นักวิชาการมุสลิม : อัล-ฮะซัน อิบนฺ อัล-ฮัยษัม

อัล-ฮะซัน อิบนฺ อัล-ฮัยษัม

อัล-ฮะซัน อิบนฺ อัล-ฮัยษัม เป็นนักฟิสิกส์ นักดาราศาสตร์ และนักคณิตศาสตร์ ชาวอาหรับ (ค.ศ.966-1039) ผู้ตั้งทฤษฎีการมองเห็นที่ใช้กันอยู่จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 17 เขายังได้คัดค้านทฤษฎีความเป็นจริงทางกายภาพของปโตเลมีที่กล่าวว่าโลกเป็นศูนย์กลางของเอกภพอีกด้วย

อัล-ฮะซัน  ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งฟิสิกส์ยุคใหม่ เป็นนักวิชาการมุสลิมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทางด้านทฤษฎีทางฟิสิกส์ เกิดที่เมืองบัศเราะฮฺ ทางตอนใต้ของประเทศอิรัก และได้รับการศึกษาจากที่นั่น ท่านมีชื่อเสียงทางด้านความรู้ทางฟิสิกส์ตั้งแต่ท่านยังเป็นหนุ่ม จนกระทั่งถูกเรียกตัวไปยังอียิปต์โดยอัล-ฮากิม ผู้ปกครองฟาติมิด เพื่อพยายามจัดวางระบบการไหลของแม่น้ำไนล์  ความพยายามนี้ล้มเหลว เขาถูกปลดและผันตัวเองไปเป็นคนคัดสำเนาต้นฉบับตำราทางคณิตศาสตร์ ต้นฉบับตำรารูปทรงเรขาคณิตรูปกรวยแบบอะพอลโลนีอุส ฉบับของบานูมูซา ที่เขาเป็นคนคัดลอกไว้ในปี 1024 ก็ยังคงมีอยู่ในอิสตันบูล เขาได้ฝึกฝนทางด้านศิลปะของนักเขียนอยู่ในไคโรต่อไปตลอดชีวิตที่เหลือของเขา

เขาไม่ได้หยุดยั้งจากการแสวงหาความรู้ทางด้านวิทศาสตร์ อย่างไรก็ตาม เขาได้ตีพิมพ์หนังสือผลงานต้นแบบจำนวนมากมาย เขาได้ผลิตงานเขียนของตัวเองขึ้นสองชุด ซึ่งถูกเก็บรักษาโดยอิบนฺ อะบี อุซัยบียะฮฺ  ชุดแรกในปี 1027 ประกอบด้วยหนังสือเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ 25 เล่ม และฟิสิกส์ 44 เล่ม รวมถึงหนังสือ On the Structure of the World ด้วย ชุดที่สอง เป็นภาคผนวกเสริม ซึ่งแล้วเสร็จในปี 1028

 

ผลงานทางด้านดาราศาสตร์

ความสนใจเบื้องต้นของอัล-ฮะซัน คือคำอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติโดยสมมุติฐานทางด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ความสนใจทางด้านดาราศาสตร์ของเขาเกิดขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งกันระหว่างแบบจำลองทรงกลมท้องฟ้าทางฟิสิกส์และจักรกลของอริสโตเติล กับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของปโตเลมี ในหนังสือ On the Structure of the world ซึ่งเป็นหนังสือฉบับแปลเป็นภาษาละตินฉบับเดียวที่ถูกตีพิมพ์ ได้อธิบายถึงธาตุทั้งสี่ของโลกของอริสโตเติล และทรงกลมท้องฟ้าของปโตเลมีในส่วนประกอบที่สลับซับซ้อน (การเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวของเขาก็คือการยอมรับทฤษฎีที่ว่า จุดที่อยู่ห่างโลกมากที่สุดของดวงอาทิตย์นั้นอยู่คงที่เช่นเดียวกับความคงที่ของดาวฤกษ์ต่างๆ) ในฐานะที่มันเป็นวัตถุ เขาได้หยิบยกข้อถกเถียงในการทำความเข้าใจในเรื่องการเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคา บนข้อสันนิษฐานว่าดวงจันทร์และดวงอาทิตย์นั้นเป็นวัตถุเนื้อแข็ง

ปัญหานี้ อัล-ฮะซันได้เขียนไว้ในหนังสือ On the Light of the Moon ซึ่งเขาได้ปฏิเสธทฤษฎีเก่าแก่ที่ว่าดวงจันทร์สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์เช่นเดียวกับกระจก เขาค่อนข้างจะเชื่อว่าดวงจันทร์เป็นวัตถุที่มีแสงสว่างอยู่ในตัว เพราะแต่ละจุดบนพื้นผิวของมันส่องแสงรัศมีออกมาในทุกทิศทาง ในขณะที่บนพื้นผิวของกระจกนั้นจะสะท้อนแสงออกจากจุดที่เป็นแหล่ง(ที่นี้คือดวงอาทิตย์) ในทิศทางเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ต่มาเขาเชื่อว่าดวงสาสามารถรับการมองเห็นได้จากสองพื้นฐานด้วยกัน คือแสงและสี เพราะฉะนั้นเขาจึงสรุปว่า ผลกระทบทางกายภาพบางอย่างของแสงอาทิตย์บนดวงจันทร์เท่านั้นที่สะท้อนให้เห็นสีของอย่างหลัง  (ที่คิดว่าเป็นแสงของมัน) คำอธิบายนี้ทำให้สามารถเกิดความเข้ากันได้ระหว่างอริสโตเติลและปโตเลมี เมื่อธาตุประกอบของวัตถุท้องฟ้าที่เห็นนั้น มีลักษณะที่คงที่ตามการยืนยันของอริสโตเติล แต่การเปลี่ยนแปลงขนาดหรือปริมาณนั้นเองที่สะท้อนแสงที่มองเห็นได้ของมันออกมาเมื่อกระทบกับแสงของดวงอาทิตย์

 

ผลงานด้านจักษุ

ความสำเร็จทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอัล-ฮะซันคือผลงานทางด้านจักษุ ในข้อถกเถียงเรื่องธรรมชาติของการมองเห็นในช่วงเริ่มต้นของวิชาจักษุ (ที่เชื่อกันว่าการมองเห็นเกิดจากแสงของดวงตากกระทบกับวัตถุ) เขาได้โต้แย้งว่าแสงจากวัตถุต่างหากที่กระทบกับดวงตา โดยอ้างถึงความปวดตาเมื่อจ้อมองดวงอาทิตย์ตรงๆ และภาพติดตาที่เกิดหลังจากการจ้องมองไฟแล้วหันไปมองที่ที่มีแสงอ่อน จากจุดนี้เอง เขาได้โต้แย้งว่าข้อสันนิษฐานการเปล่งแสงการมองเห็นจากดวงตาที่นักจักษุคำนวณได้ใช้กันอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ผิดพลาด ถึงแม้จะทำให้พวกเขามีความสะดวกง่ายดายในการจำแนกทางเรขาคณิต และว่ารังสีแสงย่อมออกมาจากวัตถุที่มองเห็นกระทบกับดวงตา และประกอบด้วยสีเสมอ

รังสีที่ผสมกันของแสงและสีนี้ออกมาจากทุดทิศทางของวัตถุที่มองเห็น ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งที่มีแสงในตัวหรือได้รับแสงจากแหล่งอื่นก็ตาม มันมองเห็นได้เมื่อวัตถุนั้นอยู่ในรัศมีการมองเห็นของตา  แต่ละจุดบนพื้นผิวของวัตถุที่มองเห็นนั้น จะเปล่งรังสีในแนวตั้งฉากกับพื้นผิวส่วนหน้าของกระจกตา  ไม่มีรังสีในแนวตั้งฉากใดที่สายตามองไม่เห็น ตาสามารถมองเห็นได้เฉพาะรังสีของแสงและสีเท่านั้น แต่ความคิดจะแปลรูปแบบที่เกิดขึ้นบนกระจกตาในรูปแบบและระยะห่างที่แน่นอน ทฤษฎีการมองเห็นนี้ หลังจากหนังสือของอัล-ฮะซันถูกแปลเป็นภาษาละตินในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 หรือต้นศตวรรษที่ 13 กลายเป็นหัวข้อการถกเถียงกันทางด้านจักษุในตะวันตกจนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 17

ในตอนท้ายของหนังสือ Optic และในหนังสืออีกหลายเล่มของเขา อัล-ฮะซันได้วิเคราะห์ปัญหาการสะท้อนกลับจากกระจกชนิดต่างๆ คำไขปัญหาอันมีชื่อเสียงของเขาคือ "al-Hasan's problem" ซึ่งเขาได้ทดสอบกับกระจกเว้าทรงกลม โดยการกำหนดจุด A และ B บนแนวราบของวงกลม โดยมี O เป็นศูนย์กลาง และ R เป็นรัศมี หาจุด M บนเส้นรอบวงของวงกลม ที่ซึ่งรังสีของแสงที่เปล่งออกมาจาก A สะท้อนออกมาโดยที่ต้องผ่านจุด B สิ่งนี้นำไปสู่ สมการยกกำลังในพีชคณิต ซึ่งอัล-ฮะซันได้แก้ปัญหาทางเรขาคณิตด้วยการใช้เส้นตัดผ่านวงกลม

 

 


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=45&id=217
วันที่ : 21 พฤศจิกายน 2562
http://www.ahlulbait.org