คุณค่าด้านศีลธรรม : ผลเสียของการโกหก

ผลเสียของการโกหก

มีผลดีหลายอย่างจากการพูดความจริง เช่นเดียวกับที่มีผลเสียหลายอย่างจากการโกหก การพูดความจริงเป็นลักษณะนิสัยที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง และการโกหกเป็นลักษณะนิสัยที่น่าเกลียดที่สุดอย่างหนึ่ง ลิ้นถ่ายทอดความรู้สึกภายในของมนุษย์ออกมา ดังนั้น ถ้าหากการโกหกเกิดมาจากความอิจฉาหรือความเป็นอริต่อกัน มันจะเป็นสัญญาณอันตรายอย่างหนึ่งของความโกรธ และถ้ามันเกิดมาจากความใจแคบหรือเป็นนิสัย มันมาจากผลของกิเลสที่ร้อนแรงของมนุษย์

ถ้าลิ้นของมนุษย์กลายเป็นพิษด้วยการโกหกและความโสมมของมันปรากฏบนตัวเขา ผลของมันก็เหมือนกับผลกระทบของลมในฤดูใบไม้ร่วงที่มีต่อใบไม้ การโกหกดับแสงของการดำรงอยู่ของมนุษย์ และจุดไฟของการทรยศขึ้นในตัวเขา มันยังส่งผลความสามัคคีและความกลมเกลียวกันระหว่างมนุษย์สิ้นสุดลงและแพร่การเสแสร้งหลอกลวงขึ้นมาแทน การชี้นำที่ผิดๆ อย่างมากมายก็เกิดมาจากข้ออ้างที่เป็นเท็จและถ้อยคำที่ไร้แก่นสาร สำหรับมนุษย์ที่มีเจตนาชั่วร้าย การโกหกเป็นประตูที่เปิดกว้างให้พวกเขาบรรลุถึงเป้าหมายที่เห็นแก่ตัว ด้วยการปกปิดข้อเท็จจริงไว้ภายใต้คำพูดที่มีอำนาจ แล้วลวงล่อคนบริสุทธิ์ไปด้วยพิษร้ายของการโกหกของพวกเขา

คนโกหกไม่เหลือเวลาให้ตัวเองได้คิดหรือใคร่ครวญ พวกเขาไม่ค่อยได้คิดถึงผลสรุปที่อาจะเป็นไปได้ โดยอ้างว่า "ไม่มีใครรู้ความลับของพวกเขาได้" ในคำพูดของพวกเขาเราจะพบว่ามีความผิดพลาดและขัดแย้งกันอย่างมากมาย คนโกหกจะได้รับความอับอาย, ล้มเหลว และเสื่อมเสีย ดังนั้นจึงไม่ผิดเลยที่จะพูดว่า "คนโกหกมีความจำที่ไม่ดี"

ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเผยแพร่นิสัยที่ไม่ดีนี้จนเป็นพิษต่อสังคมคือคำพูดที่ว่า "การโกหกที่สร้างสรรค์ดีกว่าความจริงที่เจ็บปวด"

คำพูดนี้ได้กลายเป็นผ้าคลุมที่ปกปิดนิสัยที่น่าเศร้านี้ และคนจำนวนมากใช้ข้ออ้างนี้เพื่อสร้างความชอบธรรมในการพูดโกหกของตัวเอง พวกเขาละเลยต่อคำพูดที่มีเหตุผลและเป็นหลักการเกี่ยวกับเรื่องนี้ อิสลามและหลักของเหตุผลได้สอนไว้ว่า ถ้าจิตวิญญาณ, เกียรติยศ หรือทรัพย์สินของมุสลิมตกอยู่ในอันตราย เป็นข้อบังคับสำหรับเขาที่จะต้องปกป้องด้วยทุกวิถีทาง รวมทั้งการโกหก มีคำสอนไว้ว่า "ความจำเป็นทำให้สิ่งต้องห้ามเป็นที่อนุมัติ" การโกหกที่จำเป็นมีข้อจำกัดของมัน และจะต้องหยุดมันไว้ในขอบเขตของความจำเป็น ถ้ามนุษย์ขยายกว้างออกไปถึงขอบเขตของ "การสร้างสรรค์" ตามความปรารถนาและกิเลสส่วนตัวของตนแล้ว มันจะไม่ใช่การโกหกที่มีความจำเป็นอยู่เบื้องหลังมัน

ผู้รู้คนหนึ่งกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

"มีเหตุผลสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นไปได้ที่เราจะสร้างปัจจัยและเหตุผลขึ้นมาสำหรับทุกการกระทำ แม้แต่อาชญากรมืออาชีพยังมีข้ออ้างสำหรับการกระทำผิดของตน ดังนั้น จึงมีประโยชน์และความจำเป็นสำหรับทุกคำโกหกที่พูดออกมา กล่าวอีกอย่างได้ว่า ทุกการโกหกที่พูดออกไปมีผลต่อความมุ่งหมายอย่างหนึ่ง การโหกนั้นเป็นสิ่งที่ดี ถ้าคนโกหกไม่ได้รับสิ่งใดจากการโกหกนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปกปิดความจริง สิ่งนี้เกิดมาจากข้อเท็จจริงที่ธรรมชาติของมนุษย์จะตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อเขาว่าเป็นสิ่งที่ดี ถ้ามนุษย์สงสัยว่าผลประโยชน์ส่วนตัวของเขาอาจตกอยู่ในอันตรายเพราะการพูดความจริง หรือคิดไปว่ามีความดีงามในการโกหก เขาจึงโกหกโดยไม่รีรอเพราะเขาเห็นความชั่วร้ายในการพูดความจริงและเห็นความดีงามในการพูดโกหก"

เราต้องไม่ลืมข้อเท็จจริงที่ว่า การโกหกเป็นความชั่วที่ใหญ่หลวง และต้องไม่ลืมว่า ถ้าหากอันตรายบางอย่างจะหมดไปด้วยการโกหก(เมื่อได้รับอนุญาต) มันจะต้องเป็นการเผชิญกับความชั่วร้ายที่ใหญ่กว่าด้วยความชั่วที่น้อยกว่า

เสรีภาพทางการพูดมีความสำคัญมากกว่าเสรีภาพทางการคิด เพราะถ้าหากมีผู้ทำผิดด้วยเสรีภาพทางการคิดของเขา ก็จะมีเขาเพียงคนเดียวที่ได้รับอันตราย อีกด้านหนึ่ง ถ้าหากเขาทำผิดด้วยเสรีภาพทางการพูด สังคมทั้งหมดก็จะตกอยู่ในอันตราย ผลดีและผลเสียของเสรีภาพทางการพูดส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

 

Source : rafed.net


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=8&id=1307
วันที่ : 19 สิงหาคม 2562
http://www.ahlulbait.org