลูกหลานอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) คือช่วยเหลือในกิจกรรมของศาสนา เพื่อให้แนวทางของศาสดามุฮัมมัด (ศ) ที่แท้จริงได้แพร่ขยายออกไปให้มากที่สุด"


ซัยยิดสุไลมานกล่าวต่อว่า "เมื่อเป็นผู้ช่วยเหลือของศาสดามุฮัมมัด (ศ) และเป็นผู้ช่วยเหลือที่แท้จริงของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) เขาก็จะเป็นผู้ที่มีความรักต่อศาสดามุฮัมมัด (ศ) และอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) อย่างแท้จริง"


ซัยยิดสุไลมานกล่าวสรุปว่า "เมื่อความรักต่อศาสดา (ศ) และอะฮ์ลุลบัยต์ (อ) มีมากอย่างแท้จริง เป็นความรักที่สมบูรณ์แบบ เมื่อนั้นจึงจะได้ชื่อว่า ชีอะฮ์ที่แท้จริง"


ซัยยิดได้กล่าวแบบเน้นๆ ในตอนนี้เองว่า "ดังนั้นการเป็นชีอะฮ์จึงยากมากๆๆๆ ชีอะฮ์ไม่ได้เป็นการง่ายๆๆ อย่าเข้าใจผิดว่า นมาซปล่อยมือ สุญูดบนดิน แล้วได้เป็นชีอะฮ์ของอิมามอะลีแล้ว หาใช่เช่นนั้นไม่ ชีอะฮ์ คือผู้ที่รักษาแนวทาง ตามแบบฉบับของศาสดามุฮัมมัด (ศ) และบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) อย่างเคร่งครัดเท่านั้น ใช้ชีวิตตามรอยเท้าทุกย่างก้าวของบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) ในทุกๆ กรณี ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติ การพูดจา"

ซัยยิดสุไลมานได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "ถ้าต้องการเป็นชีอะฮ์ ต้องศึกษาทุกย่างก้าวของศาสดามุฮัมมัด (ศ) และศึกษาแบบฉบับการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบของอิมามมะอ์ซูม (อ) เรื่องของความกล้าหาญ ความอดทน ความซื่อสัตย์สุจริต ความเชื่อมั่น ความเป็นชายชาตรี การเคารพภักดี ฯลฯ และนำมาปฏิบัติทุกอย่างตามแบบฉบับ จึงจะได้เป็นชีอะฮ์"


ซัยยิดสุไลมานกล่าวต่ออีกว่า "เรื่องราวต่างๆ ในการดำเนินชีวิตของศาสดามุฮัมมัด (ศ) ของท่านอิมามอะลี (อ) ของบรรดาอิมามมะอ์ซูม (อ) ไม่ใช่เรื่องเล่าที่นำมาเล่ากันสู่กันฟัง แต่เป็นแบบฉบับการดำเนินชีวิต เป็นแนวทางแห่งชีวิต และบุคคลที่อยู่ตามแบบฉบับของอะลี ก็คือ ชีอะฮ์ของอะลี"


ซัยยิดสุไลมานได้กล่าวในช่วงท้ายว่า "และแบบฉบับอันสมบูรณ์แบบนั้นได้ถูกถ่ายทอดมาสู่บรรดาอุลามาอ์ของชีอะฮ์หลายต่อหลายคนในยุคก่อนหน้าเรา และในยุคปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีให้เห็น ยกตัวอย่างอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) การใช้ชีวิตของท่าน หากพี่น้องเข้าไปศึกษา พี่น้องก็จะได้รับทราบทันทีว่า อิมามโคมัยนี (ร.ฮ) คือชีอะฮ์อะลีที่แท้จริง"


ซัยยิดสุไลมานได้กล่าวทิ้งท้ายว่า "เมื่อเป็นชีอะฮ์ที่แท้จริงของอิมามอะลี (อ) นั่นหมายถึงเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ของอะลี ก็กลายเป็นตัวแทนของอิมามอะลี หากผู้ใดก็ตามที่เป็นศัตรูกับชีอะฮ์ของอะลี เขาบุคคลนั้นคือผู้ปฏิเสธ อิมามโคมัยนี (ร.ฮ) คือชีอะฮ์ของอะลี ดังนั้นใครก็ตามที่เป็นศัตรูของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) ก็คือผู้ปฏิเสธ (กาฟิร)  เพราะเรามีรายงานว่า อิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.) กล่าวว่า : ท่านศาสดา (ศ.) กล่าวกับอิมามอะลี(อ.) ว่า "โอ้อะลี เจ้ามาจากฉัน และฉันมาจากเจ้า มิตรของเจ้าคือมิตรของฉัน และมิตรของฉันคือมิตรของอัลลอฮฺ ศัตรูของเจ้าคือศัตรูของฉัน และศัตรูของฉันคือศัตรูของอัลลอฮฺ"


มัจญลิศเฉลิมฉลองจบลงเมื่อเวลาห้าทุ่มเศษผู้เข้าร่วมในงานต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน และนอกจากนั้นยังได้มีการประกาศในงานอีกว่า ในวันที่ 27 รอญับ ซึ่งเป็นวันครบรอบการแต่งตั้งศาสดามุฮัมมัด (ศ) ให้เป็นศาสนทูตอย่างเป็นทางการณ์จากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นในวันที่ 9 กรกฎาคม 2553 ค่ำลง ณ ฮูซัยนียะฮ์อิมามซัยนุลอาบิดีน (อ) บ้านห้วยมะพร้าว จ.สตูล จึงของเชิญพี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่านร่วมงานในวันเวลาดังกล่าว
"

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=11&id=572
วันที่ : 25 มิถุนายน 2562
http://www.ahlulbait.org