กุรอาน : ดาวซิริอุส

ดาวซิริอุส

เมื่อคำสอนในอัล-กุรอานได้ถูกนำมาศึกษาในช่วงเริ่มต้นของการค้นพบทางวิทยาสตร์ศตวรรษที่ 21 เราก็ได้พบว่าอัล-กุรอานได้แจ้งให้เรารู้ถึงสิ่งที่มหัศจรรย์มากยิ่งขึ้นไปอีก หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์เหล่านั้นคือเรื่องราวของดวงดาวที่ชื่อซิริอุส

"...และแท้จริง พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งดาวซิริอุส (อัช-ชิอฺรอ)" (อัล-กุรอาน 53 : 49)

สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษก็คือ คำว่า "ชิอฺรอ" ที่หมายถึงดาวซิริอุสนี้ มีปรากฏอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นคือในบทอัน-นัจมฺ ที่แปลว่า "ดวงดาว" โองการที่ 49 เท่านั้น เพราะเมื่อพิจารณาถึงการเคลื่อนที่อย่างผิดปกติของดาวซิริอุส ดวงดาวที่สุกสว่างที่สุดในท้องฟ้าราตรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า แท้จริงแล้วมันเป็นดาวคู่ ซิริอุส ที่แท้จริงคือดาวสองดวงคู่หนึ่งนั่นเอง เรียกว่า ซิริอุส เอ และซิริอุส บี ดาวดวงใหญ่กว่าคือซิริอุส เอ ซึ่งอยู่ใกล้โลกมากกว่า และเป็นดาวที่สุกสว่างที่สุดที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ส่วนดาวซิริอุส บี ไม่สามารถมองเห็นได้โดยไม่ใช้กล้องโทรทรรศน์

ดาวคู่ซิริอุสนี้โคจรเป็นวงรีรอบกันและกัน ระยะเวลาในการโคจรของซิริอุส เอ และซิริอุส บี รอบศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงของพวกมันคือ 49.9 ปี ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์นี้ได้รับการยอมรับจากภาควิชาดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ข้อมูลนี้ถูกนำมารายงานในตำราต่างๆ ว่า

"ซิริอุส ดาวที่สุกสว่างที่สุด แท้จริงแล้วเป็นดาวฝาแฝด... การโคจรของมันใช้เวลานาน 49.9 ปี"

"อย่างที่ทราบกันว่า ดาวซิริอุส เอ และซิริอุสเอ โคจรรอบกันและกันในรูปคันธนูคู่ทุกๆ 49.9 ปี"

จุดที่น่าสนใจก็คือ วงโคจรรูปคันธนูคู่ ของดาวสองดวงนี้ที่โคจรรอบกันและกัน

ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นข้อมูลอันแม่นยำ และเพิ่งถูกค้นพบในปลายศตวรรษที่ 20 นี้ กลับถูกระบุเอาไว้แล้วอย่างน่ามหัศจรรย์ในคัมภีร์อัล-กุรอาน ที่ถูกประทานมาเมื่อ 1,400 กว่าปีที่แล้ว เมื่อนำโองการที่ 49 และโองการที่ 9 ของบทอัน-นัจมฺ มาอ่านด้วยกัน สิ่งมหัศจรรย์จึงเห็นได้อย่างชัดเจน

"และแท้จริง พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งดาวซิริอุส (อัช-ชิอฺรอ)" (อัน-นัจมฺ : 49)

"เขาเข้ามาใกล้ในระยะของปลายคันธนูทั้งสอง หรือใกล้กว่านั้นอีก" (อัน-นัจมฺ : 9)

การอรรถาธิบายในบทอัน-นัจมฺ โองการที่ 9 นี้ อาจอธิบายถึงวิธีที่ดาวสองดวงนี้เข้าใกล้กันและกันในวงโคจรของพวกมันด้วยก็ได้ (อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ที่สุด)

ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่มีใครในยุคสมัยที่อัล-กุรอานถูกประทานมาจะสามารถล่วงรู้มาก่อน ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า คัมภีร์อัล-กุรอาน คือพระพจนารถของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงยิ่งใหญ่

 

Source : www.harunyahya.com

 

 


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=42&id=1003
วันที่ : 25 มิถุนายน 2562
http://www.ahlulbait.org