สังคม ครอบครัว : เทคโนลียีกับอาหาร

เทคโนโลยีมีผลอย่างไรต่ออาหาร

เมื่อพูดถึงอาหาร ก็เว้นเสียไม่ได้ที่ต้องถามถึงคุณค่าทางโภชนาการที่จะได้จากอาหารที่เรารับประทาน ในโลกยุคใหม่นี้ ยิ่งต้องมีคำถามเกิดขึ้นอีกมากมายเมื่อเราพิจารณาไปถึงเรื่องผลกระทบจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีต่อคุณภาพอาหารของเรา ต่อไปนี้คือผลกระทบของขั้นตอนการปฏิบัติการทางเทคโนโลยีที่มีต่อสิ่งที่เรารับประทาน

1. ไมโครเวฟ ทำลายคุณค่าทางโภชนาการ

ไมโครเวฟ ใช้อนุภาคที่มีความเร็วสูงเพื่อส่งความร้อนไปยังน้ำที่อยู่ภายในอาหารเพื่อทำให้มันเดือด สะดวกง่ายดายใช่ไหม? ใช่แล้ว มันเป็นวิธีที่ดีในการทำให้อาหารร้อนเร็วขึ้น แต่จากการศึกษากลับพบว่า ไม่ดี

จากการศึกษาโดยคณะวิจัยวิทยาศาสตร์ชาวสเปน พบว่าการปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟ ทำลายสารอาหารที่มีประโยชน์บางอย่างในผัก

บรอคโคลี่ เมื่อปรุงด้วยไมโครเวฟ จะสูญเสียสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งไปถึง 74-97% เมื่อเปรียบเทียบกับบรอคโคลี่ต้ม ซึ่งสูญเสียสารที่มีประโยชน์เหล่านี้ไปเพียง 0-11% เท่านั้น

ถ้าจำเป็นต้องใช้ไมโครเวฟก็ตั้งความร้อนไว้อ่อนๆ เพื่ออุ่นอาหารให้ร้อนก็พอ จะดีกว่านั้นถ้าใช้เตาอบหรือเตาแก๊สอุ่นอาหาร อาจจะใช้เวลามากกว่าสักหน่อย แต่ดีต่อสุขภาพมากกว่ากันเยอะเลย

2. อาหารแช่แข็ง อาจช่วยรักษาคุณค่าสารอาหาร

น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารสด อาจมีอยู่ถึง 50-90% ของน้ำหนักอาหารนั้น การแช่แข็งเป็นวิธีการรักษาระดับน้ำเหล่านี้ไว้ และหยุดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และแบคทีเรียไปชั่วคราว โดยทั่วไปแล้ว อาหารแช่แข็งไม่ได้ทำให้คุณค่าทางโภชนาการของอาหารลดน้อยลงไปถ้าแช่มันไว้ในขณะที่คุณภาพยังดีอยู่  สารอาหารในผักและผลไม้แช่แข็งนั้นถูกเก็บรักษาไว้ดีกว่าในผักผลไม้ที่ไม่ได้แช่แข็งแล้วถูกขนส่งไปยังจุดหมายที่ห่างไกล ผักผลไม้มักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและแร่ธาตุที่มีคุณค่าไปทันทีหลังการเก็บ โดยเฉพาะถ้าอยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิสูง การได้แช่แข็งภายในสองสามชั่วโมงหลังจากการเก็บเกี่ยวนั้นจะช่วยป้องกันการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการนี้ได้

3. ผลไม้อบแห้ง กับ ผลไม้สด

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเราอบอาหาร เราได้ทำให้น้ำที่มีอยู่ในอาหารแห้งและหมดสิ้นไป สารอาหารต่างๆ ในผลไม้ เช่นวิตามินที่สำคัญ อาจถูกทำลายไปได้โดยง่าย จึงทำให้ผลไม้สดนั้นดีกว่าผลไม้แห้ง ถึงแม้ผลไม้แห้งจะมีประโยชน์เกือบเท่า แต่นั่นก็ทำให้คุณสามารถรับประทานผลไม้แห้งได้ในปริมาณที่มากกว่า

4. อาหารอินทรีย์เพื่อคุณค่าทางโภคชนาการและความปลอดภัย

มีเสียงบ่นว่าผักผลไม้เกษตรอินทรีย์มีราคาแพงกว่าผักผลไม้โดยทั่วไป แล้วจะจ่ายแพงกว่าทำไม? คุณอาจรักษาเงินไม่ใช้จ่ายไปกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้แต่คุณอาจต้องเสียสุขภาพในภายหลังก็ได้ จากการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าอาหารอินทรีย์(0rganic food-ผักผลไม้ที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์)  ให้สารต่อต้านอนุมูลอิสระในอัตราส่วนที่สูงกว่ามาก

เหตุผลเบื้องต้นที่ควรบริโภคอาหารอินทรีย์ก็คือ คุณจะได้รับสารอาหารจากอาหารนั้นอย่างเต็มที่ และไม่มีอันตรายจากสารเคมีเจือปน ถ้าต้องเลือกระหว่างอาหารตลอดทั่วไปกับอาหารอินทรีย์ ใช้ข้อมูลนี้ในการตัดสินใจ

-          ผักและผลไม้ต่อไปนี้ทดสอบแล้วว่าถ้าใช้สารเคมีจะให้ผลร้ายต่อร่างกายมาก ดังนั้นควรซื้อแบบผักผลไม้อินทรีย์ คือ แอปเปิล, แครอท, ขึ้นฉ่าย, เชอร์รี่, องุ่น(นำเข้า),  ผักคะน้า, ผักกาดหอม, ลูกท้อ, สาลี่ และสตรอเบอร์รี่

-          เมื่อทดสอบแล้ว อาหารเหล่านี้เกิดผลกระทบจากสารเมคีน้อยมาก : อะโวคาโด, หน่อไม้ฝรั่ง, บรอคโคลี่, กะหล่ำปลี, มะเขือยาว, กีวี่, มะม่วง, หัวหอมใหญ่, มะละกอ, สับปะรด, ข้าวโพดหวาน, ถั่วหวาน, มันฝรั่งหวาน, มะเขือเทศ และแตงโม

Source : www.tebyan.net


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=9&id=202
วันที่ : 22 กันยายน 2562
http://www.ahlulbait.org