อิมามียะฮ์ เจอร์นัล : กองทัพของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประสพความสำเร็จทดสอบขีปนาวุธ S-300

กองทัพของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประสพความสำเร็จ

ทดสอบขีปนาวุธ S-300 ของที่สร้างขึ้นมาเอง

หลังจากผู้บัญชาการทหารระดับนายพลท่านหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยในการสัมภาษณ์สื่อเมื่อวันพุธ (10) ที่แล้ว ระบุว่า กองทัพของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะทดสอบขีปนาวุธ S-300 ของที่สร้างขึ้นมาเองในเร็วๆ นี้ ก็ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๖ ที่ผ่านมา กองทัพอิหร่านได้ประกาศการซ้อมรบเรียบร้อยไปแล้ว ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของนายโรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯระบุเมื่อวันอังคาร(16) ว่า ปฏิบัติการทางทหารไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน หนำซ้ำยิ่งแต่ทำให้เตหะรานดำเนินอย่างลับๆมากยิ่งขึ้น


นายเกตส์ กล่าวต่อที่ประชุมทางทหารแห่งหนึ่งของสหรัฐว่าปฏิบัติการทางทหารจะแก้ปัญหาประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่านได้เพียงระยะสั้นเท่านั้นและมิอาจยับยั้งเตหะรานจากการพัฒนานิวเคลียร์ได้ตลอดไปแม้แต่น้อย


ตลอดเวลาที่ผ่านมาชาติตะวันตกกล่าวหาเตหะรานว่า กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ทางอิหร่านยืนยันมาตลอดว่าโปรแกรมดังกล่าวเป็นโครงการพลังงานเพื่อสันติ

ทั้งนี้อิหร่าน ได้ปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากนานาชาติสำหรับเข้าควบคุมโปรแกรมต้องสงสัยนี้ และถูกสหประชาชาติกับนานาประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรมาแล้วหลายรอบ


ทั้งนี้เพื่อทดสอบระบบการป้องกันภัยทางอากาศตามรายงานล่าสุด ที่ผู้บัญชาการทหารระดับสูงท่านหนึ่งแถลง แต่ก็เป็นที่แน่นอนว่า ขณะเดียวกันนั้น สำนักข่าวฟาร์ส รายงานว่า บรรดาชาติมหาอำนาจ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันตกทั้งหลาย ซึ่งไม่เคยมองอิหร่านในแง่ดีแม้สักวันเดียว ต่างพากันแสดงความไม่พอใจโครงการพลังงานนิวเคลียร์


นายพลฮามิด อาร์จันกี กล่าวว่า "ระบบการป้องกันภัยทางอากาศมีการใช้ขีปนาวุธพิสัยทั้ง ใกล้ กลาง และไกล รวมทั้งระบบป้องกันใหม่ล่าสุดก็จะได้รับการทดสอบ" ในช่วงการซ้อมรบที่กำหนดระยะเวลา 5 วันทั่วทั้งอิหร่าน แต่อย่างไรก็ตาม นายพลฮามิด ก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดอื่นใดเพิ่มเติมนอเหนือจากนี้


โรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯระบุเมื่อวันอังคาร(16) ปฏิบัติการทางทหารไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน หนำซ้ำยิ่งแต่ทำให้เตหะรานดำเนินอย่างลับๆมากยิ่งขึ้น

เกตส์ บอกกับที่ประชุมแห่งหนึ่งว่าปฏิบัติการทางทหารจะแก้ปัญหาประเด็นโปรแกรมนิวเคลียร์ของอิหร่านได้เพียงระยะสั้นเท่านั้นและมิอาจยับยั้งเตหะรานจากการพัฒนานิวเคลียร์แม้แต่น้อย


ชาติตะวันตกกล่าวหาเตหะรานว่ากำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ทางอิหร่านยืนยันมาตลอดว่าโปรแกรมดังกล่าวเป็นโครงการพลังงานเพื่อสันติ ทั้งนี้อิหร่านได้ปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากนานาชาติสำหรับเข้าควบคุมโปรแกรมต้องสงสัยนี้ และถูกสหประชาชาติกับนานาประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรมาแล้วหลายรอบ


คำกล่าวของ เกตส์ มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก กองทัพอิหร่านเปิดการซ้อมรบเพื่อทดสอบระบบการป้องกันภัยทางอากาศครั้งล่าสุดท่ามกลางความไม่พอใจของชาติตะวันตกต่อโครงการนิวเคลียร์
เว็บไซต์ต่างๆทั้งภาคภาษาเปอเซียร์ อาหรับและภาษาอังกฤษของอิหร่านหลายแห่ง รายงานว่า การซ้อมรบของกองทัพอิหร่าน จะมีขึ้นในบริเวณใกล้กับ "พื้นที่ดำเนินโครงการนิวเคลียร์ และพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ อีกทั้งยังมีการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลป้องกันมิสไซล์"


นับตั้งแต่รัฐบาลกรุงเตหะรานตกอยู่ในภาวะการถูกกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกรณีโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นข้อหาร้ายแรงของชาติตะวันตก เพราะพวกเขาเกรงว่าอาจเป็นเงื่อนไขในการทำให้อิหร่านพัฒนาก้าวไกลไปกว่านี้ นั่นก็คือ การพัฒนาด้านการสร้างอาวุธ ซึ่งทางรัฐบาลอิหร่านก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้นอย่างแข็งกร้าวมาโดยตลอด


แต่ในขณะเดียวกันชาติมหาอำนาจและกลุ่มประเทศในโลกตะวันตกพากันวางเฉย และไม่เคยแสดงความกังวลต่อกรณีที่รัฐบาลอิสราเอลส่งกองกำลังทหารไปปิดล้อมอาณาเขตด้านเหนือของประเทศเลบานอน และสำแดงพลังอันร้ายแรงของอาวุธทางอากาศ นานาชนิดปลิดชีพประชาชนและเด็กๆชาวปาเลสไตน์แทบจะทุกเมื่อเชื่อวัน


ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิเสรีภาพและอธิปไตยอันสมบูรณ์แบบของสาธารณัรัฐอิสลาม ผู้บัญชาการทหารระดับสูงอีกท่านหนึ่ง กล่าวอย่างชัดเจนเมื่อวันอาทิตย์ (14) ที่ผ่านมา ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาจากการทดสอบศักยภาพของกองทัพ ชี้ให้เห็นว่าอิหร่านประสบผลในการซ้อมรบป้องกันพื้นที่เปราะบางที่ตั้งของโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์


"ปีนี้ เราประสบผลสำเร็จในการซ้อมรบเชิงยุทธวิธี โดยสร้างสถานการณ์ว่าเกิดการรบขึ้นจริงใน กรุงเตหะราน เมืองโฟร์โด เมืองนาทานซ์ เมืองบูเชะฮร์ และในเมืองอีสฟาฮาน" ซึ่งโรงงานนิวเคลียร์ของประเทศตั้งอยู่ สำนักข่าวเมห์ร รายงานคำให้สัมภาษณ์ของ อาห์หมัด มีกอนี


แน่นอนที่สุด ชาติมหาอำนาจและกลุ่มประเทศตะวันตกยังคงกัดฟันมองความก้าวหน้าของกองทัพของสาธารรัฐอิสลามแห่งอิหร่านอีกต่อไป เมื่ออิหร่านมีการซ้อมรบในทำนองนี้อยู่เป็นประจำ เพื่อแสดงศักยภาพของกองทัพ และเพื่อทดสอบการยิงขีปนาวุธ ซึ่งอิหร่านอ้างมาสร้างขึ้นมาเอง


สหประชาชาติซึ่งเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยกลุ่มประเทศทั่วโลกซึ่งส่วนใหญ่นั้นล้วนเป็นสมุมบริวารของประเทศอภิมหาอำนาจและพันธมิตรของชาติตะวันตก พวกเขาลงมติรับรองมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาในทุกครั้งที่สหรัฐอเมริการ้องขอ และครั้งล่าสุดองค์การสหประชาชาติก็รับมติการคว่ำบาตรอิหร่านต่อไปอีกครั้ง ส่งผลให้รัสเซียต้องปฏิเสธการส่งขีปนาวุธต่อสู้อากาศยาน S-300 ให้แก่สาธารรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

source : abtimes.net

 

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=11&id=891
วันที่ : 18 สิงหาคม 2562
http://www.ahlulbait.org