ศาสดา : พระเยซูในอิสลาม

พระเยซูในอิสลาม

ความเชื่อและประเพณีของมุสลิมยังคงเป็นสิ่งลี้ลับสำหรับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวคริสเตียน ซึ่งมักจะประหลาดใจเมื่อได้รู้ว่า ชาวมุสลิมก็มีความเชื่อในพระเยซูด้วยเช่นกัน ชาวมุสลิมเชื่อในความเป็นศาสดาของพระเยซู และเรียกขานท่านว่า ศาสดาอีซา(อ.)

มุสลิมมีความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า และเชื่อถือในศาสดาทุกท่านที่มาจากพระองค์ ซึ่งรวมทั้งศาสดาอีซา(อ.) (พระเยซูคริสต์) และศาสดายะฮ์ยา(อ.) (ยอห์น ผู้ให้ศีลจุ่ม) ในพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่งเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม ยังได้มีคำสอนให้ชาวมุสลิมเชื่อถือในคัมภีร์เล่มอื่นๆ ที่ถูกประทานแก่ศาสดาทุกท่านด้วย ในคัมภีร์อัล-กุรอานได้เรียกคัมภีร์ไบเบิลที่ถูกประทานแก่ศาสดาอีซา(อ.) ว่า คัมภีร์อินญีล

ในคัมภีร์อัล-กุรอาน ศาสดาอีซา(อ.) คือศาสนทูตท่านหนึ่งที่อัลลอฮ์(ซ.บ.) ทรงรักมากที่สุด เป็นผู้มาก่อนศาสดามุฮัมมัด(ศ.) และถูกส่งมาเพื่อชี้นำลูกหลานของอิสรออีล ในอัล-กุรอานยังได้กล่าวถึงชีวิตและคำสอนของศาสดาอีซา(อ.) ไว้มากมาย ได้ย้ำเตือนถึงการถือกำเนิดอย่างมหัศจรรย์ของท่าน และคำสอน รวมถึงปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่ท่านนำมาโดยอนุมัติของอัลลอฮ์(ซ.บ.) ในอัล-กุรอานไม่ได้กล่าวถึงท่านหญิงมัรยัม(แมรี่) ว่าเป็นมารดาของศาสดาอีซา(ศ.) เท่านั้น แต่ยังกล่าวถึงพระนางในฐานะสตรีผู้มีคุณธรรมสูงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในคัมภีร์อัล-กุรอานได้ย้ำเตือนเราหลายครั้งว่า ศาสดาอาดัม(อ.) ซึ่งเป็นมนุษย์คนแรกนั้น ถือกำเนิดมาโดยไม่มีมนุษย์คนใดเป็นทั้งบิดาและมารดาของท่าน เพราะฉะนั้น การถือกำเนิดอย่างมหัศจรรย์ของศาสดาอีซา(อ.) จึงไม่ได้ทำให้ท่านมีสถานภาพที่สูงกว่าหรือได้รับสิทธิ์ในการเป็นภาคีหุ้นส่วนกับพระผู้เป็นเจ้าได้ เมื่อพระเจ้าทรงดลบันดาลสิ่งใด พระองค์เพียงแต่ตรัสว่า "จงเป็น" แล้วมันก็เป็นไปตามนั้น "แท้จริงอุปมาของอีซานั้น ดั่งอุปมัยของอาดัม พระองค์ทรงบังเกิดเขาจากดิน และได้ทรงประกาศิตแก่เขาว่าจงเป็นขึ้นเถิด แล้วเขาก็เป็นขึ้น" (อัล-กุรอาน 3 : 59)

ในอิสลามถือว่า ศาสดาอีซา(อ.) หรือพระเยซูนั้น เป็นศาสดาและศาสนทูตของพระเจ้าที่เป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง ท่านไม่ได้ส่วนหนึ่งของพระเจ้า และในคัมภีร์อัล-กุรอานยังปฏิเสธเรื่องการถูกตรึงกางเขนของศาสดาอีซา(อ.) ด้วยเช่นกัน


10 ประเด็นควรรู้เกี่ยวกับศาสดาอีซา(อ.) (พระเยซู) และมุสลิม

1. มุสลิมเรียกชื่อพระเยซู หรือเจซัส ด้วยภาษาอาหรับว่า อีซา และฉายานามของท่านคือ "รูฮิลลาฮ์" (วิญญาณของพระเจ้า)

2. มุสลิมรักศาสดาอีซา(อ.)(พระเยซู) มุสลิมยังรักศาสดาอิบรอฮีม(อับราฮัม), ศาสดามูซา(โมเซส), ศาสดานูฮ์(โนอา) และศาสดาอื่นๆ อีกหลายท่าน ขอความสันติสุขจากพระผู้เป็นเจ้าจงประสบแด่บรรดาศาสนทูตผู้ยิ่งใหญ่ของพระองค์ด้วยเถิด

3. มุสลิมรักท่านหญิงมัรยัม หรือพระนางแมรี่ มารดาของศาสดาอีซา(อ.) ด้วยเช่นกัน มุสลิมเชื่อว่าพระนางคือสตรีผู้ประเสริฐและยำเกรงต่อพระเจ้า ผู้ได้รับเลือกเหนือบรรดาสตรีทั้งหมดในโลกนี้

4. มุสลิมเชื่อว่าศาสดาอีซา(อ.) ถือกำเนิดมาอย่างมหัศจรรย์จากมารดาที่เป็นพรหมจรรย์และไม่มีบิดา การกำเนิดของท่านคือปาฏิหาริย์เช่นเดียวกับการกำเนิดศาสดาอาดัม(อ.) มนุษย์คนแรก ซึ่งถูกสร้างมาโดยไม่มีทั้งบิดาและมารดา

5. มุสลิมไม่เชื่อว่าศาสดาอีซา(อ.) เป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า พระผู้เป็นเจ้านั้นทรงอานุภาพยิ่ง และทรงเพียงพอสำหรับพระองค์ ซึ่งพระองค์ไม่จำเป็นต้องมีบุตรหรือภาคีหุ้นส่วนในรูปแบบใดสำหรับพระองค์เลย

6. ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษาอาหรับ คำว่าพระเจ้า คือคำว่า อัลลอฮ์ เพราะฉะนั้น ชาวคริสเตียนที่เป็นอาหรับทั้งหมดเรียกพระเจ้าว่า อัลลอฮ์ เช่นเดียวกับที่ชาวมุสลิมเรียก

7. ศาสดาอีซา(อ.) ไม่ได้เสียชีวิตบนไม้กางเขน หากแต่พระเจ้าได้พิทักษ์ท่านไว้โดยให้ศัตรูของท่านเกิดความสับสนเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของท่าน ศาสดาอีซา(อ.) ถูกนำขึ้นสู่พระผู้เป็นเจ้า

8. ศาสดาอีซา(อ.) สำแดงปาฏิหาริย์ต่างๆ โดยพระประสงค์ของพระเจ้า เช่น การรักษาคนตาบอด และรักษาผู้เป็นโรคเรื้อน

9. ศาสดาอีซา(อ.) ภาวนาอธิษฐานต่อพระเจ้าองค์เดียวกันกับที่ศาสดาทุกท่านและมุสลิมทุกคนภาวนาอธิษฐาน(ขอพร)

10. ศาสดาอีซา(อ.) จะกลับมาก่อนวันสิ้นโลก ในระหว่างยุคสมัยของอัล-มะฮ์ดีย์ ผู้แสดงตนของเมซไซอาห์ หรือผู้ช่วยให้รอด

 

 

Source : www.ezsoftech.com

 

 


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=6&id=1002
วันที่ : 19 กุมพาพันธ์ 2562
http://www.ahlulbait.org