นักวิชาการมุสลิม : ญะลาลุดดีน รูมี

ญะลาลุดดีน มุฮัมมัด รูมี

นักปราชญ์ผู้สามารถถ่ายทอดความรู้และความศรัทธา...ผ่านบทกวี

ญะลาลุดดีน มุฮัมมัด รูมี เกิดที่เมืองบัลค์ หรืออัฟกานิสถานปัจจุบัน เมื่อปีค.ศ.1207 บิดาของเขาคือ บะฮาอุดดีน บะลัด เป็นนักกฎหมาย ผู้นักรหัสนัย(ซูฟี)ทางศาสนาอิสลาม และยังเป็นนักกวีผู้มีชื่อเสียง งานประพันธ์ของเขาเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาน และเนื้อหาต่างๆในเชิงปรัชญาเกี่ยวกับการค้นหาเรื่องราวเร้นลับในการดำรงอยู่ของพระเจ้ามากกว่า เรื่องราวต่าง ๆ ทางโลก ท่านได้รับการยกย่องไปทั่วโลกในเรื่องการพรรณนาโดยใช้โวหารเปรียบเทียบ อุปมาอุปไมย เนื้อหาส่วนใหญ่ ผลงานประพันธ์ที่มีชื่อเสียงของท่านคือ "มัษนาวี"

ชีวิตในวัยเด็กของรูมีอยู่ในช่วงความสับสนวุ่นวายทางการเมืองและสังคม ซึ่งเป็นยุคของการทำสงครามครูเสด(สงครามศาสนา) และบริเวณที่รูมีอาศัยอยู่ก็ตกอยู่ในการคุกคามอย่างต่อเนื่องจากการบุกรุกของชาวมองโกล การกลียุคอย่างยิ่งยวดที่รูมีต้องเผชิญในระหว่างชีวิตของท่านนั้น กล่าวกันว่ามีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการเขียนบทกวีของเขา รูมีและครอบครัวของเขาเดินทางไปทั่วดินแดนมุสลิม บิดาของเขาละทิ้งบัลค์ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเขาไปยังแบกแดด มักกะฮฺ ดามัสกัส และมาลาเทีย ทางตะวันตกของตุรกี ต่อมา ในที่สุด บิดาของเขาได้ย้ายไปยังคอนยา ตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี ตามคำเชิญของสุลต่านเซลจุก

ที่คอนยานี้เอง ที่บิดาของรูมีได้กลายเป็นครูใหญ่ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง และเมื่อเขาเสียชีวิตลง รูมีจึงได้สืบทอดตำแหน่งต่อมา ในตอนนั้นรูมีเป็นนักธรรมเทศนาในมัสญิดต่างๆ ของคอนยา และสอนผู้ติดตามของเขาที่มัดรอซะฮฺ(โรงเรียนสอนศาสนา) ระหว่างช่วงนี้เอง รูมีได้เดินทางไปยังดามัสกัส และใช้เวลาอยู่ที่นั่นสี่ปี การที่เขาได้พบกับชัมส์ ฏ๊อบรีซีย์ นักรหัสนัยในศาสนาอิสลามที่ดามัสกัสนี้เองที่ได้เปลี่ยนชีวิตของรูมีไปโดยสิ้นเชิง ทั้งการพบกันของทั้งสองคนนี้เป็นเรื่องราวที่ลึกลับ คืนหนึ่งในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันนั้น มีเสียงเรียกชัมส์มาจากประตูด้านหลัง เมื่อเขาออกไป ก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย รูมีได้ออกตามหาเขาไปทั่วดามัสกัส แต่ก็ไม่พบ

หลังจากการได้พบกับชัมส์นั้น รูมีสามารถประพันธ์บทกวีได้อย่างเป็นธรรมชาติเป็นเวลาสิบปี และบทกวีของเขาถูกตั้งชื่อว่าชัมส์ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เขา เขาอาศัยอยู่ในคอนยาตลอดชีวิตที่เหลือของเขาโดยยังคงสอนและประพันธ์บทกวี จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1273 กษัตริย์เซลจุกได้สร้างสถานที่ฝังศพเพื่อเป็นเกียรติให้แก่เขา และมันตั้งอยู่ใกล้กับมัสญิดหลังหนึ่งที่สร้างโดยเจ้าชายออตโตมานผู้มีความชื่นชมยกย่องรูมีอย่างแรงกล้า

ญะลาลุดดีน รูมี คือนักกวีในแนวเร้นลับที่น่ายกย่องที่สุดในโลกท่านหนึ่ง เขายังเป็นนักปรัชญา นักกฎหมาย และนักรหัสนัย  ตลอดชีวิตของเขาได้ประพันธ์บทกวีเพื่อการอุทิศตนและกระตุ้นจิตวิญญาณอย่างมากมาย เป็นการกล่าวถึงการหลอมรวมกันของมนุษย์กับพระผู้เป็นเจ้าด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ  จินตกวีนิพนธ์เหล่านี้ได้รับการฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อรูมีได้รับการยกย่องว่าเป็นนักกวีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของตะวันตก ถึงแม้รูมีจะเป็นซูฟี และเป็นผู้รู้อัล-กุรอานที่ยิ่งใหญ่ แต่คำสอนในบทกวีของเขาข้ามพ้นมิติของศาสนาและสังคม

บทกวีของรูมีสามารถแบ่งออกได้เป็นหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้คือ กะซาล หรือโคลง, รุบบัยยาต หรือบทร้อยกรองสี่บรรทัด และมัษนาวี หรือโคลงบทละสองบรรทัด หนังสือเล่มแรกของเขาคือ ดิวาน ชัมส์ ฏ๊อบรีซี ประกอบไปด้วยบทกวีของรูมีในรูปแบบต่างๆ ของบทกวีอิสลามตะวันออก หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมบทกะซาลและโคลงกลอนสั้นๆ 40,000 บท เป็นผลงานชิ้นเอกทางปัญญาและวรรณศิลป์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นยอดเยี่ยมที่สุดของวรรณคดีเปอร์เซีย

ผลงานชิ้นใหญ่ของรูมีคือ มัษนาวี หนังสือบทกวีหกภาค ประกอบไปด้วย บทกลอน 50,000 บท เป็นผลงานที่นับได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกทางจิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่มนุษย์เขียนขึ้นมา เนื้อหาของมันครอบคลุมชีวิตบนโลกนี้ในทุกรูปแบบ ทุกกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม การเมือง ลักษณะของมนุษย์ทุกประเภท ทำให้คนธรรมดาสามัญเป็นผู้สะอาดบริสุทธิ์ มีรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงของโลก ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ ความสมบูรณ์แบบของหนังสือเล่มนี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจผู้อ่านอย่างมาก

ตัวอย่างผลงานการประพันธ์ของญะลาลุดดีน รูมี จากหนังสือมัษ ถอดความโดย  อ.ไรน่าน อรุณรังษี (ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตาดวงวิญญานของท่านทั้งสอง)

"เมื่อกระจกแห่งหัวใจใสสะอาด

และปราศจากสิ่งแปดเปื้อน

ภายในนั้นท่านจะได้เห็นภาพหลากหลาย

ที่โพ้นแผ่นดิน โพ้นแผ่นน้ำ

ท่านเห็นทั้งสอง

ทั้งผู้วาดและภาพวาดต่างๆ

ทั้งพรมสวรรค์และผู้คลี่พรมนั้น"

--------

"ความรักคือผู้พิชิต

และฉันได้ถูกพิชิตแล้ว

ฉันถูกทำให้รู้แจ้งโดยผ่านแสงแห่งความรัก

คนรักทั้งหลาย

ตกอยู่ในทะเลเดือดแห่งความรัก

ฉะนั้น..ณ ที่ความกรุณาปราณีของความรัก

เขาทั้งหลายเหมือนโม่หินบด

หมุนไปทั้งวันและคืน

เคลื่อนไป เคลื่อนไป ไม่หยุดหย่อน"

 

 

 

 






พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=45&id=328
วันที่ : 25 เมษายน 2562
http://www.ahlulbait.org