ดุอาอ์ ซิยาเราะฮ์ : ดุอาอ์ (บทวิงวอน) กุเมล ต้นทุนชีวิตของมนุษยชาติ

 

ดุอาอ์ (บทวิงวอน) กุเมล ต้นทุนชีวิตของมนุษยชาติ


ดุอาอ์กุเมล คือต้นทุนอันทรงคุณค่ามหาศาลในสายธารชีอะฮ์อิมามียะฮ์ สำหรับการนำมนุษย์เข้าสู่การเป็นมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์แบบ

ดุอาอ์กุเมล บทเรียนชั้นสูงที่ได้สอนถึงวิชาการศาสนาอิสลาม และความยิ่งใหญ่ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ)

ดุอาอ์กุเมล คือแบบฉบับการอบรมจริยธรรม ศีลธรรมอันดีงามแก่มนุษย์ ซึ่งสามารถสร้างสรรค์สังคมของมนุษย์ ให้กลายเป็นสังคมที่ดีได้

คลังวิชาการความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ในความหมายของดุอาอ์กุเมลนั้น มากมายยิ่งนัก แต่ใคร่จะให้ผู้อ่านได้มุ่งมั่นทำความเข้าใจกับความหมายให้มาก ในที่นี้ผู้เรียบเรียงใคร่จะสรุปโดยย่อดังนี้

ประการแรก คือ การรู้จักพระผู้เป็นเจ้า

ดุอาอ์กุเมล สอนให้มนุษย์รู้จักพระผู้เป็นเจ้าด้วยการนำเสนอ และอธิบายถึงคุณลักษณะต่างๆ ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ในหลายๆ ตอนด้วยกัน อาธิเช่น คุณลักษณะของผู้มีความเมตตาเป็นล้นพ้น พระผู้ทรงเดชานุภาพ การหมุนของโลก การดำรงอยู่ของสรรสิ่งทั้งมวลในโลกนี้ ล้วนอยู่ในการบริการจัดการของพระองค์ทั้งสิ้น สรรพสิ่งทั้งมวลล้วนมีความต้องการความเผื่อแผ่ของพระองค์ เพราะพระองค์คือพระผู้สร้าง

พระผู้ทรงมีเกียรติยศและศักดิ์ศรี และเกียรติยศศักดิ์ของความเป็นมนุษย์มิใช่อยู่ที่ตำแหน่งหน้าตาหรือฐานะทางการเงิน ทว่ามันคือสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าจะมอบให้กับบ่าวที่แท้จริงของพระองค์ ความเกรียงไกรของพระองค์ซึ่งไม่มีสิ่งใดๆ เทียบเทียมได้

ดุอาอ์กุเมล นำมนุษย์เข้าสู่การรู้จักพระผู้เป็นเจ้า และเป็นบ่าวที่แท้จริงของพระองค์ ดุอาอ์กุเมลสอนให้มนุษย์เข้าใจว่าทุกสรรพสิ่งทั้งมวลบนโลกนี้จะสูญสลาย และสิ่งที่จะคงอยู่นิรันดร คือพระองค์เท่านั้น ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจะต้องพัฒนาตนเองให้ทุกๆ การเคลื่อนไหวของตนไปสู่แนวทางของพระองค์เพื่อการคงอยู่นิรันดรเช่นเดียวกัน

พระองค์คือรัศมีอันเจิดจำรัส ทุกๆ รัศมีที่มีอยู่ในโลกนี้นั้น คือรัศมีของพระผู้เป็นเจ้า มนุษย์ทุกคนพยายามสลัดตนเองจากความมืดสู่แสงสว่างซึ่งจะสร้างความสงบสุขแก่จิตวิญญาณ โอ้พระองค์ผู้ทรงเป็นแสงสว่าง โอ้พระผู้ทรงพิสุทธิ์ โอ้พระผู้ทรงดำรงอยู่ก่อนบรรดาสรรพสิ่งทั้งมวล โอ้พระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่หลังจากสิ่งสุดท้ายได้มลายลง "ยานูรู ยากุดดูส ยาเอ้าวะลัลเอาวะลีน วะยาอาคิร้อล อาคิรีน"

ประการที่สอง การรู้จักตนเอง

ดุอาอ์กุเมล สอนให้มนุษย์รู้จักตนเอง เพื่อนำไปสู่การรู้จักพระผู้เป็นเจ้า หมายถึงเมื่อมนุษย์เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ มนุษย์ก็จะเข้าใจถึงความอ่อนแอของตนเอง มนุษย์จะรู้สึกว่าตนเองนั้นไม่มีอะไรเลย หากไร้ซึ่งความเมตตาของพระองค์ มนุษย์จะวิงวอนขอความเมตตาจากพระองค์ในที่สุด

ดุอาอ์กุเมล ได้สอนให้มนุษย์เข้าใจว่า มนุษย์คือผู้ยากไร้ ผู้อ่อนแอ มนุษย์ไม่มีวันที่จะคงอยู่ได้หากปราศจากความเมตตาของพระองค์ มนุษย์จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตามบทบัญญัติของพระองค์โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ดุอาอ์กุเมล ได้อธิบายถึงความทุกข์ยาก การลงโทษทัณฑ์ในวันแห่งการตัดสิน เพื่อสอนให้มนุษย์รู้ว่า บางครั้งมนุษย์ยังไม่สามารถที่จะต้านทานความทุกข์ยากแห่งโลกนี้ได้ ดังนั้นความทุกข์ยากในโลกหน้ามากมายยิ่งกว่าหลายเท่า มนุษย์จึงต้องออกห่างจากหนทางที่นอกเหนือจากหนทางของพระองค์ให้มากที่สุด เพื่อความรอดพ้นจากความทุกข์ยากแห่งอาคิเราะฮ์

ประการที่สาม รู้จักขั้นตอนวิธีสู่การเป็นบ่าวที่แท้จริง

ดุอาอ์กุเมล ได้สอนวิธีการมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดของการเป็นบ่าวที่แท้จริง เพราะเมื่อมนุษย์ต้องการจะปฏิบัติสิ่งใด มนุษย์จะเลือกวิธีการที่มั่นคง และรวดเร็ว เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จทันที เช่นเดียวกันการเป็นบ่าวที่แท้จริงของพระองค์ก็มีแนวทางที่มั่นคงและรวดเร็ว ดุอาอ์กุเมลได้สอนวิธีการเหล่านั้นแก่มนุษย์ ขั้นตอนแรกคือ การเตาบัต (กลับเนื้อกลับตัว) และการขออภัยโทษต่อพระองค์ "อัลลอฮุมมัฆฟิรลี" ขั้นตอนที่สอง คือขอความอนุเคราะห์จากพระองค์ หมายถึงให้เรากล่าวว่า โอ้พระองค์ ขอพระองค์อย่าได้ทรงทอดทิ้งข้า ฯ พระองค์ ขอพระองค์ได้ทรงจับข้าฯ พระองค์ไว้ให้มั่น ขั้นตอนที่สาม คือวิงวอนขอด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนจากพระองค์ หมายถึงให้เข้าใจว่าตนเองนั้นไม่มีราคาอะไร และวิงวอนขอจากพระองค์ เสมือนหนึ่งยาจกผู้ต่ำต้อยที่หิวโหย กำลังรอคอยการหยิบยื่นจากผู้มีเมตตา

ขั้นตอนสุดท้าย คือการปกปิดความบกพร่องของผู้อื่น เนื่องจากว่าสิ่งที่มนุษย์วิงวอนขอจากพระองค์ สิ่งนั้นมนุษย์จะต้องวิงวอขอจากพระองค์แก่มนุษย์ผู้อื่นด้วยเช่นเดียวกัน มนุษย์จะต้องระมัดระวังไม่ให้ดุนยามาครอบงำเขาได้ มิฉนั้นมนุษย์จะไม่รู้สึกว่าเขานั้นเป็นผู้ต่ำต้อยในสายตาของตัวเอง และจะไม่วิงวอนขอ หรือขออภัยโทษจากพระองค์

ดุอาอ์กุเมล สอนให้มนุษย์มีความหวังในความเมตตาของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ดุอาอ์กุเมล สอนให้มนุษย์ร่ำร้องไห้ ดุอาอ์กุเมลสอนให้มนุษย์อยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งพระผู้เป็นเจ้า และสอนให้มนุษย์ต่อสู้กับอารมณ์ฝ่ายต่ำของตนเอง ดุอาอ์กุเมล สอนให้มนุษย์ศอลาวาตแก่ศาสดามุฮัมมัด (ศ) และลูกหลานของศาสดามุฮัมมัด (ศ)

ประการที่สี่ การรู้จักสื่อ

ดุอาอ์กุเมล สอนให้มนุษย์รู้จักสื่อ สำหรับการเข้าใกล้ชิดกับพระองค์ สื่อที่จะทำให้มนุษย์ไปสู่เป้าหมายที่สูงสุด มนุษย์สามารถใช้สื่อ ของดุอาอ์กุเมล การรำลึกถึงพระองค์ การสรรเสริญพระองค์ การศอลาวาตแก่ศาสดามุฮัมมัด (ศ) และลูกหลานของท่าน (ศ) เหล่านี้คือสื่อที่ดีที่สุดที่มนุษย์จะสามารถใช้ประโยชน์ในการพัฒนาจิตวิญญาณของตนเอง มุ่งสู่ความผาสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

ประการสุดท้าย มรรคผลของการรู้จักทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ดุอาอ์กุเมล สอนให้มนุษย์รู้ว่า มรรคผลที่มนุษย์จะได้รับจากการที่มนุษย์ รู้จักพระผู้เป็นเจ้า รู้จักตัวเอง รู้จักขั้นตอนสู่การเป็นบ่าวที่แท้จริงของพระองค์ (ซ.บ) รู้จักสื่อในการเข้าใกล้ชิดพระองค์ คือการแปรเปลี่ยนความผิดบาป เป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่ได้ ผลของมันคือความหอมหวานที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจและจิตวิญญาณของผู้อ่านดุอาอ์ ในขณะวิงวอนขอจากพระองค์ ผลของมันคือการที่พระองค์ทรงทำให้ข้าฯ พระองค์ขอบคุณพระองค์ และรำลึกถึงพระองค์ "วะอันตูซิอะนีชุกรอก..."

ที่กล่าวมาข้างต้นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของบทเรียน ซึ่งดุอาอ์กุเมลได้สอนแก่มนุษย์ ซึ่งผู้อ่านดุอาอ์เองสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง การขออภัยโทษ และขอความเมตตาจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) การยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) การยืนยันถึงความอ่อนแอ ความยากไร้ของบ่าวแห่งพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) การเปรียบเทียบระหว่างการลงโทษทัณฑ์ในโลกนี้ และในโลกหน้า การขอความอนุเคราะห์จากพระองค์ในเรื่องของการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ เหล่านี้คือบทเรียนอันล้ำค่า ซึ่งดุอาอ์กุเมลได้สอนมนุษย์

แปลและเรียบเรียง เชคมาลีกี ภักดี

 

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=47&id=1891
วันที่ : 17 กรกฎาคม 2562
http://www.ahlulbait.org