สังคม ครอบครัว : พลังสมองและวิธีเสริมความจำ

พลังสมองและวิธีเสริมความจำ

คุณรู้สึกว่ามีความจำไม่ดีหรือเปล่า? คุณอาจจะมีนิสัยบางอย่างที่มีประสิทธิภาพน้อยเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับการรับและจัดการกับข้อมูล คุณสามารถพัฒนาความสามารถเพื่อเรียนรู้และเก็บรักษาข้อมูลไว้ได้

ออกกำลังสมอง

ความจำก็เหมือนกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นส่วนที่ "ถ้าไม่ใช้ก็จะเสียไป" ยิ่งคุณใช้งานสมองของคุณมากเท่าไหร่ คุณจะสามารถจัดการและจดจำกับข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้นเท่านั้น

สิ่งแปลกใหม่และการกระตุ้นประสาทสัมผัสเป็นพื้นฐานของการออกกำลังสมอง ถ้าคุณทำอะไรที่แหวกแนวออกไปจากกิจวัตรประจำวันในแบบที่ท้าทาย คุณกำลังเข้าสู่เส้นทางสมองที่คุณไม่เคยใช้มันมาก่อน วิธีนี้อาจทำได้ง่ายๆ ด้วยการแค่แปรงฟันด้วยมือข้างที่คุณไม่ถนัด ซึ่งจะไปช่วยกระตุ้นรอยต่อที่ไม่ค่อยได้ใช้ในสมองด้านที่ไม่ถนัดของคุณ หรือคุณจะลองออกกำลัง "ประสาท" ของคุณ (เหมือนให้สมองได้เต้นแอโรบิก) ด้วยการฝืนใช้ความสามารถของคุณในวิธีที่ไม่เคยชิน เช่น อาบน้ำและแต่งตัวโดยที่ปิดตาเอาไว้ เข้าเรียนวิชาที่คุณไม่ค่อยรู้เรื่อง หัดเล่นเกมใหม่ๆ ที่คุณไม่รู้กฎ หรือปรุงอาหารสูตรแปลกๆ ที่ไม่เคยชิน ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาไฟที่รอยต่อของเซลล์ประสาทของคุณ

แนวทางเพื่อเสริมความจำ

นอกจากการออกกำลังสมองแล้ว ยังมีเรื่องพื้นๆ บางอย่างที่คุณสามารถทำได้เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดเก็บและเรียกใช้ความจำของคุณ

1. ให้ความสนใจ คุณไม่สามารถจำอะไรได้ถ้าคุณไม่เคยเรียนรู้มัน และคุณจะไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้ (คือไม่ได้เข้ารหัสไว้ในสมองของคุณ) ถ้าคุณไม่ให้ความสนใจอย่างเพียงพอกับสิ่งนั้น มันใช้เวลาเพียงประมาณ 8 วินาทีในการจดจ่ออย่างเต็มที่เพื่อจัดการให้ข้อมูลหนึ่งผ่านฮิปโปแคมปัส (สมองส่วนกลาง ทำหน้าที่ตัดสินใจว่าจะจำหรือไม่จำอะไร) ของคุณ และเข้าไปยังศูนย์เก็บความจำที่เหมาะสม ดังนั้น มันจึงไม่ใช่งานหนักอะไรเลยเมื่อคุณจะต้องใช้สมาธิ ถ้าคุณเป็นคนที่เขวง่าย ก็ให้พยายามไปรับข้อมูลในสถานที่เงียบๆ ที่คุณจะได้ไม่ถูกรบกวน

2. ปรับการรับข้อมูลให้เข้ากับรูปแบบการเรียนรู้ของคุณ คนส่วนใหญ่เป็นคนที่เรียนรู้จากการมองเห็น พวกเขาจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดด้วยการอ่านหรือด้วยการมองสิ่งที่พวกเขาต้องการรู้ แต่บางคนเป็นคนที่เรียนรู้จากการได้ยินซึ่งจะเรียนรู้ได้ดีกว่าด้วยการฟัง พวกเขาอาจได้ประโยชน์จากการบันทึกข้อมูลที่พวกเขาต้องการและฟังมันไปจนกว่าจะจำได้

3. ใช้ประสาทสัมผัสให้มากเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่เรียนรู้จากการมอง ก็ลองอ่านสิ่งที่คุณต้องการจะจำออกมาดังๆ ถ้าสามารถลอกเลียนจังหวะเสียงได้หรือทำได้ดีกว่า ลองนำข้อมูลนั้นไปเชื่อมโยงกับสี พื้นผิว กลิ่น และรส การเขียนข้อมูลซ้ำด้วยกระทำทางกายสามารถช่วยบันทึกข้อมูลนั้นลงในสมองของคุณได้

4. นำข้อมูลไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว เชื่อมข้อมูลใหม่เข้ากับข้อมูลที่คุณจำได้แล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นเนื้อหาใหม่ที่สร้างขึ้นบนความรู้เดิม หรือเป็นบางอย่างง่ายๆ อย่างเช่นการจำที่อยู่ของใครบางคนที่อยู่บนถนนที่มีคนที่คุณรู้จักอยู่แล้วคนหนึ่ง

5. จัดการข้อมูล เขียนสิ่งต่างๆ ลงบนสมุดบันทึก สมุดจดที่อยู่ และบนปฏิทิน จดบันทึกสิ่งต่างๆ ไว้เรื่อยๆ แล้วค่อยจัดการแยกบันทึกนั้นเข้ากลุ่มภายหลัง ใช้ทั้งคำศัพท์และภาพในการเรียนรู้ข้อมูล

6. ทำความเข้าใจและสามารถอตีความสิ่งที่ซับซ้อน ในเรื่องที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ให้จดจ่อทำความเข้าใจกับแนวคิดพื้นฐานแทนที่จะไปจำรายละเอียดปลีกย่อย สามารถอธิบายมันให้คนอื่นฟังได้ด้วยคำพูดของคุณเอง

7. ท่องจำข้อมูลบ่อยๆ และ "เรียนเกิน" วิเคราะห์สิ่งที่ได้เรียนรู้วันเดียวกับที่เรียนมา และภายหลังจากที่พักวางไปแล้ว สิ่งที่นักศึกษาวิจัยเรียกว่า  "การทบทวนแบบเว้นระยะ" มีประสิทธิภาพมากกว่า "การหมกมุ่น" อยู่กับสิ่งนั้น ถ้าคุณสามารถ "เรียนเกิน" ข้อมูลนั้นได้ การเรียกคืนมันกลับมาก็จะเป็นธรรมชาติลำดับที่สอง ซึ่งจะดีกว่ามาก

8. กระตุ้นตัวเองและมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ บอกตัวเองว่าคุณต้องการจะเรียนรู้สิ่งที่คุณต้องจำ และคุณจะสามารถเรียนรู้และจดจำมันได้ การบอกตัวเองว่าคุณมีความจำไม่ดีจะยิ่งเป็นการไปขัดขวางความสามารถของสมองคุณในการจดจำ ในขณะที่สภาพจิตในด้านบวกจะส่งผลต่อการสร้างความหวังเพื่อความสำเร็จได้

 

Source : tebyan.net


พิมพ์จาก : http://www.ahlulbait.org/main/content.php?category=9&id=832
วันที่ : 22 กันยายน 2562
http://www.ahlulbait.org