นักวิชาการมุสลิม : อะบูอับดุลลอฮฺ อัล-บัตตานี

อบู อับดุลลอฮฺ อัล-บัตตานี

อัล-บัตตานี มีชื่อเต็มว่า อบู อับดุลลอฮฺ มุฮัมมัด อิบนฺ ญาบิรฺ อิบนฺ ซีนาน อัล-บัตตานี อัล-ฮัรรอนี เขาเกิดประมาณ ปี ค.ศ. 858 ในบัตตานี เมืองฮัรรอน ในเมโสโปเตเมีย ปัจจุบันอยู่ในประเทศตุรกี เขาได้รับการศึกษาเริ่มแรกจากบิดาของเขาคือ ญาบิรฺ อิบนุ ซีนาน อัล-บัตตานี ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงเช่นกัน จากนั้นเขาได้ย้ายไปศึกษาต่อที่อัร-ร็อกกอฮ ริมฝั่งแม่น้ำยูเฟรติสจนสำเร็จการศึกษาเป็นนักวิชาการ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 9 เขาได้ย้ายไปอยู่ที่ซามัรฺรอ (อิรักในปัจจุบัน) และได้ทำงานอยู่ที่นั่นจนเสียชีวิตในปีค.ศ.929

บัตตานีเป็นนักดาราศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งอิสลาม เขามีผลงานในการค้นพบทางดาราศาสตร์ที่สำคัญๆ หลายอย่าง จากการทำงานค้นคว้าเป็นเวลายาวนานถึง 42 ปี ซึ่งเริ่มต้นที่เมืองร๊อกกอฮฺตั้งแต่เขายังเป็นหนุ่ม

การค้นพบด้านดาราศาสตร์

การค้นพบที่มีชื่อเสียงของเขาคือการคำนวณที่แม่นยำของระยะเวลาที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์คือเวลา 365 วัน 5 ชั่วโมง 46 นาที กับอีก 24 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกันมากกับการคำนวณครั้งล่าสุด

เขาเป็นผู้คำนวณการเคลื่อนของอิควินอคซ์ได้ค่า 54.5" ต่อปี หรือ 1 ใน 66 ปี และความเอียงของแกนโลกได้ค่า 23 35' เขาปรับปรุงตัวเลขการโคจรของดวงจันทร์และโลก

การสังเกตการณ์อันยอดเยี่ยมของเขาเกี่ยวกับจันทรคราสและสุริยคราสได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในปีค.ศ.1749 โดยดันโธรนเพื่อการกำหนดอัตราเร่งของการโคจรของดวงจันทร์

อัล-บัตตานี พิสูจน์ให้เห็นว่าระยะทางที่ไกลที่สุดระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์นั้นไม่คงที่ ดังนั้นสุริยคราสจึงสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเต็มดวงและไม่เต็มดวง ซึ่งข้อนี้เป็นการหักล้างคำสอนของปโตเลมี

การค้นพบทางคณิตศาสตร์

ถึงแม้ว่าบัตตานีจะได้ชื่อว่าเป็นนัก ดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกในยุคกลาง แต่ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขากลับเป็นสูตรตรีโกณมิติ ซึ่งเป็นสูตรที่เรายังใช้อยู่ในทุกวันนี้ เขาเป็นคนแรกที่ใช้ไซน์แทนคอร์ดที่ชาวกรีกเคยใช้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะภาพของบัตตานีที่เหนือกว่ามาก และอัล -บัตตานียังเป็นผู้คิดค้นฟังก์ชันโคแทนเจนต์ (Cotangent) และทำตารางโคแทนเจนต์ออกมาเป็นคนแรก

โจเซฟ เฮลล์ ตั้งข้อสังเกตว่า ในด้านตรีโกณมิติ ทฤษฎีไซน์ โคไซน์ และแทนเจนต์ที่เราเรียนกันอยู่ในปัจจุบัน เป็นมรดกสืบทอดมาจากชาวอาหรับโดยแท้ เราจะรำลึกถึงยุครุ่งเรืองของ Peurbach, Regiomontanus, และนิโคลัส โคเปอร์นิคัส โดยไม่กล่าวถึงรากฐานที่มาจากสติปัญญาและความอุตสาหะของนักคณิตศาสตร์ชาวอาหรับไม่ได้เลย

แทนที่บัตตานีจะคำนวณโดยใช้วิธี การเรขาคณิตแบบที่ปโตเลมีเคยทำ เขากลับใช้ตรีโกณมิติซึ่งก้าวหน้ากว่ามากแทน เขาขยายจากไซน์ โคไซน์ ไปยังอัตราส่วนตรีโกณมิติอื่นๆ ได้แก่ แทนเจนต์และส่วนกลับของตรีโกณมิติ

อัล-บัตตานีคิด ค้นสูตรตรีโกณมิติของสามเหลี่ยมมุมฉากคือ

b sin(A) = a sin(90 - A)

และยังคิดค้นสูตร ตรีโกณมิติอื่นๆ ที่โด่งดังอีก เช่น

tan a = sin a / cos a

sec a = (1+ tan2a)1/2

นอกจากนี้อัล-บัต ตานีได้แก้สมการ sin x = a cos x แล้วคิด ค้นสูตรใหม่:

sin a = a / (1+ a2)1/2

 

ผลงานเขียนของบัตตานี

หนังสือที่โดดเด่นของบัตตานี กิตาบ อัล-ซิจ มี 57 บท ถูกแปลเป็นภาษาละตินในปีค.ศ.1116 พลาโตแห่งติโวลี มีชื่อเป็นภาษา ละตินว่า De Motu Stellarum และตีพิมพ์ใน ปีค.ศ.1537 โดย Melanchthon ซึ่งมีอิทธิพลต่อวงการดาราศาสตร์ในยุโรปสูงมาก ต่อมาในปีค.ศ.1645 มีการพิมพ์ซ้ำอีกที่โบโลญญ่า ต้นฉบับของพลาโตถูกเก็บไว้ที่วาติกันและห้องสมุดเอสคอเรียล นอกจากนี้ยังถูกแปลเป็นภาษาสเปนในศตวรรษที่ 13 ต้นฉบับยังคงมีอยู่เช่นกัน

งานของอัล-บัต ตานีมีอิทธิพลต่อนักวิทยาศาสตร์ยุโรปรุ่นต่อๆ มา ทั้งไทโค บราห์, โจฮันเนส เคปเลอร์, กาลิเลโอ และโคเปอร์นิคัส โดยเฉพาะโคเปอร์นิคัสนั้นได้เขียนระบุไว้ในหนังสือ De Revolutionibus Orbium Celestiumของเขาว่า เขาเป็นหนี้บุญคุณบัตตานี


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=45&id=408
วันที่ : 17 กรกฎาคม 2562
http://www.ahlulbait.org