คุณค่าด้านศีลธรรม : ทำไมต้องกลัวความตาย?

ทำไมต้องกลัวความตาย?

ความกลัวตาย สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องหาหลักฐานใดๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่แน่ชัดอย่างยิ่ง และผู้คนจำนวนมากมีความรู้สึกไวเป็นพิเศษเกี่ยวกับ "ความตาย" และความจริงแท้ของมัน ดังนั้นเรื่องที่จำเป็นก็คือการประสบกับมันด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องหาหลักฐานและคำตอบที่เป็นเหตุเป็นผลสำหรับความกลัวและตื่นตกใจนี้ ว่าทำไมเราจึงกลัวความตาย?

เหตุผลสำหรับความกลัวตาย

1. ไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

ผู้คนจำนวนมากเห็นว่าความตายคือการสูญสลายไปตลอดกาลของตัวเอง ดังนั้น จึงเป็นธรรมชาติที่พวกเขาจะกลัวความตายและมองเห็นภาพความมืดมนและเศร้าหมองของมัน เพราะความรักที่มีต่อความคงทนถาวรคือสัญชาตญาณตามธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ และมนุษย์แต่ละคนจะพยายามตามความสามารถของตนเพื่อปกป้องตัวเองจากภัยพิบัติและโรคต่างๆ เพื่อเป็นหลักประกันให้กับความคงทนถาวรของตัวเอง และความตายในทัศนะของเขาคือความทุกข์ที่ใหญ่กว่าและเจ็บปวดมากกว่าโรคหรือภัยพิบัติใดๆ เพราะมันคือการเริ่มต้นของการสาบสูญไปชั่วนิจนิรันดร์ของเขา

อย่างไรก็ตาม ถ้าความตระหนกหรือหวาดกลัวความตายเป็นผลมาจากการไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงของความตาย ดังนั้นการขจัดความกลัวนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ถึงความเป็นจริงของมัน ซึ่งจะค้นพบได้จากการเรียนรู้และเข้าใจอิสลาม

ถ้าเรามีทัศนคติต่อความตายอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง ความกลัวต่างๆ เกี่ยวกับความตายจะหมดไป เพราะเมื่อเขาเข้าใจว่าด้วยความตายนั้นเขาจะได้เข้าสู่อีกโลกหนึ่งที่มีความยืนยาวและเนิ่นนานกว่า และเขาจะถูกปลดปล่อยจากการผูกมัดทางวัตถุ ธรรมชาติ และการมีตัวตน แล้วเขาจะมองว่ามันน่าเกลียดและน่าขยะแขยงได้อย่างไร

2. เป็นหนทางใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์มักจะหวาดกลัวต่อความตายก็คือ หลังจากความตาย มนุษย์จะก้าวเข้าสู่เส้นทางใหม่และการเดินทางไกลใหม่โดยสิ้นเชิง ปกติแล้วมนุษย์มักจะชอบเดินทางบนเส้นทางที่น่ากลัว ซึ่งเขาเคยได้เดินทางมาหลายต่อหลายครั้งและไม่เคยพบกับปัญหาอุปสรรคใดๆ ดีกว่าเส้นทางซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วมีความปลอดภัยกว่า แต่เป็นเส้นทางใหม่อย่างแท้จริง เนื่องจากมันเป็นเส้นทางที่ใหม่และไม่คุ้นเคย มันจึงกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความลังเลใจและกังวลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนที่เคยเดินทางไปบนเส้นทางสายนั้นยังไม่เคยมีใครนำข่าวคราวเกี่ยวกับเส้นทางนั้นมาบอกคนอื่นๆ เลย

อย่างไรก็ตาม ถ้าความกลัวตายมีสาเหตุมาจากความไม่คุ้นเคยต่อเส้นทางและสถานที่เช่นนั้น ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับความตาย และเสริมความเข้าใจให้หนักแน่นขึ้น นอกจากนี้ ยังจำเป็นที่จะต้องค้นหาข้อมูลจากรายงานฮะดีษและบทรายงานของบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์(อ.)

มีรายงานหนึ่งจากอิมามอะลี อิบนฺ มุฮัมมัด(ศ.) ที่รายงานว่า ท่านอิมาม(อ.) ได้ไปเยี่ยมสาวกคนหนึ่งของท่านที่กำลังป่วยหนัก และเขาอยู่ในสภาพที่ร้องไห้เศร้าโศกและคร่ำครวญเนื่องจากกลัวความตาย ท่านอิมาม(อ.) จึงกล่าวแก่เขาว่า "โอ้บ่าวของอัลลอฮ์ ท่านกลัวความตายเพราะท่านไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้" ดังนั้น ท่านอิมาม(อ.) จึงแสดงตัวอย่างหนึ่งแก่เขาโดยกล่าวว่า "ถ้าเนื้อตัวท่านสกปรก และสิ่งสกปรกอย่างมากมายและความสกปรกเลอะเทอะนั้นทำให้ท่านเป็นทุกข์และไม่สุขสบาย และท่านรู้ว่าสิ่งเดียวที่จะปลดเปลื้องความสกปรกทั้งหมดนั้นออกไปได้คือการอาบน้ำ ท่านจะอยากไปอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกาย หรือว่าท่านอยากจะอยู่ในสภาพที่สกปรกเช่นนั้นแล้วทนทุกข์กับสภาพนั้นต่อไป?" ชายผู้ป่วยหนักคนนั้นกล่าวว่า "แน่นอน ฉันอยากจะได้อาบน้ำ" ดังนั้น ท่านอิมาม(อ.) จึงตอบว่า "ความตาย(สำหรับท่าน) ก็เหมือนกันกับการได้อาบน้ำ..." (มะอานิล อัคบารฺ, หน้า 290)

3. ขาดความพร้อม

บางคนมีความรู้ความเข้าใจในความเป็นจริงของความตาย และมีความรู้และเข้าใจต่อความตายตามคำสอนของอิสลาม พวกเขาเหล่านั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และการเดินทางหลังความตาย แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังมีความกลัวตาย ความกลัวนี้ไม่ได้มีเหตุผลเหมือนสองข้อแรก แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้จัดหาให้ตัวเองมีเครื่องมือและสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเดินทางครั้งนี้ของพวกเขา ขณะที่พวกเขากลับให้ความสำคัญมากกว่าที่จำเป็นไปกับชีวิตในปัจจุบันของพวกเขา

เหมือนกับคนคนหนึ่งที่รู้ดีว่าเขาจะต้องไปใช้ชีวิตที่เหลือในอีกประเทศหนึ่ง แต่ไม่ได้สะสมเงินไว้สำหรับการเดินทางของเขา แต่เขากลับเอาเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีไปสร้างบ้าน สร้างร้านค้า ซื้อที่ดิน หรือทรัพย์สมบัติต่างๆ ซึ่งไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนย้ายได้ กล่าวคือเขาได้ทุ่มเททำงานและเก็บออมทรัพย์สินไว้ แต่ทรัพย์สินนั้นไม่สามารถถ่ายโอนและไม่มีใครจะซื้อมันด้วย 

ด้วยเหตุนี้เอง อิมามฮุเซน(อ.) เคยกล่าวไว้ว่า "พวกท่านได้ทำลายและล้างผลาญปรโลกของพวกท่านไป และได้สร้างที่อยู่ให้ชีวิตปัจจุบัน ดังนั้นพวกท่านจึงไม่ชอบการย้ายจากสถานที่อันน่าอยู่และสะดวกสบายนั้นไปยังสถานที่ที่ถูกทำลายและล้างผลาญ" (มะนาอิล-อัคบารฺ, หน้า 289)

ความกลัวตายประเภทนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดความพร้อมและไม่มีการเตรียมการเพื่อการเดินทาง มักจะเกิดกับผู้มีศรัทธา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ความกลัวตาย แต่มันเป็นความกลัวต่อการที่ไม่มีการเตรียมการอย่างเพียงพอที่จำเป็นสำหรับการเดินทางนี้

อีกประเด็นหนึ่งคือ ความกลัวเช่นนี้มักจะผสมผสานไปกับความกระตือรือร้น เพราะในอีกด้านหนึ่ง ผู้ศรัทธาจะมีความกระตือรือร้นที่จะได้พบกับพระผู้เป็นเจ้า แลละได้อยู่ร่วมกับบรรดาผู้อยู่บนหนทางอันถูกต้อง แต่อีกด้านหนึ่ง เนื่องจากขาดความเคร่งครัดอย่างเพียงพอ และขาดการเตรียมพร้อมที่จำเป็น ทำให้เขามีความกังวลและหวาดกลัว ในขณะที่ผู้ไม่ศรัทธาจะไม่มีความกลัวและความกระตือรือร้นเช่นนี้

ผู้ที่ไม่มีศรัทธาจะกลัวความตายอย่างจริงจัง เพราะพวกเขาถือว่ามันเป็นการทำลายล้างโดยสิ้นเชิง อาจกล่าวได้ว่าความกลัวของผู้ไม่ศรัทธานั้นมีมากมายหลายอย่าง ทั้งที่ระบุไปแล้วและที่ไม่ได้ระบุ

อย่างไรก็ตาม ความตายและการย้ายไปสู่อีกโลกหนึ่งเป็นกฎสากล การยอมรับหรือการหวาดกลัว ไม่ได้สร้างความแตกต่างให้แก่กฎข้อนี้ และในที่สุดไม่ว่าจะช้าหรือจะเร็ว ทุกคนจะต้องได้ลิ้มรสน้ำทิพย์หรือยาพิษของความตาย

Source: imamreza.net

 


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=8&id=1086
วันที่ : 25 มิถุนายน 2562
http://www.ahlulbait.org