กวีธรรม : “..โลก..กะโหลก..กะลา..”

  

“..โลก..กะโหลก..กะลา..”

 

พระเมตตาแห่งองค์ดำรงศรี

และปราณีใหญ่ยิ่งมหาศาล

อนุมัติปรัศนัยจักรวาล

ปัญญาญาณแจ่มจ้า ข้าฯเข้าใจ

 

สดุดีแด่องค์ตรงสื่อสาร

และวงศ์วานบันลือประเสริฐไซ้ร

อำนวยข้าฯจาริกกระดิกใจ

โดยแจ่มใสเสรีดาริกา

 

ทวารรู้ผู้เปิดเจิดจำรัส

สุรีย์สาดส่องชัฏมนูหนา

เพื่อถวิลปีนป่ายชวาลา

อาณาจักรศรัทธาผ่องประกาย

 

สำนึกบูรพาจารย์อิกบาลสอน

ในเปลวเตาเร่งร้อนอรุณฉาย

มธุรสรัศมีคลี่กำจาย บัวตมใต้

ข้าฯเองได้เบ่งบาน

 

โอ้!เข้มข้นหมึกดำล้ำผลึก

สติตื่นข้าฯระทึกเปื้อนหมึกท่าน

วางดาบอะระหันต์องคุลีมาล

แต่หมึกท่านคือนิพพานผองกวี

 

หยดหนึ่งซึ่งเห็นกระเด็นใส่

ธรณีทวารใจระริกรี้

ทุกสิ่งสรรพรับรู้อยู่ในที

เยี่ยงดนตรีสนองไวทยากร

 

ท่านรู้ดินถิ่นฟ้าดาราจักร

เย้ามนุษย์ครุฑยักษ์รายสลอน

ท้าทายถามตอบทุกวรรคกลอน

แลข้ามฟากสังวรณ์ทุกวันไป

 

เพดานบินวิญญาณข้าฯผ่านห้วง

ด้วยหยดท่านแต้มทรวงรำลึกได้

การุณดลสนเท่ห์เดโชชัย

ซูญูดต์ไซ้รนัยนาข้าฯหล่นปรอย

 

ข้าฯคลุกเคล้าดินนั้นดังท่านว่า

จากเจ้าของกาลเวลาของข้าน้อย

มิได้ไพลอัดส์มุ่งจรุงรอย

ทั้งมิได้น้อยใจในเนื้อดิน

 

ปุจฉาข้าฯรุดสมุทรหมึกท่าน

แลหยดเดียวเท่านั้นสมถวิล

ดุจแช่มชื่นตื่นรู้อยู่อาจิณ

กระจ่างสิ้นซีเคร็ตชัดอัตมันต์

 

ดุจดังว่าข้าฯนั้น วณิพก

จากยาจกเป็นอโศกบัดเดี๋ยวนั้น

ปีก ล้าสิ้นบินขยับในฉับพลัน

จุมพิตศิษย์รักนั้นจากธุลี

 

แต่กะลาข้าฯนั้นพลันน้ำเปล่า

โอ้!ถ้วยท่านนั้นเล่าไวน์รูมี่

จากเหยือกใสไหลรินของซากี

ข้าฯแทบม้วยมอดฤดีสำลักมัน

 

ปรีดิ์เปรมในกะลาวณิพก

เปี่ยมว่างเปล่าสกปรกหฤหรรษ์

พเนจรร่อนหล้ามากำนัล

เคาะประตูโศกศัลย์ทานบรรเทา

 

ทุกเคหาสน์พัศสถานละลานทรัพย์

โยนอีแปะขอรับเถิดใต้เท้า

ข้าฯจักขับลำนำตำนานเนาว์

เพื่อผองเราเบ่งบานด้วยกันเทอญ

 

หากตำหนิกะลาแหว่งแห่งยาจก

มุ่งเก็บตกเหรียญเศษสรรเสริญ

เป็นบ็องโก้เพอกัชชั่นอันเพลิดเพลิน

จนดุ่มเดินหลายบ้านอยู่นานมา

 

เขาร่ายร้องก้องดังพลังป้อง

สันติท่วงทำนองโอเปร่า

ใช่จันทร์เพ็ญอันศอรตอลาอา

ณ มุเนาวะราอันงดงาม

 

โอ้!ยอดรักเอ่ยปากเพื่อฝากรัก

ยิ่งลุ่มหลงหน่วงหนักจักล้นหลาม

กำนัลรักอำลาอาลัยตาม

มิรู้ความ ข้าฯ ทำหล่นหายไป

 

อันความรักรักแท้ทุกแง่รัก

ข้าฯประจักษ์รักยิ่งกว่าสิ่งไหน

ไยผู้รักมักช้ำระกำใจ

เหตุมอบรักวางให้สิ่งไม่จริง

 

ด้วยสากลจักรวาลสสารนั้น

ทั้งหญิงชายสารพันสรรพสิ่ง

ถูกก่อเกิดสร้างสรรค์วันประวิง

สัจธรรมความจริงมีสิ่งเดียว

 

ด้วยดำริดำรัสรหัสยะ

แห่งเกรียงไกรพละอื่นไม่เกี่ยว

พระเมตตาดำรงเพียงองค์เดียว

เหตุด้วยรักแท้เทียวรังสรรค์มา

 

ก่อความรักสื่อสารพยานรัก

ด้วยอาดิลตระหนักสักขีหนา

กระจายแสงแห่งกฎบทบัญชา

และแจ่มจ้ามรรคาสู่พระองค์

 

เพื่อคนรักจักตอบมอบรักแท้

ถวายแด่ มิผิดเป้าประสงค์

ผู้พลีได้ไร้สิ้นซึ่งพะวง

ย่อมมั่นคงรักนั้นอนรรตัย

 

ใครผิดหวังรักพลาดอนาถเร่

กะลาท่านจงเทหลอมรักใหม่

อนิจจา!มาตรเขารักเบาไป

ตราชูรู้ชั่งไซ้รละอายรัก

 

ให้กะลาข้าฯโอษฐ์โปรดส่ำสัตว์

แท้มาตรวัดระยะพึงตระหนัก

ญาณจาริกพลิกทางเริดร้างรัก

เรือนเครือญาติพำนักจักเปรมปรีดิ์

 

เจ้าจงอย่าตัดขาดซึ่งญาติมิตร

อย่าล่วงล้ำกรรมสิทธิ์และศักดิ์ศรี

สมองโขกกะโหลกเจ้าอีกที

หากมิรู้ชั่วดีนั่นกะลา

 

อย่าเทียวนะกะโหลกกะลาเจ้า

เพื่อหมายเอามุ่งเทียบกะลา

ข้าฯ ซึ่งยาจกพกรักญาติกา

ข้าฯอดสูเกินกว่าจะจาบัลย์

 

ครั้งเหาะเหินวิญญาณข้าฯพานพบ

ปณิธานมิสยบอิกบาลนั่น

ลำนำเขาเป่าข้าสว่างพลัน

กรุ่นกลิ่นไวน์เขานั่นสุดพรรณนา

 

กอรปกลิ่นรสรุนแรงแข็งเข้มข้น

จึงข้าฯ บ้างดั้นด้นเพื่อค้นหา

รหัสนีย์ซีเคร็ตอาตมา

ถมกะลาข้าฯเปล่าด้วยท่านเติม

 

ตระหนี่เศรษฐีใดแม้นไร้รัก

จงจดจำอีกวรรคว่าจงเริ่ม

ด้วยนั่นคือรักแท้มาแต่เดิม

มวลเหิมเกริมเหยียบย่ำเจ้าช้ำใจ

 

กะลาเจ้าเข้าทุบกะโหลกบ้า

หิมาลัยไขจ้าอรุณใหม่

คว่ำกะลาถลาลงลุ่มไนล์

นั่นฟูรอตสรงสายเป็นไวน์ธาร

 

แผ่ขยายกำจายกะลาเจ้า

มาลากูตทูตเฝ้าทิพย์สถาน

ความถี่จูนพู้นทิศจิตวิญญาณ

ยามจ้วงธารเกาษัรระมัดหก

 

รักมิเคยล้าเพลียเสียสละ

ยินเย้ยมิยี่หระว่ายาจก

ข้าฯภูมิใจในกะลาวณิพก

ชอุ่มฉ่ำร่ำอกเกาษัรทรวง

 

หลังดื่มปลื้มร่ายเรื่องชาวบ้าน

นาฏลานกัรบาลาโดยหนักหน่วง

อีกกระโจมโดมทองจองทะลวง

จากผองปวงสดมภ์กุดส์ฉุดคร่าไป

 

หามิได้!ฉาบทา กะลานี้

ด้วยทองเพ็ชรเก็จมณีก็หาไม่

แต่ข่าวคราวชาวบ้าน ข้าฯใส่ใจ

จุติในบ้านห้ามดึกดำบรรพ์

 

บ้านหลังงามห้ามแหนแดนศักดิ์สิทธิ์

ปวงภาคีชั่วชนิดต้องสะบั้น

สวัสดิ์สุขขลุกในอาศัยมัน

กะโหลกซากอูฐทัณฑ์หวงพิมาน

 

วิถีสรวงหวงห้ามศิริศรี

ผองหะรัมเอาว์ลีย์และลูกหลาน

กลัวชั่วร้ายซุกเร้นเห็นกบาล

เที่ยงตรงธารเชื่อมจิตนิมิตชน

 

เผื่อว่าในกะลาปวงข้าทาส

จักขัดถูอ่องสะอาดแปล้อีกหน

เทรับดับกระหายในหมู่ชน

เตะซากอูฐเขี่ยพ้นเพื่อยลชม

 

นั่นล่ะทางซิรอตยอดคมดาบ

จงรู้ทราบเล็กหนากว่าเส้นผม

ผ่านซิรอตเจ้าจึงรอดปลอดระทม

ผู้ร่วงตรมเผาผลาญพระกาฬเพลิง

 

แลระงับกดขี่ที่มีทั่ว

ผู้ฉ้อฉลโฉดชั่วโหมเถลิง

ด้วยสองมือมิเมามัวระเริง

ลุกลามเพลิงเจ้าค้อมบังคมมัน

 

เสรีชนจงสง่าและผ่าเผย

ศรัทธาชนเจ้าเอยจงมิหวั่น

ปราบโฉดชั่วคั่วเจ้าในเตามัน

จงมองเห็นสวรรค์บนทางพลี

 

นั่นเจ้าหั่นบั่นกรอบระบอบทุกข์

สันติสุข สันติภาพ วิถีนี้

เสมอภาค ยุติธรรม์นั่นความดี

สร้างโลกเจ้าสุขีสถาพร

 

กวีธรรม

พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=53&id=1634
วันที่ : 23 ตุลาคม 2562
http://www.ahlulbait.org