สังคม ครอบครัว : ทำไมเด็กทุกคนต้องนอนหลับ?(ตอนที่2)

ทำไมเด็กทุกคนต้องนอนหลับ?(ตอนที่2)

REM

คำว่า REM ย่อมาจาก Rapid Eye Movement (การกลอกตาอย่างรวดเร็ว) แม้ว่าร่างกายส่วนอื่นๆ ทั้งหมดของร่างกายจะผ่อนคลายอย่างแท้จริง แต่ดวงตาจะกลอกไปกลอกมาอย่างรวดเร็วภายใต้เปลือกตา

ระดับ REM นี้คือระดับที่หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น และการหายใจไม่ค่อยสม่ำเสมอ การนอนหลับในระดับนี้ยังเป็นระดับที่เกิดความฝันด้วย

ขณะที่หลับ ร่างกายจะอยู่ในวงจรการหลับระดับที่ 2, 3, 4 และ REM เกือบทุกๆ 90 นาที จนกระทั่งตื่นขึ้นในตอนเช้า สำหรับเด็กๆ ส่วนใหญ่ วงจรนี้จะเกิดขึ้นประมาณ 4 หรือ 5 ครั้งในแต่ละคืน ใครบอกว่าการนอนหลับเป็นเรื่องน่าเบื่อ?

ฝัน

คุณกำลังเดินไปบนถนน ผ่านลาตัวหนึ่งในหมวกสีเขียวที่กำลังกินโดนัทอยู่ แล้วจู่ๆ คุณก็มาอยู่ในโรงเรียน แต่ทำไมครูจึงมีฟันใหญ่ขนาดนั้น? แล้วคุณสวมกางเกงในลายจุดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? นี่ไม่ใช่ฉากในหนังหรอก แต่มันคือความฝัน!

คนเราจะฝันในระหว่างการนอนหลับระดับ REM คือช่วงที่เกิดหลังจากการนอนหลับในระดับลึกที่สุด ทุกคนมีความฝัน ถึงแม้บางคนอาจจะจำความฝันนั้นไม่ได้ก็ตาม ช่วงจังหวะที่ตื่นสามารถส่งผลให้คุณจำความฝันของคุณได้หรือไม่ได้ ถ้าคุณตื่นในขณะที่อยู่ในระดับ REM คุณอาจจะจำทุกอย่างในความฝันได้ แต่ถ้าตื่นในขณะที่อยู่ระดับอื่นก็อาจจะจำอะไรไม่ได้เลย

ไม่มีใครรู้ได้ว่าทำไมเราจึงมีความฝัน นักวิทยาศาสตร์บางคนคิดว่า ความฝันคือวิธีการที่สมองทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวัน บางคนคิดว่าความฝันทำให้สมองได้พักผ่อนจากเรื่องราวในแต่ละวัน ได้เก็บข้อมูลที่สำคัญและกำจัดสิ่งที่สัพเพเหระทิ้งไป นักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าวว่า ความฝันคือเงื่อนงำที่บอกถึงสิ่งที่เรามีความกังวลหรือกำลังคิดอยู่

วิธีทำให้หลับง่าย

สำหรับเด็กส่วนใหญ่ การนอนหลับเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ นี่คือเคล็ดลับที่ช่วยให้เด็กหลับง่าย

-         พยายามให้เด็กเข้านอนในเวลาเดิมทุกคืน นี่เป็นการช่วยให้ร่างกายของเด็กรู้จักแบบแผนประจำวัน

-         ทำกิจวัตรก่อนอนที่ผ่อนคลาย เช่น อาบน้ำอุ่น หรืออ่านนิทาน

-         งดอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน รวมถึงโซดาและเครื่องดื่มอื่นๆ เช่นชาเย็นด้วย

-         อย่าเปิดทีวีในห้องนอน ผลการวิจับพบว่าเด็กที่มีทีวีในห้องนอนจะได้นอนน้อย ถ้ามีก็ให้ปิดทันทีเมื่อถึงเวลานอน

-         อย่าดูละครทีวีหรือโชว์ที่สยองขวัญใกล้เวลานอน เพราะบางครั้งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ง่วงได้ยาก

-         อย่าออกกำลังกายก่อนเข้านอน ให้ออกกลางกายระหว่างวันก่อนหน้านั้น มันจะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

-         ใช้เตียงเป็นที่เฉพาะสำหรับการนอนหลับเท่านั้น อย่าใช้ทำการบ้าน, อ่านหนังสือ, เล่นเกม หรือคุยโทรศัพท์ วิธีนี้จะทำให้เด็กได้ฝึกฝนร่างกายให้เคยชินกับการใช้เตียงเป็นที่นอนหลับ

ถ้าเด็กมีอาการนอนหลับยากเป็นเวลามากกว่า 1 หรือ 2 คืน หรือมีความกังวลใจที่ทำให้นอนไม่หลับ ต้องบอกให้พ่อแม่รู้ พ่อแม่อาจช่วยเด้กๆ แก้ปัญหาในการนอนได้ บางทีแค่ได้คุยกับพ่อแม่ก็อาจจะช่วยให้เด็กผ่อนคลายมากพอที่จะเกิดความง่วงได้ ถ้าคุยกันจนหาวได้แล้วนั่นก็แสดงว่าเด็กพร้อมจะหลับแล้ว

Source: kidshealth.org

 


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=9&id=765
วันที่ : 21 สิงหาคม 2557
http://www.ahlulbait.org