นักวิชาการมุสลิม : อะบูมูซา ญาบิร บิน ฮัยยาน

อะบูมูซา ญาบิร บิน ฮัยยาน

บิดาแห่งวิชาเคมี

มหาวิทยาลัยแห่งญะอฺฟรีย์ คือของขวัญอันล้ำค่าที่อิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.) ได้มอบให้แด่มวลมุสลิมและมนุษยชาติ นักวิชาการที่ลือชื่อในยุคสมัยนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวโลกล้วนเป็นสานุศิษย์ของอิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.) ที่ผ่านการศึกษาจาก "มหาวิทยาลัยญะอฺฟะรีย์" ตามรายงานที่มี บรรดาสานุศิษย์ของอิมามญะอฺฟัร ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้มากถึง 4,000 คน และทุกคนมีชื่อเสียงโด่งดงในแต่ละสาขาวิชา และเป็นบิดาแห่งวิชาการในยุคปัจจุบันทั้งสิ้น และหนึ่งในนั้นคือ อะบูมูซา ญาบิร บิน ฮัยยัน หรือที่โลกปัจจุบันรู้จักในนาม Geber(ญิบเบอร์) ที่มาจากภาษาละติน ซึ่งได้ถูกยกย่องและให้เกียรติว่าเป็น "บิดาแห่งวิชาเคมี" เขาเป็นลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของอิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.)

ญาบิร เป็นบุตรของท่านฮัยยาน บิน อับดุลลอฮฺ ถือกำเนิดในปี ค.ศ.721 หรือปี ฮ.ศ.80 บ้างว่า ปีฮ.ศ.103-170 ณ เมืองตูส แคว้นคุรอซาน ประเทศอิหร่าน(เมืองมะฮ์ชัดปัจจุบัน) นอกจากมีชื่อเสียงทางด้านวิชาเคมีแล้ว ท่านยังเป็นนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักเภสัชศาสตร์ นักฟิสิกส์ นักภูมิศาสตร์ รวมถึงยังเป็นนักปรัชญาขั้นสูงอีกด้วย นักปรัชญาฝรั่งเศสได้ให้สมญานามญาบิรว่าเป็น "อาจารย์แห่งวิชาการ" ท่านถูกยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกวิชาการมากมายถึง 19 สาขาวิชา

ญาบิร บินฮัยยาน เป็นศิษย์คนหนึ่งของอิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.) ซึ่งในช่วงเวลานั้นบ้านของอิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.) ได้ถูกขนานนามว่าเป็น "มหาวิทยาลัย" แหล่งกำเนิดของเหล่าบรรดานักปราชญ์และผู้ทรงความรู้ขั้นสูง

ญาบิร มีความสนใจในเรื่องเคมีและคณิตศาสตร์เป็นทุนเดิม บวกกับความพร้อมและความเหมาะสม อิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.) จึงได้ถ่ายทอดวิชาการของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ที่ไม่เคยสั่งสอนให้ใครมาก่อนแก่ญาบิร เกี่ยวกับวิชา "เคมีวิทยา" และสาขาวิชาอื่นๆ จนกระทั่งญาบิรได้เขียนตำราเกี่ยวกับคำสอนต่างๆ ของอิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.) ไว้มากมายหลายร้อยเล่ม

ชาวยุโรปได้เริ่มแปลหนังสือของเขาเป็นภาษาละตินในช่วงปี ค.ศ.11 และ 13 หลายเล่ม และได้ถูกนำไปตีพิมพ์ในเยอรมันกว่า 500 เล่ม และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นหนังสือที่เขียนได้ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่ในหอสมุดกลางของกรุงเบอร์ลิน และรวมถึงในหอสมุดกรุงปารีส โดยเขาได้รวบรวมหนังสือถึง 3,900 เล่มในวิทยาการต่างๆ รวมทั้งแผนที่

แม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียงว่าเป็นบิดาแห่งนักเคมีอาหรับเปอร์เซีย แต่นักวิชาการต่างเชื่อว่าบุคคลที่ประสิทธิประสาทวิชาการแก่เขาคือลูกหลานของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) ที่ชื่อญะอฺฟัร ซอดิก อิมามคนที่หกในนิกายชีอะฮฺ อิมามียะฮฺ

ญาบิร บิน ฮัยยาน คือบุคคลแรกที่วางกฎเกณฑ์ต่างๆ เชิงวิทยาศาสตร์ทางด้านเคมี กฎเกณฑ์ต่างๆ เหล่านั้นจะเกี่ยวข้องกับชื่อของท่านที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากอาจารย์ ซึ่งปรากฏในรายงานหัวข้อ "อาหรับคือแหล่งที่มาของอารยธรรมยุโรป" ในหนังสือ "อัษ-เษาเราะฮฺ" กรุงแบกแดด ฉบับเดือนธันวาคม ค.ศ.1961 ที่มีข้อความหนึ่งว่า "ท่านญะอฺฟัร ซอดิก คือบุคคลแรกที่ทดลองตัวแปรที่ทำให้เกิดกรดขึ้นมา"

ผลงานเขียนของญาบิรสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

  1. หนังสือจำนวน 112 เล่ม เขียนให้บาร์มาคิดส์(Barmakids) บุนนางอาวุโสของกาหลิบฮารูน อัรรอชีด หนังสือกลุ่มนี้ประกอบด้วยงานเขียนเก่าแก่ในภาษาอาหรับ Emerald Tablet ซึ่งเป็นรากฐานและแหล่งความรู้ของเคมีวิทยา และในสมัยกลางได้ถูกแปลเป็นภาษาละตินในชื่อ Tabula Smaragdina และถูกแพร่หลายไปทั่วในหมู่นักเคมีวิทยาของยุโรป
  2. หนังสือจำนวน 70 เล่ม ส่วนใหญ่ได้ถูกแปลเป็นภาษาละตินในสมัยกลาง หนังสือในกลุ่มนี้ประกอบด้วย Kitab al-Zuhra (ตำราแห่งความรัก) และ Kitab Al-Ahjar (ตำราเรื่องหิน)
  3. หนังสือจำนวน 10 เล่ม เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้ถูกต้อง ประกอบด้วยคำอธิบายของนักเคมี ได้แก่ ปีธากอรัส โสเครตีส เพลโต และอริสโตเติล
  4. หนังสือเกี่ยวกับความสมดุล หนังสือกลุ่มนี้ได้แก่หนังสือที่มีชื่อเสียงที่สุดของท่าน คือทฤษฎีของสมดุลในธรรมชาติ

ญาบิร บินฮัยยาน ลูกศิษย์ของอิมามญะอฺฟัร ซอดิก(อ.) ได้สำแดงถึงประวัติศาสตร์ของอิสลามที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าสถาบันการศึกษาใดจะยิ่งใหญ่กว่าสถาบันการศึกษาของอิมามญะอฺฟัร ซวอดิก(อ.) ถือว่าอิมามเป็น "ประมุขแห่งวิชาการ" ที่มีนักศึกษามากมายและมีวิชาการหลากหลายสาขาในสถานศึกษาแห่งนี้ มุสลิมั่วโลกต่างได้หันเข้าศึกษาเรียนรู้และดื่มด่ำกับความรู้ของท่าน และได้ถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้ ตะวันตกพยายามที่จะชี้ชัดว่า ญิบเบอร์ หรืออะบูมูซา ญาบิร บิน ฮัยยาน) คือนักเคมีวิทยาชาวตะวันตก โดยหนังสือทุกเล่มที่แปลออกมาจะใช้ชื่อผู้เขียนว่า pseudo-Geber ซึ่งเดิมเป็นชนชาติสเปน อันเนื่องมาจากว่าปัจจุบันนี้ต้นฉบับที่แปลเป็นภาอาหรับนั้นหาได้ยากมากแทบจะไม่มีเสียด้วยซ้ำ ชาวตะวันตกพยายามที่จะนำเสนอว่า ญิบเบอร์นั้นคือนักวิชาการชาวตะวันตก อันที่จริงแล้วเมื่อต้นฉบับถูกแปลออกเป็นภาษาใดก็ตาม ควรที่จะลงชื่อผู้เขียนให้ชัดเจนว่า อะบูมูซา ญาบิร บินฮัยยาน เพื่อชนรุ่นหลังจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วผู้เขียนเป็นนักวิชาการมุสลิม ให้ชาวโลกทั้งที่เป็นมุสลิมและมิใช่มุสลิมได้ทราบโดยทั่วไปว่า ศิลปะวิทยาการ นักวิทยาศาสตร์ นักวิวชาการที่โด่งดังในอดีตทั้งหมด ล้วนเป็นมุสลิมที่ได้การถ่ายทอดความรู้มาจากบรรดาลูกหลานของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.)ทั้งสิ้น ซึ่งวิชาการเหล่านั้นล้วนเป็นวิชาการอันสูงส่งยิ่งของท่านศาสดา(ศ.) ที่ได้รับมาจากพระองค์อัลลอฮฺ(ซ.บ.) พระผู้ทรงเกรียงไกร

จึงยากนักที่จะปฏิเสธว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ.) และบรรดาลูกหลานของท่าน คือบ่อเกิดและประตูแห่งวิชาการ

โดย ณ พญาบังสา


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=45&id=195
วันที่ : 21 พฤศจิกายน 2562
http://www.ahlulbait.org